|
Advertisement
|
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลัง การจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกบเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อนกับหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ PPP 3) ศึกษาความคงทนของผลการเรียนรู้ในกลุ่มที่ได้รับการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน 4) เปรียบเทียบความคงทนของผลการเรียนรู้ระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อนกับการจัดการเรียนรู้แบบ PPP กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 2 (อ่อนอุทิศ) จํานวน 62 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย กลุ่มทดลอง 32 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน แผนการจัดการเรียนรู้แบบ PPP และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 2) นักเรียนกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ PPP อย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติที5ระดับ .05 3) นักเรียนกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อนมีความคงทนของผลการเรียนรู้ 4) นักเรียนกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบ PPP ร่วมกับเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน มีความคงทนของผลการเรียนรู้ แต่นักเรียนกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ PPP ไม่มีความคงทนของผลการเรียนรู้
|
โพสต์โดย นัน : [25 ก.ย. 2566 เวลา 11:25 น.] อ่าน [100121] ไอพี : 182.232.209.202
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 10,775 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 35,599 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,243 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,031 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,688 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 727 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,720 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 639 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,605 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 8,393 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,543 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 45,629 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 5,740 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,218 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,743 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 10,486 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,488 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,915 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,919 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,156 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|