ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินผลโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1

รายงานการประเมินผลโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนวัดคลองเฆ่ สำนักงานเขตพื้นที่การ

ศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 และความพึงพอใจของครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน ที่มีต่อโครงการโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 โดยมีการจัดกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งสิ้น 5 กิจกรรมหลักคือกิจกรรมการประชุมปฏิบัติการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด กิจกรรมการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก Active learning กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาสื่อการเรียนรู้ กิจกรรมการนิเทศภายใน และกิจกรรมการพัฒนาการวัดผลและประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง โดยใช้การประเมินโครงการรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ประเมิน

4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย ครู จำนวน 5 คน ศึกษานิเทศก์ จำนวน 1 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ไม่นับผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้แทนครู รวม 2 คน) จำนวน 7 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 49 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 62 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ คือแบบสอบถามที่ผู้ประเมินสร้างขึ้น ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการประเมินสรุปได้ดังนี้

1. การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ ด้านบริบทของโครงการ ตามความคิดเห็นของครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน ภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด (μ= 4.66) (σ= 0.50) เมื่อเรียงค่าเฉลี่ยจากมากลงมาสามอันดับ ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียน/หน่วยงานต้นสังกัด/กระทรวง/รัฐบาล ผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ เป้าหมายของโครงการเป็นไปตามสภาพแวดล้อม ผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด และวัตถุประสงค์ของโครงการมีความชัดเจน ผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนอันดับสุดท้าย ได้แก่ เป้าหมายของโครงการเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผลการประเมินอยู่ในระดับมาก

2. การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด กิจกรรมการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก Active learning กิจกรรมการนิเทศภายใน และกิจกรรมการพัฒนาการวัดผลและประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง ตามความคิดเห็นของครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาสื่อการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก

3. การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ ด้านกระบวนการของโครงการ กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด กิจกรรมการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก Active learning กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาสื่อการเรียนรู้ กิจกรรมการนิเทศภายใน และกิจกรรมการพัฒนาการวัดผลและประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง ตามความคิดเห็นของครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียนภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก

4. การประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ ด้านผลผลิต

ของโครงการ ตามความคิดเห็นของครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ=4.74) (σ=0.51) เมื่อเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกระดับชั้นเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด รองลงมาคือ นักเรียนทุกคนมีการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และครูผู้สอนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพและมีสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามลำดับ

5. ความพึงพอใจของครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน ที่มีต่อโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัดคลองเฆ่ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ=4.55)(σ= 0.54) เมื่อเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ครูมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและให้การยอมรับซึ่งกันและกัน รองลงมาคือ ครูจัดทำผลงานเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน (สื่อ แบบฝึก แบบวัดผลประเมินผล ฯลฯ) และ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ตามลำดับ

6. ผลการดำเนินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนวัดคลองเฆ่ พบว่า

6.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 โรงเรียนวัดคลองเฆ่เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 กับ ปีการศึกษา 2564 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าปีการศึกษา 2563 โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นเท่ากับ 3.40 และสูงกว่าเป้าหมายทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

6.2 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดคลองเฆ่ ปีการศึกษา 2563 เทียบกับปีการศึกษา 2564 พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยร้อยละเพิ่มขึ้น 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ค่าเฉลี่ยปีการศึกษา 2564 สูงกว่าปีการศึกษา 2563 อยู่ 0.83

โพสต์โดย นว : [15 ธ.ค. 2565 เวลา 12:23 น.]
อ่าน [101376] ไอพี : 118.173.4.193
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,316 ครั้ง
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

เปิดอ่าน 37,870 ครั้ง
การทักทาย วิธีเรียงประโยค(ภาษาจีน)
การทักทาย วิธีเรียงประโยค(ภาษาจีน)

เปิดอ่าน 84,146 ครั้ง
ภาพ/คำกลอน/คำคม เกี่ยวกับครู
ภาพ/คำกลอน/คำคม เกี่ยวกับครู

เปิดอ่าน 14,010 ครั้ง
40 ปี โครงการหลวง สนุก ดี ใต้พระบารมีพ่อหลวง
40 ปี โครงการหลวง สนุก ดี ใต้พระบารมีพ่อหลวง

เปิดอ่าน 113,012 ครั้ง
จรรยาบรรณของวิชาชีพ 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องจำขึ้นใจ
จรรยาบรรณของวิชาชีพ 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องจำขึ้นใจ

เปิดอ่าน 1,321 ครั้ง
5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อแบบหล่อเสาแอลให้ใช้งานได้นาน
5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อแบบหล่อเสาแอลให้ใช้งานได้นาน

เปิดอ่าน 15,940 ครั้ง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 22,733 ครั้ง
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.

เปิดอ่าน 84,044 ครั้ง
"โมเต็ล"แตกต่างจาก "โฮเต็ล" (Hotel) อย่างไร
"โมเต็ล"แตกต่างจาก "โฮเต็ล" (Hotel) อย่างไร

เปิดอ่าน 13,312 ครั้ง
5 ประโยชน์จากน้ำมันมะกอก
5 ประโยชน์จากน้ำมันมะกอก

เปิดอ่าน 5,801 ครั้ง
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร

เปิดอ่าน 15,100 ครั้ง
1 เมษายน วันข้าราชการพลเรือน
1 เมษายน วันข้าราชการพลเรือน

เปิดอ่าน 10,693 ครั้ง
คำรำพึง ของคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ในการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์
คำรำพึง ของคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ในการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์

เปิดอ่าน 63,471 ครั้ง
9 เหตุผลที่คนเก่ง ก้าวไปได้ไม่ไกลในสายงาน
9 เหตุผลที่คนเก่ง ก้าวไปได้ไม่ไกลในสายงาน

เปิดอ่าน 9,190 ครั้ง
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)

เปิดอ่าน 12,085 ครั้ง
"อัดความรู้" แต่แบเบาะ สร้างอนาคตเด็กได้จริงหรือ?
"อัดความรู้" แต่แบเบาะ สร้างอนาคตเด็กได้จริงหรือ?
เปิดอ่าน 12,405 ครั้ง
เตือนภัย : หนุ่มๆ ที่ชอบใช้โน้ตบุ๊ค
เตือนภัย : หนุ่มๆ ที่ชอบใช้โน้ตบุ๊ค
เปิดอ่าน 25,367 ครั้ง
ดาวน์โหลดสื่อวิดีทัศน์ ชุด "กายบริหารหน้าเสาธง"
ดาวน์โหลดสื่อวิดีทัศน์ ชุด "กายบริหารหน้าเสาธง"
เปิดอ่าน 5,909 ครั้ง
กรมอนามัย เผย 6 วิธี ป้องกันโควิด-19 บนรถรับ-ส่งนักเรียน
กรมอนามัย เผย 6 วิธี ป้องกันโควิด-19 บนรถรับ-ส่งนักเรียน
เปิดอ่าน 13,154 ครั้ง
รัดผมตึง...ระวังโรคเครียด
รัดผมตึง...ระวังโรคเครียด

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ