ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนารูปแบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4

ผู้รายงาน นีระภา วิริยะบัณฑิต

หน่วยงาน โรงเรียนบ้านซำตาโตง

ปีที่พิมพ์ 2564

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 2. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยกระบวนการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 และ 3. เพื่อศึกษาผลของการพัฒนารูปแบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยกระบวนการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 ที่มีต่อคุณภาพการศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัย จำนวนทั้งสิ้น 20 คน โดยแยกเป็น 1. ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน1 คน 2.ครูผู้สอน จำนวน 10 คน 3.นักเรียน จำนวน 15 คน 4.คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการเลือกเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เอกสารแนวทางการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน แบบประเมินเอกสาร แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ แบบสอบถามความคิดเห็น แบบสอบถาม

ความพึงพอใจ แบบบันทึกภาคสนาม และแบบบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency Distribution) ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ค่าอำนาจจำแนก (B: B–Index) ใช้สูตรของ Lovett ในการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ วิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมทั้งฉบับ (Item–total Correlation) ของแบบสอบถามใช้สูตรของ Pearson ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความคิดเห็น ใช้วิธีของ Cronbach เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยก่อนเรียน และหลังเรียน ใช้ t–test แบบ Dependent

ผลการวิจัย พบว่า

1. การสร้างและการพัฒนารูปแบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พบว่า ได้เอกสารแนวการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน สำหรับผู้บริหารโรงเรียนใช้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และใช้เป็นสื่อเครื่องมือในการนิเทศภายในโรงเรียน ที่มีโครงสร้าง ประกอบด้วย คำนำ สารบัญ ส่วนที่ 1 บทนำ ส่วนที่ 2 การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่วนที่ 3 การขับเคลื่อนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน และส่วนที่ 4 การวัดและประเมินผล และผลการประเมินเอกสารโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน พบว่า เอกสารโดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสมมาก

2. ผลการใช้แนวการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4

2.1 ผลการเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารโรงเรียนเกี่ยวกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจ หลังการศึกษาเอกสารสูงกว่าก่อนการศึกษาเอกสารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

2.2 ผลการดำเนินงานการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมและรายด้านมีผล การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด

2.3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกระบวนการนิเทศภายใน พบว่า โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

2.4 ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของครูตามแนวทางการบริหารจัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้วยกระบวนการนิเทศบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน พบว่า โดยรวมเห็นด้วยในระดับมาก

3. ผลของการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีต่อคุณภาพการศึกษา พบว่า นักเรียนโรงเรียนบ้านซำตาโตง สังกัดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 มีผล การทดสอบความสามารถพื้นฐานของนักเรียนระดับชาติ(NT)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างปีการศึกษา 2563 และ ปีการศึกษา 2564 พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปีการศึกษา 2564 สูงขึ้น ร้อยละ 39.20 กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ สูงขึ้น ร้อยละ 16.41 เฉลี่ยทั้ง 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สูงขึ้น ร้อยละ 27.81 ซึ่งมีคะแนนสูงกว่าระดับประเทศทั้ง 2 กลุ่มสารการเรียนรู้

โพสต์โดย ผอ.นีระภา : [6 ต.ค. 2565 เวลา 07:01 น.]
อ่าน [184] ไอพี : 223.205.224.178
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 1,479 ครั้ง
ระบบหายใจ (respiration)
ระบบหายใจ (respiration)

เปิดอ่าน 18,531 ครั้ง
กระบอกน้ำสแตนเลสกับกระบอกน้ำอลูมิเนียม แบบไหนปลอดภัยมากที่สุด ?
กระบอกน้ำสแตนเลสกับกระบอกน้ำอลูมิเนียม แบบไหนปลอดภัยมากที่สุด ?

เปิดอ่าน 23,547 ครั้ง
ชีวิตของจักจั่น : ชีววิทยา
ชีวิตของจักจั่น : ชีววิทยา

เปิดอ่าน 13,963 ครั้ง
เส้นทางการศึกษาใหม่ ให้ทางเลือกเยาวชน
เส้นทางการศึกษาใหม่ ให้ทางเลือกเยาวชน

เปิดอ่าน 8,113 ครั้ง
ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องเร่งแก้ไขพฤติกรรม
ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องเร่งแก้ไขพฤติกรรม

เปิดอ่าน 16,863 ครั้ง
ลดน้ำหนักได้ด้วยกาแฟ
ลดน้ำหนักได้ด้วยกาแฟ

เปิดอ่าน 11,567 ครั้ง
เพลงลูกเทวดา ฮอตฮิต! ถูกค้นมากสุดในปี
เพลงลูกเทวดา ฮอตฮิต! ถูกค้นมากสุดในปี '53

เปิดอ่าน 37,932 ครั้ง
ชมเลย! เพลงจับดินสอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกการจับดินสอที่ถูกวิธี
ชมเลย! เพลงจับดินสอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกการจับดินสอที่ถูกวิธี

เปิดอ่าน 20,823 ครั้ง
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต

เปิดอ่าน 26,727 ครั้ง
ศิลปะการเห่เรือ
ศิลปะการเห่เรือ

เปิดอ่าน 14,528 ครั้ง
เสียงสะท้อนจากเยาวชน ต่อนโยบายลดเวลาเรียน
เสียงสะท้อนจากเยาวชน ต่อนโยบายลดเวลาเรียน

เปิดอ่าน 8,271 ครั้ง
มหัศจรรย์อาหารไทย
มหัศจรรย์อาหารไทย

เปิดอ่าน 17,153 ครั้ง
คลอสตริเดียม โบทูลินัม เชื้อโรคร้ายในอาหารกระป๋อง
คลอสตริเดียม โบทูลินัม เชื้อโรคร้ายในอาหารกระป๋อง

เปิดอ่าน 14,489 ครั้ง
เกิดทฤษฎีอันใหม่ดาวพุธกับดาวศุกร์ เป็นเศษเดน ของโลก
เกิดทฤษฎีอันใหม่ดาวพุธกับดาวศุกร์ เป็นเศษเดน ของโลก

เปิดอ่าน 11,901 ครั้ง
เด็กกับ"ดนตรี"และ"ศิลปะ"
เด็กกับ"ดนตรี"และ"ศิลปะ"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
ตู้แช่ไวน์
Neonics.co.th
Tools.in.th
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 12,053 ครั้ง
ตัวอย่างข้อสอบคณิตศาสตร์ ตามกรอบการประเมิน PISA 2022
ตัวอย่างข้อสอบคณิตศาสตร์ ตามกรอบการประเมิน PISA 2022

เปิดอ่าน 9,165 ครั้ง
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก
มื้อเล็ก ๆ ช่วยลดน้ำหนัก

เปิดอ่าน 15,970 ครั้ง
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 80,012 ครั้ง
จะใช้คำว่าทัศนะและทรรศนะได้เมื่อไหร่
จะใช้คำว่าทัศนะและทรรศนะได้เมื่อไหร่

เปิดอ่าน 15,964 ครั้ง
กินอาหารจากไมโครเวฟบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?
กินอาหารจากไมโครเวฟบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ