ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนาบุคลากรด้านการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ชื่อเรื่อง การพัฒนาบุคลากรด้านการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ผู้วิจัย นายอนุสรณ์ ปะทะวัง

หน่วยงาน ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ปีที่พิมพ์ 2564

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายของการวิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาบุคลากรศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยดำเนินการตามกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาคือ กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ (AIC) การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายและผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 67 คน ประกอบด้วย ครู จำนวน 43 คน และบุคลากรสนับสนุน จำนวน 24 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ หัวหน้างานทั้ง 4 งาน จำนวน 4 คน ครูผู้รับผิดชอบงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา จำนวน 1 คน และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบสอบถามสภาพการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา 2) แบบบันทึกการประชุม 3) แบบสังเกต 4) แบบสัมภาษณ์ 5) แบบบันทึกการนิเทศ 6) แบบสอบถามทัศคติต่อสถานศึกษา และ 7) แบบทดสอบ การตรวจสอบข้อมูล ใช้การตรวจสอบข้อมูลหลายมิติ ข้อมูลเชิงปริมาณนำเสนอโดยใช้ตารางเปรียบเทียบ และนำเสนอผลการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์

ผลการวิจัย พบว่า

1. สภาพปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า 1) มีการกำหนดมาตรการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างชัดเจน และพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนในด้านต่าง ๆ อยู่ในระดับมาก แต่ในการปฏิบัตินั้นยังถูกละเลยโดยผู้ปฏิบัติในระดับสถานศึกษาโดยเหตุผลหลายประการ เช่น บุคลากรไม่เพียงพอ ภารกิจมาก ขาดงบประมาณในการดำเนินงาน 2) ครูและบุคลากร ประเมินตนเอง พบว่า มีความสามารถในการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =2.87, =0.61) 3) ครูและบุคลากร มีความต้องการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.82, =0.39) 4) ครูและบุคลากร มีความต้องการเกี่ยวกับการพัฒนาการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.81, =0.46) โดยมีความต้องการพัฒนามากที่สุด คือ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามประเด็นเนื้อหา รองลงมาคือ จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ (AIC)

2. ผลการพัฒนาบุคลากรศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ปรากฎดังนี้

2.1 ผลการประเมินสภาพการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษาก่อนการพัฒนา และหลังการพัฒนาบุคลากรด้านการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา พบว่า 1) การพัฒนาในวงรอบที่ 1 โดยใช้กลยุทธ์การประชุมกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ (AIC) การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม ทำให้ครูและบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ดีขึ้น แต่มีบางส่วนยังไม่สามารถดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษาได้สมบูรณ์ครบทั้ง 5 ด้าน คือ (1) ด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานศึกษา ทั้งนี้เพราะสถานศึกษาก่อตั้งมากกว่า 10 ปี ซึ่งมีความชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากการใช้งาน (2) ด้านการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ทั้งนี้ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด บริเวณอาคารต่าง ๆ ได้เปิดใช้มานานหลายปี ทำให้มีความชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากการใช้งาน (3) ด้านการจัดการภัยพิบัติในสถานศึกษา ไม่มีมีการจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการป้องกันภัยธรรมชาติ เนื่องจากไม่ค่อยมีเหตุการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้น ทำให้เกิดความชะล่าใจ (4) ด้านการให้บริการความปลอดภัย การติดไฟฟ้าให้สว่างยังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอต่อการใช้งาน (5) ด้านสุขภาพอนามัยและการลดความเสี่ยง มีการปฏิบัติน้อย เนื่องจากการจัดสวัสดิศึกษาเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอดจากภัยอันตรายต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ใน การถ่ายทอดความรู้ 2) การพัฒนาในวงรอบที่ 2 โดยใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบมีส่วนร่วม โดยบุคลากรมี การดำเนินงานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยรวมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านอาคารสถานที่และ สิ่งอำนวยความสะดวกในสถานศึกษา มีการปรับปรุงซ่อมแซม อาคารสถานที่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ปรับปรุงซ่อมแซมประตู หน้าต่าง และพัดลมของห้องเรียน ให้มีสภาพการใช้งานได้ดี สำหรับใช้ปิด - เปิดให้อากาศถ่ายเทสะดวก (2) ด้านการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อ การจัดการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียน และนอกนอกห้องเรียน มีความสะอาดปลอดภัย มีบรรยากาศที่ดี (3) ด้านการจัดการภัยพิบัติในสถานศึกษา มีการสํารวจข้อมูลความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ มีการจัดทำแผนป้องกัน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการป้องกันภัยธรรมชาติ และตรวจสอบให้ใช้งานได้อยู่เสมอ (4) ด้านการให้บริการความปลอดภัย มีการจัดบริการ เอื้ออำนวยความสะดวกในการส่งเสริมความรู้ การให้ประสบการณ์นอกเหนือจากการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้สึกปลอดภัย และเกิดความพึงพอใจ (5) ด้านสุขภาพอนามัยและการลดความเสี่ยง มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ฝึกให้ผู้เรียนเกิดความระมัดระวังตนได้ดี โดยเริ่มจากการฝึกปฏิบัติจริง การให้ความรู้เรื่องใกล้ตัว มีการตรวจสุขภาพประจำปี มีการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพและการบริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้เรียน และการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษาหลังการพัฒนามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนพัฒนา ( = 4.87, = 0.20) โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยจากระดับปานกลางเพิ่มไปในระดับมากที่สุด

2.2 ครูและบุคลากร ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับการพัฒนาด้านการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยใช้กลยุทธ์ กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ (AIC) การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน ในการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.3 หลังการพัฒนาครูและบุคลากร มีทัศนคติต่อการดำเนินความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับดี ( =6.30, =0.52) โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับดีทุกรายการ

โดยสรุป การพัฒนาบุคลากรด้านการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษาโดยใช้กลยุทธ์ กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ (AIC) การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศแบบมีส่วนร่วมทำให้ ครูและบุคลากร มีการพัฒนาดีขึ้นจึงควรสนับสนุนส่งเสริมกลยุทธ์ดังกล่าว ไปใช้ตามมาตรการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษาต่อไป

โพสต์โดย บืนมอ : [3 ธ.ค. 2565 เวลา 07:48 น.]
อ่าน [2154] ไอพี : 223.206.235.127
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 29,815 ครั้ง
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล

เปิดอ่าน 9,400 ครั้ง
ปัญหาทั่วไปในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และวิธีการแก้ไข
ปัญหาทั่วไปในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และวิธีการแก้ไข

เปิดอ่าน 7,650 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน
ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน

เปิดอ่าน 19,653 ครั้ง
วิธีทําให้ผมยาวเร็วขึ้น
วิธีทําให้ผมยาวเร็วขึ้น

เปิดอ่าน 9,702 ครั้ง
ชื่นชมลูก ช่วยพัฒนา
ชื่นชมลูก ช่วยพัฒนา

เปิดอ่าน 14,100 ครั้ง
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี

เปิดอ่าน 77,673 ครั้ง
เทคนิคการแรเงาน้ำหนัก
เทคนิคการแรเงาน้ำหนัก

เปิดอ่าน 13,487 ครั้ง
วีดีทัศน์หลักเกณฑ์ตาม ว7/2558 (เกณฑ์ PA)
วีดีทัศน์หลักเกณฑ์ตาม ว7/2558 (เกณฑ์ PA)

เปิดอ่าน 14,975 ครั้ง
เด็กไทยเป็นอัจฉริยะ 4.0 ได้ง่าย ถ้าฝึกช่วงเรียนรู้ไว (3-6 ขวบ)
เด็กไทยเป็นอัจฉริยะ 4.0 ได้ง่าย ถ้าฝึกช่วงเรียนรู้ไว (3-6 ขวบ)

เปิดอ่าน 20,303 ครั้ง
วันมาฆบูชา
วันมาฆบูชา

เปิดอ่าน 14,191 ครั้ง
รับชมที่นี่ "ครูภูเขา" รางวัลชนะเลิศ สปอตโทรทัศน์ "วันครู" ประจำปี 2559
รับชมที่นี่ "ครูภูเขา" รางวัลชนะเลิศ สปอตโทรทัศน์ "วันครู" ประจำปี 2559

เปิดอ่าน 7,692 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่8
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่8

เปิดอ่าน 9,596 ครั้ง
วัสดุหลักที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตโน้ตบุ๊กมีชนิดใดบ้าง
วัสดุหลักที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตโน้ตบุ๊กมีชนิดใดบ้าง

เปิดอ่าน 8,290 ครั้ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง

เปิดอ่าน 10,261 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : การศึกษาระดับประถมวัยของไทยคือการเตรียมพร้อมหรือการทำร้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์
ตูนส์ศึกษา : การศึกษาระดับประถมวัยของไทยคือการเตรียมพร้อมหรือการทำร้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์

เปิดอ่าน 12,239 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค “ขาดมือถือไม่ได้”
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค “ขาดมือถือไม่ได้”
เปิดอ่าน 23,303 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ
เปิดอ่าน 8,413 ครั้ง
How to งานถูกจิต เงินเดือน ถูกใจ
How to งานถูกจิต เงินเดือน ถูกใจ
เปิดอ่าน 14,545 ครั้ง
กล้วยป่า
กล้วยป่า
เปิดอ่าน 13,881 ครั้ง
วิธีลับในการหาข้อมูลจาก Google
วิธีลับในการหาข้อมูลจาก Google

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ