ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๒

จังหวัดจันทบุรี มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียง และมีวัตถุประสงค์เฉพาะ

1) เพื่อศึกษาปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้นที่ส่งผลต่อความส าเร็จในการพัฒนาสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลเมือง

จันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรี2) เพื่อออกแบบและสร้างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียน

เทศบาลเมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรี3) เพื่อศึกษาอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงจากการใช้รูปแบบการ

บริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่าง

พอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีและ 4) เพื่อศึกษาความพึง

พอใจของผู้มีส ่วนเกี ่ยวข้องที ่มีต ่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยใช้หลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลเมือง

จันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีกลุ ่มผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย 1. กลุ่มผู้ระดมความคิดเห็นจากการ

วิเคราะห์ข้อมูล (Focus Group) จ านวน 6 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือรองผู้อ านวยการ

สถานศึกษา ในกลุ่มโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองจันทบุรี2. กลุ่มผู้แสดงความคิดเห็นจากการตอบ

แบบสอบถาม ได้แก่ ผู้อ านวยการสถานศึกษา จ านวน 2คน รองผู้อ านวยการสถานศึกษา จ านวน 4คน

ในกลุ่มโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองจันทบุรี3. กลุ่มเป้าหมายที่ก าหนดไว้ ประกอบด้วย 1) คณะครูที่

ปฏิบัติการสอนและพนักงานครู(จ้างสอน) ปีการศึกษา 2564 จ านวน 57 คน 2) นักเรียนโรงเรียน

เทศบาลเมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีปีการศึกษา 2564 ประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี

ที่ 4 จ านวน 82 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จ านวน 96 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่

6 จ านวน 76 โดยใช้ตารางของ เครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) เลือกกลุ่มตัวอย่างโดย

วิธีการสุ่มอย่างง่าย โดยการจับฉลากรายชื่อจนครบตามจ านวน คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

จ านวน 70 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จ านวน 77 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

จ านวน 64 คน และจ านวนนักเรียนทั้งหมดในภาพรวมจ านวน 155 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

ได้แก่ แบบวิเคราะห์ข้อมูล แบบสอบถามความคิดเห็น แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตพฤติกรรม และ

แบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบน

มาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้นที่ส่งผลต่อความส าเร็จในการพัฒนาสถานศึกษาโดยใช้

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียน

เทศบาลเมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีพบว่า การจัดการศึกษาทุกระดับต้องสร้างความร่วมมือกัน

ในทุกภาคส่วน โดยสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของ

โลกศตวรรษที่ 21 และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ

และความต้องการของผู้เรียน ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กับการบริหารสถานศึกษา การจัดท าหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม

เสริมหลักสูตร และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียน

เกิดการพัฒนารอบด้านอย่างสมดุลกัน ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม

และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิตอย่างเป็นสุข ด าเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 บนพื้นฐานภูมิปัญญาที่เกิดจากการใช้ความรู้

และทักษะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา การพัฒนานวัตกรรม สอดคล้องกับ

กรอบวิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หรือ Thailand 4.0

โรงเรียนเมืองจันทบุรี ๒ ต้องยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเน้นให้ทุกหน่วยงาน/ฝ่ายงาน

น าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง2 เงื่อนไข 4 มิติ มาเป็นหลักในการบริหารงานและบูรณาการ

ในการจัดการเรียนรู้ ฝ่ายบริหารให้ความใส่ใจในการด าเนินงานบริหารจัดการสถานศึกษาและการนิเทศ

ติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างความตระหนักให้ครูในการเห็นความส าคัญของการน าหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 เพื่อน าไปสู่ผลการพัฒนาอย่างยั่งยืน

และเพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียน

2. รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้าง

อุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีมีชื่อว่า

รูปแบบพีเอสบีคอร์ป “P.S.B. CORP Model” ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการ

บริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 Planning : P

(การวางแผน) ขั้นที่ 2 Staffing : S (การจัดอัตราก าลัง) ขั้นที่ 3 Budgeting : B(การงบประมาณ)

ขั้นที่ 4 Coordinating : CO (การประสานงาน) ขั้นที่ 5 ขั้น Reporting : R (การรายงาน) และขั้นที่ 6

Professional (ความเป็นมืออาชีพในการท างาน) และเงื่อนไขการน ารูปแบบไปใช้ ผลการตรวจสอบ

ความเหมาะสม/เป็นไปได้ของปัจจัยพื้นฐานการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียน พบว่า ในภาพรวมมีความ

เหมาะสม/เป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด และผลการตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบพีเอสบี

คอร์ป “P.S.B. CORP Model” โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับ

ได้ (มากกว่าหรือเท่ากับ0.50)

3. อุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงจากการใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล

เมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

4. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยใช้หลักปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล

เมืองจันทบุรี ๒ จังหวัดจันทบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย นายวศิน สุขสวัสดิ์ : [21 ก.พ. 2566 เวลา 11:20 น.]
อ่าน [100649] ไอพี : 223.204.241.109
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,709 ครั้ง
สื่อวีดิทัศน์การพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
สื่อวีดิทัศน์การพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

เปิดอ่าน 12,647 ครั้ง
สมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป
สมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป

เปิดอ่าน 21,436 ครั้ง
เทควันโด : ประวัติเทควันโดในประเทศไทย
เทควันโด : ประวัติเทควันโดในประเทศไทย

เปิดอ่าน 14,377 ครั้ง
กรุงเทพฯ กับ บางกอก
กรุงเทพฯ กับ บางกอก

เปิดอ่าน 15,813 ครั้ง
กินหมึกสด หมึกดูดปาก ฮาตรึม
กินหมึกสด หมึกดูดปาก ฮาตรึม

เปิดอ่าน 14,051 ครั้ง
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย

เปิดอ่าน 17,301 ครั้ง
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ

เปิดอ่าน 15,291 ครั้ง
คู่มือหาความสุข
คู่มือหาความสุข

เปิดอ่าน 8,748 ครั้ง
7 วิธี ใช้เงินอย่างประหยัดเมื่อไปเรียนต่างประเทศ
7 วิธี ใช้เงินอย่างประหยัดเมื่อไปเรียนต่างประเทศ

เปิดอ่าน 11,738 ครั้ง
คลิปนี้ต้องดูคนเดียว "พนักงานร้านอาหารก็มีแม่"
คลิปนี้ต้องดูคนเดียว "พนักงานร้านอาหารก็มีแม่"

เปิดอ่าน 9,726 ครั้ง
รวมฮิตโรคเด่น-เด็กเสี่ยงเป็นมากที่สุดในหน้าฝน!
รวมฮิตโรคเด่น-เด็กเสี่ยงเป็นมากที่สุดในหน้าฝน!

เปิดอ่าน 10,063 ครั้ง
"เวอร์ชวล ไครม" อาชญากรรมโลกเสมือน!
"เวอร์ชวล ไครม" อาชญากรรมโลกเสมือน!

เปิดอ่าน 10,740 ครั้ง
Google "ค้นหา" ข้อมูลเก่งขึ้น
Google "ค้นหา" ข้อมูลเก่งขึ้น

เปิดอ่าน 20,192 ครั้ง
วิธีแก้ปวดหลัง
วิธีแก้ปวดหลัง

เปิดอ่าน 13,650 ครั้ง
ถนนราดยาง หรือ ถนนลาดยาง
ถนนราดยาง หรือ ถนนลาดยาง

เปิดอ่าน 21,320 ครั้ง
 หลักเกณฑ์การย้าย ผอ.ร.ร.50
หลักเกณฑ์การย้าย ผอ.ร.ร.50
เปิดอ่าน 11,678 ครั้ง
ประกาศจัดตั้งอุทยานใหม่อีก 15 แห่ง
ประกาศจัดตั้งอุทยานใหม่อีก 15 แห่ง
เปิดอ่าน 27,507 ครั้ง
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์
10 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขตามหลักวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 9,352 ครั้ง
"กูเกิ้ล"ผุดนวัตกรรม แว่นเสมือนจริง-รถอัตโนมัติ!
"กูเกิ้ล"ผุดนวัตกรรม แว่นเสมือนจริง-รถอัตโนมัติ!
เปิดอ่าน 18,255 ครั้ง
แนวทางการประเมินคุณภาพรอบสี่
แนวทางการประเมินคุณภาพรอบสี่

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ