ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

ผู้วิจัย : วริษฐา สุริยวงศ์

ปีที่วิจัย : 2565

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการจำเป็นของการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ และ 4) ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 191 คน ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ 40 คน ผู้บริหารสถานศึกษา 3 คน ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 191 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความต้องการจำเป็น แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนา อภิปรายกลุ่ม และถอดบทเรียนการจัดการเรียนรู้ แบบสอบถามความคิดเห็นของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบบันทึกผลการออกแบบและวิเคราะห์หลักสูตร แบบประเมินการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบวัดจิต‍วิทยาศาสตร์ แบบสอบถามคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย พบว่า

1. สภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการจำเป็นของการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้าง

จิต‍วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จากการสอบถามความต้องการจำเป็นที่เกี่ยวกับความต้องการจำเป็นของนักเรียน ความต้องการจำเป็นของสังคม และความต้องการจำเป็นของเนื้อหารายวิชา โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.33, S.D.= 0.48) ส่วนข้อเสนอแนะ คือ ผู้เรียนต้องการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน ท้าทายความสามารถแต่ไม่มีความกดดัน ครูควรจัดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย และอาจสอดแทรกความรู้ในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้เรียนนำความรู้ไปปรับใช้ให้มากที่สุด ข้อมูลสัมภาษณ์เสนอว่า การจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เน้นการสอนแบบบรรยาย และทดลองมากกว่าการเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ ครูผู้สอนเสนอว่า ควรปรับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับรายวิชาวิทยาศาสตร์ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเอง เชื่อมโยงการเรียนรู้กับปรากฏการณ์ในชีวิตจริงให้มากที่สุด

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร ประกอบด้วย

2.1 รูปแบบการจัดการเรียนรู้ มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ แบบ VARICCE Model 6 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 เข้าใจคุณค่าของปรากฏการณ์ ขั้นที่ 2 รับรู้ ตอบสนอง ขั้นที่ 3 สืบค้นหาความจริง ขั้นที่ 4 สร้างคุณค่าหาเหตุผล ขั้นที่ 5 ตรวจสอบและประเมิน ขั้นที่ 6 ขยายความรู้สู่การสร้างนิสัย และ 4) ปัจจัยสนับสนุนขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมร่วมสร้างองค์ความรู้ใหม่ในชั้นเรียน กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อไตร่ตรองพฤติกรรม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมทางวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมที่นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

2.2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา ความสอดคล้องกับบริบทผู้เรียนและสถานศึกษา และความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ แบบ “VARICCE Model” โดยรวมทั้ง 4 องค์ประกอบมีระดับความคิดเห็นในระดับมาก (x̄ = 4.25, S.D. = 0.61)

3. การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์

3.1 การใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในด้านความสนใจ การมีส่วนร่วม และประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร แบบ “VARICCE Model” โดยรวมทั้ง 6 ขั้นตอนมีการใช้รูปแบบในระดับมาก (x̄ = 4.21, S.D. = 0.60)

3.2 จิต‍วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมมีพฤติกรรมในระดับมาก (x̄ = 4.04, S.D. = 0.68) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความใจกว้างและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ผู้เรียนมีพฤติกรรมด้านจิต‍วิทยาศาสตร์มากที่สุด (x̄ = 4.34, S.D. = 0.66)

4.การประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์

4.1 คุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิต‍วิทยาศาสตร์ โดยรวมมีระดับความคิดเห็นในระดับมาก ( x̄ = 4.17, S.D. = 0.64)

4.2 ความพึงพอใจของครูผู้สอนและผู้เรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้าง

จิต‍วิทยาศาสตร์ โดยภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับมาก (x̄ = 4.46, S.D. = 0.64) โดยในองค์ประกอบด้านขั้นตอนการจัดการเรียนรู้มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.51, S.D. = 0.64) ในขณะที่องค์ประกอบด้านหลักการ ทั้งครูผู้สอนและผู้เรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุด ( x̄= 4.41, S.D. = 0.67)

โพสต์โดย เล็ก : [19 ต.ค. 2566 เวลา 16:03 น.]
อ่าน [894] ไอพี : 223.205.228.85
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 108,576 ครั้ง
รวมคลิปสุดแสบ ในการ "ปลุก" ภาวนาอย่ามีเพื่อนแบบนี้เลย
รวมคลิปสุดแสบ ในการ "ปลุก" ภาวนาอย่ามีเพื่อนแบบนี้เลย

เปิดอ่าน 9,751 ครั้ง
PSY - GANGNAM STYLE คลิปยอดฮิต "กังนัม สไตล์"
PSY - GANGNAM STYLE คลิปยอดฮิต "กังนัม สไตล์"

เปิดอ่าน 23,907 ครั้ง
PowerPoint ประกอบการประชุมชี้แจงการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.
PowerPoint ประกอบการประชุมชี้แจงการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.

เปิดอ่าน 19,338 ครั้ง
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ

เปิดอ่าน 22,802 ครั้ง
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน

เปิดอ่าน 9,880 ครั้ง
7 คำถามที่ควรถามลูก...หลังลูกจากกลับจากโรงเรียน
7 คำถามที่ควรถามลูก...หลังลูกจากกลับจากโรงเรียน

เปิดอ่าน 22,060 ครั้ง
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"

เปิดอ่าน 12,872 ครั้ง
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"

เปิดอ่าน 12,600 ครั้ง
เผย 10 สุดยอดวิดีโอบน "ยูทูบ" ที่คนไทยชอบชมมากที่สุดปี 2558
เผย 10 สุดยอดวิดีโอบน "ยูทูบ" ที่คนไทยชอบชมมากที่สุดปี 2558

เปิดอ่าน 23,185 ครั้ง
ภาษาเขียนและตัวอักษร
ภาษาเขียนและตัวอักษร

เปิดอ่าน 7,590 ครั้ง
รัฐบาลทำงานอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน
รัฐบาลทำงานอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน

เปิดอ่าน 31,189 ครั้ง
ขนาดของหน่วยความจำและขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด
ขนาดของหน่วยความจำและขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด

เปิดอ่าน 15,161 ครั้ง
สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557
สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557

เปิดอ่าน 14,368 ครั้ง
ที่แท้ ซีอิ๊ว ก็มีต้นกำเนิดจากน้ำปลาบ้านเรานี่เอง
ที่แท้ ซีอิ๊ว ก็มีต้นกำเนิดจากน้ำปลาบ้านเรานี่เอง

เปิดอ่าน 9,738 ครั้ง
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เปิดอ่าน 13,819 ครั้ง
วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)
วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)
เปิดอ่าน 11,810 ครั้ง
ขอบพระคุณคอลัมน์ "คลิกเฮียร์" หนังสือพิมพ์"เดลินิวส์"
ขอบพระคุณคอลัมน์ "คลิกเฮียร์" หนังสือพิมพ์"เดลินิวส์"
เปิดอ่าน 3,487 ครั้ง
ผัก ผลไม้… กับมะเร็ง
ผัก ผลไม้… กับมะเร็ง
เปิดอ่าน 14,270 ครั้ง
อาหารที่ควรทาน และ หลีกเลี่ยงก่อน เข้าห้องสอบ !!
อาหารที่ควรทาน และ หลีกเลี่ยงก่อน เข้าห้องสอบ !!
เปิดอ่าน 9,990 ครั้ง
7 โรคอันตราย ที่มักเกิดกับสาว ๆ มากกว่าผู้ชาย !
7 โรคอันตราย ที่มักเกิดกับสาว ๆ มากกว่าผู้ชาย !

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ