ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การประเมินโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ปีการศึกษา 2564 ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต

การรายงานการประเมินโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานปีการศึกษา 2564 ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง โดยมีรูปแบบการประเมินโครงการแบบซิปป์ (CIPP Model) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ประเมินปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการดำเนินงาน และผลผลิตของโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานปีการศึกษา 2564 ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต กลุ่มตัวอย่างที่นำมาใช้ในการประเมินครั้งนี้ได้แก่ คณะผู้บริหารและครูที่เป็นคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ จำนวน 22 คน ได้มาโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 210คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 186 คน ได้มาโดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่ายตามตารางของเครซี่และมอร์แกน (Krejcieand Morgan) รวมทั้งสิ้น 396 คน ผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 210 คน และผู้ปกครอง นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 186 คน ได้มาโดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย ตามตารางของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) รวมทั้งสิ้น 396 คน รวมกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ประเมินโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ปีการศึกษา 2564 ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต รวมทั้งสิ้น จำนวน 814 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน มีจำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามเพื่อใช้ในการประเมินบริบท ปัจจัยเบื้องต้น และกระบวนการในการดำเนินการโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ปีการศึกษา 2564 ฉบับที่ 3 แบบสอบถามความคิดเห็นของ ผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานปีการศึกษา 2564 ฉบับที่ 4 แบบรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ฉบับที่ 5 แบบรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติ และฉบับที่ 6 แบบรายงานผลการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการประเมิน ดังนี้

1. ด้านบริบทของโครงการ มีความสอดคล้องกับนโยบาย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง และวิสัยทัศน์ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในระดับมาก

2. ด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ ปัจจัยในการดำเนินการโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร เวลา มีเพียงพอและเหมาะสมในระดับมาก

3. ด้านกระบวนการดำเนินงานโครงการ กระบวนการดำเนินงานกิจกรรมในการบริหารจัดการโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน มีระดับการปฏิบัติและความเหมาะสมในระดับมาก

4. ด้านผลผลิตของโครงการความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอน ต่อการดำเนินกิจกรรมในโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากความคิดเห็นของนักเรียนต่อการดำเนินกิจกรรมในโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ทั้ง 4 กิจกรรม นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมพัฒนาทักษะและสมรรถนะผู้เรียน กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก 2 กิจกรรมได้แก่ กิจกรรม

นิเทศภายในสถานศึกษา และกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียน ต่อการดำเนินกิจกรรมในโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐาน ทั้ง 4 กิจกรรม ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด 1 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมพัฒนาทักษะและสมรรถนะผู้เรียน ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมนิเทศภายในสถานศึกษา กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ และกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน จำนวนนักเรียนร้อยละ 76.40 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยตามเกณฑ์ที่โรงเรียน กำหนด คือ ระดับดี (3.00 ขึ้นไป มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก) คะแนนเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด (มากกว่าร้อยละ3) และสูงกว่าระดับประเทศ มากกว่าร้อยละ 6.22 ความพึงพอใจอยู่ในระดับดีเยี่ยมคะแนนเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผล

การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด(มากกว่าร้อยละ3) และสูงกว่าระดับประเทศ มากกว่าร้อยละ 8.63 ความพึงพอใจอยู่ในระดับดีเยี่ยมและจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 84.51สามารถสอบเข้าศึกษาต่อ ระดับอุดมศึกษาความพึงพอใจอยู่ในระดับดีเยี่ยม

ข้อเสนอแนะ

1. จากการประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานด้านความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมในโครงการ พบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน มีความพึงพอใจในทุกกิจกรรม แต่ในรายการช่วงเวลาในการจัดครูสอนเสริมในตารางเรียนสัปดาห์ละ 2 คาบ มีความเหมาะสม มีระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด ดังนั้นในปีการศึกษาต่อไป กลุ่มบริหารงานวิชาการของโรงเรียนจึงควรมีกิจกรรมการจัดครูสอนเสริมในตารางเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยพัฒนา

รูปแบบการจัดกิจกรรม การจัดช่วงเวลา ตลอดทั้งการเตรียมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีสื่อประกอบที่มีความน่าสนใจ หลากหลายและมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของผู้เรียน เพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ของโครงการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติ และผลสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาดียิ่ง ๆ ขึ้น

2. ควรมีการประเมินโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานโดยใช้รูปแบบการประเมินอื่น ๆ เช่น รูปแบบการประเมินของไทเลอร์ รูปแบบการประเมินของโพรวัส รูปแบบการประเมินแบบ รอบด้าน 360 องศา เป็นต้น

3. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในปีการศึกษาต่อ ๆ ไปอย่างต่อเนื่อง

โพสต์โดย รัตนาภรณ์ ตันรัตนส่องแสง : [10 ส.ค. 2565 เวลา 13:11 น.]
อ่าน [895] ไอพี : 1.10.248.168
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,093 ครั้ง
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

เปิดอ่าน 9,156 ครั้ง
นั่งนานทำให้เป็นคนขี้โรค
นั่งนานทำให้เป็นคนขี้โรค

เปิดอ่าน 4,879 ครั้ง
10 อันดับเทรนด์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตร ปี 2022
10 อันดับเทรนด์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตร ปี 2022

เปิดอ่าน 136,741 ครั้ง
ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

เปิดอ่าน 8,454 ครั้ง
เตรียมตัวไว้! "เฟซบุ๊ก" จะให้ใช้รูปโปรไฟล์เป็นวีดีโอสั้นๆได้แล้ว
เตรียมตัวไว้! "เฟซบุ๊ก" จะให้ใช้รูปโปรไฟล์เป็นวีดีโอสั้นๆได้แล้ว

เปิดอ่าน 41,220 ครั้ง
น่าประทับใจการแสดงของนักเรียน พร้อมใจกันเต้นบาสโลป มุทิตาจิตแด่ครูผู้เกษียณอายุราชการ ปีการศึกษา 2559
น่าประทับใจการแสดงของนักเรียน พร้อมใจกันเต้นบาสโลป มุทิตาจิตแด่ครูผู้เกษียณอายุราชการ ปีการศึกษา 2559

เปิดอ่าน 19,375 ครั้ง
เคล็ดลับการเลือกสีผมจากสีผิว
เคล็ดลับการเลือกสีผมจากสีผิว

เปิดอ่าน 29,495 ครั้ง
การบวกและการลบ
การบวกและการลบ

เปิดอ่าน 13,134 ครั้ง
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?

เปิดอ่าน 45,999 ครั้ง
สักวา
สักวา

เปิดอ่าน 8,163 ครั้ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง

เปิดอ่าน 11,871 ครั้ง
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ

เปิดอ่าน 10,721 ครั้ง
มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูก

เปิดอ่าน 5,000 ครั้ง
ปวดคอ แบบไหนอันตราย
ปวดคอ แบบไหนอันตราย

เปิดอ่าน 18,105 ครั้ง
ปรับโหงวเฮ้ง เสริมทรัพย์ เสริมบารมี
ปรับโหงวเฮ้ง เสริมทรัพย์ เสริมบารมี

เปิดอ่าน 10,274 ครั้ง
เปิดกลุ่มงานเงินเดือนดี๊ดีสำหรับคนเก่งภาษา
เปิดกลุ่มงานเงินเดือนดี๊ดีสำหรับคนเก่งภาษา
เปิดอ่าน 23,215 ครั้ง
บัญญัติ 6 ประการในการซื้อ"กล้องดิจิตอล"
บัญญัติ 6 ประการในการซื้อ"กล้องดิจิตอล"
เปิดอ่าน 27,949 ครั้ง
เคล็ดลับหุงข้าวอย่างมืออาชีพ
เคล็ดลับหุงข้าวอย่างมืออาชีพ
เปิดอ่าน 15,722 ครั้ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
เปิดอ่าน 11,743 ครั้ง
กาแฟเย็นทำให้อ้วน ให้แคลอรีมากเท่ากับข้าวมื้อใดมื้อหนึ่ง
กาแฟเย็นทำให้อ้วน ให้แคลอรีมากเท่ากับข้าวมื้อใดมื้อหนึ่ง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
piassri
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
คลินิกเสริมความงาม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ