ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้

ความเป็นมาและปัญหา

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผู้สอนจำเป็นต้องจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างหลากหลาย และมีรูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนเพื่อสู่การวัดประเมินผลตามสภาพจริง จากหลักการและเหตุผล ดังกล่าว ผู้ศึกษาซึ่งสอนวิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านค้อ . พบว่า นักเรียนโดยส่วนรวม ร้อยละ 80 ยังไม่เข้าใจวิธีการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง และวิธีการค้นคว้าด้วยโครงงานเป็นวิธีการที่ลงทุนมากยุ่งยาก ใช้เวลาศึกษานาน และเป็นโครงการที่เกิดจากความคิดของครูเป็นส่วนมาก ทำเพื่อประกวดแข่งขันที่ฝึกให้นักเรียนที่เป็นตัวแทน 1-3 ส่วนนักเรียนที่เหลือไม่ทราบกระบวนการวิธีการศึกษาค้นคว้าเลย และเป็นการสอนในช่วงสถานการณ์โรค covid 19 ระบาด ไม่สามารถเรียนรูปแบบปกติได้ จึงส่งเสริมผู้เรียน ที่เรียนด้วยระบบออนไลน์ ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง จากปัญหาดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงคิดวิธีการเรียนรู้เพื่อค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง อันจะส่งผลให้ครูและผู้เรียนได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน ซึ่งนำไปสู่แนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ สู่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระได้ ในรูปแบบการสอนด้วยระบบออนไลน์

2. สนับสนุนการค้นคว้าหาความรู้ของผู้เรียนอันจะเป็นพื้นฐานสู่การเป็นนักวิจัยของผู้เรียน

3. พัฒนาการเรียนรู้ตามแนวปฏิรูปสู่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ

วิธีการศึกษา

ผู้ศึกษาได้ออกแบบวิธีการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยการทำเป็นแบบฟอร์ม งานวิจัยนักเรียน ซึ่งผู้เรียนสามารถตั้งปัญหาที่สงสัยได้เอง จากปัญหาทั้งในเนื้อหาสาระ และจากปัญหาที่เกิดจากความสนใจ เมื่อได้ปัญหาผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พร้อมกับมาสรุป เป็นองค์ความรู้ต่อไป

กรอบแนวคิด

การพัฒนาวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการวิจัยของนักเรียน ตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ เป็นการศึกษา ที่ผู้ศึกษากำหนดรูปแบบการวิจัยของผู้เรียนขึ้นใช้เอง ในวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านค้อ ในรายวิชาอื่นสามารถนำไปใช้หรือไปประยุกต์ใช้ได้

ประชากร

การศึกษาครั้งนี้ ใช้กับประชากรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านค้อ ที่เรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ประจำปีการศึกษา 2564

การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาการวิจัยของนักเรียน โดยครูผู้สอนตรวจสอบการศึกษาค้นคว้า ว่าปัญหาที่ผู้เรียนเกิดความสนใจ สงสัย ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้มาอธิบายปัญหาอย่างไร สอดคล้องกับปัญหาที่ตั้งไว้หรือไม่ ได้ข้อสรุปว่าอย่างไร นำผลการศึกษามาตั้งเกณฑ์การให้คะแนนเพื่อวัดประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง โดยผู้สอนกำหนดร่วมกับผู้เรียนว่า ในหนึ่งภาคเรียนค้นคว้าหาความรู้ หรือ วิจัยนักเรียนได้ ให้คะแนนตามเกณฑ์ ดังนี้

ค้นคว้าหาความรู้หรือวิจัยของนักเรียน 16 เรื่อง ขึ้นไป ให้คะแนน ระดับ 4 ดีมาก

ค้นคว้าหาความรู้หรือวิจัยของนักเรียน 10-15 เรื่อง ให้คะแนนระดับ 3 ดี

ค้นคว้าหาความรู้หรือวิจัยของนักเรียน 6-9 เรื่อง ให้คะแนน ระดับ 2 ปานกลาง

ค้นคว้าหาความรู้หรือวิจัยของนักเรียน 1-5 เรื่อง ให้คะแนน ระดับ 1 น้อย

สรุปผลการศึกษา

จากการศึกษาวิธีการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองหรือการวิจัยของนักเรียน ในภาคเรียนที่ 2/2564 พบว่า นักเรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองหรือการวิจัยในชั้นเรียน โดยภาพรวมทั้งโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง

อภิปรายผล

จากการศึกษาค้นคว้า วิจัยของนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งเรื่องตามสาระการเรียนรู้ และเรื่องที่เกิดจากความสนใจ อย่างหลากหลาย ไม่จำกัดความสนใจ สงสัย เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ถาวร อันจะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการสอนจากการท่องจำเพียงอย่างเดียว มาเป็นการค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับแนวปฏิรูปการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ด้วย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้รู้จักการแสวงหา ค้นหาองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง

2. ครูและผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ไปพร้อมกัน คือได้องค์ความรู้จากผู้เรียนที่ไปศึกษาค้นคว้ามานำเสนอ หน้าชั้นเรียน

3. เป็นพื้นฐานให้ผู้เรียนได้รู้จักการวิจัยขั้นต้น อันจะส่งผลให้เป็นนักวิจัยในอนาคตสู่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 2542 มาตรา 24(5) และมาตรา 30

4. ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณค่า ในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

โพสต์โดย ครูมุ่ย : [5 ก.ค. 2565 เวลา 16:19 น.]
อ่าน [268] ไอพี : 223.205.224.146
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 3,945 ครั้ง
ไลเซนต์ Open Source ต่างกับไลเซนต์อื่นอย่างไร?
ไลเซนต์ Open Source ต่างกับไลเซนต์อื่นอย่างไร?

เปิดอ่าน 126,878 ครั้ง
ทฤษฎีมานุษยนิยมของมาสโลว์
ทฤษฎีมานุษยนิยมของมาสโลว์

เปิดอ่าน 12,748 ครั้ง
อะโวคาโด
อะโวคาโด

เปิดอ่าน 9,484 ครั้ง
เคยได้ยินแต่ Copyright อย่างเดียว มาดูว่า Copyleft บ้าง
เคยได้ยินแต่ Copyright อย่างเดียว มาดูว่า Copyleft บ้าง

เปิดอ่าน 84,415 ครั้ง
หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์
หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์

เปิดอ่าน 11,751 ครั้ง
พบหลุมยุบยักษ์ปริศนาที่ไซบีเรีย นักวิทย์เร่งหาคำตอบ
พบหลุมยุบยักษ์ปริศนาที่ไซบีเรีย นักวิทย์เร่งหาคำตอบ

เปิดอ่าน 9,074 ครั้ง
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 22,966 ครั้ง
ปราบชิคุนกุนยาด้วยสมุนไพร
ปราบชิคุนกุนยาด้วยสมุนไพร

เปิดอ่าน 9,543 ครั้ง
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ

เปิดอ่าน 33,404 ครั้ง
อยากเก่งภาษาอังกฤษทำยังไง
อยากเก่งภาษาอังกฤษทำยังไง

เปิดอ่าน 24,342 ครั้ง
สาวน่องใหญ่ แต่งตัวอย่างไร..ให้ดูสวยเพรียว
สาวน่องใหญ่ แต่งตัวอย่างไร..ให้ดูสวยเพรียว

เปิดอ่าน 17,814 ครั้ง
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต

เปิดอ่าน 20,102 ครั้ง
หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา
หลักสูตรการผลิตครู ควรเป็น 4 หรือ 5 ปีดี โดย : ดิเรก พรสีมา

เปิดอ่าน 17,734 ครั้ง
ดาวน์โหลด Powerpoint แนวทางการปฏิรูปการศึกษา
ดาวน์โหลด Powerpoint แนวทางการปฏิรูปการศึกษา

เปิดอ่าน 11,808 ครั้ง
เด็กกับ"ดนตรี"และ"ศิลปะ"
เด็กกับ"ดนตรี"และ"ศิลปะ"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 19,053 ครั้ง
17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน
17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน

เปิดอ่าน 14,554 ครั้ง
10 ลักษณะนิสัยแห่งผู้ประสบความสำเร็จ
10 ลักษณะนิสัยแห่งผู้ประสบความสำเร็จ

เปิดอ่าน 16,425 ครั้ง
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการปฏิรูปการเรียนการสอน
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการปฏิรูปการเรียนการสอน

เปิดอ่าน 13,716 ครั้ง
เคยเห็นมั๊ย? มดมหัศจรรย์พันธุ์ เก็บน้ำหวานจนท้องกลมป่อง เป็นเสบียงให้ฝูง
เคยเห็นมั๊ย? มดมหัศจรรย์พันธุ์ เก็บน้ำหวานจนท้องกลมป่อง เป็นเสบียงให้ฝูง

เปิดอ่าน 10,243 ครั้ง
สำคัญที่ผู้สอน (ครู, อาจารย์)
สำคัญที่ผู้สอน (ครู, อาจารย์)



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ