ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยใช้รูปแบบ (DOBE Model) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพของนักเรียน โรงเรียนหนองทะเลวิทยา

1.ความสำคัญและสภาพปัญหา

การศึกษาเป็นความมั่นคงของประเทศการศึกษาต้องสร้างให้คนไทยมีทัศนคติที่ดีและถูกต้องมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง มีอาชีพ มีงานทำ และมีความเป็นพลเมืองดี มีระเบียบวินัย (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐) ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 -2580 ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย พัฒนาทักษะความสามารถการเรียนรู้ที่สอดรับกับการพัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ รวมถึงการวางพื้นฐานการเรียนรู้เพื่อการวางแผนชีวิตและวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยและนำไปปฏิบัติได้ ตลอดจนการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ มีทักษะชีวิต สามารถอยู่ร่วมและทำงานกับผู้อื่นได้ภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม นอกจากนี้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 ในประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่ง คือ เพื่อให้คนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย โดยนักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2561:8) ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 กำหนดแนวทางการจัดการศึกษา โดยยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียน มีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยการเสริมสร้างกระบวนการสร้างอาชีพ สร้างงานที่มีคุณภาพและมีรายได้สูงให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อการประกอบอาชีพที่มั่นคง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567–2568 และนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) พ.ศ. 2567 ข้อที่ 5 เสริมสร้างทักษะอาชีพและการมีรายได้ระหว่างเรียน และสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนัดงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2570 ข้อที่ 1 นักเรียนดี (Smart Student) ด้านทักษะชีวิต ข้อ 1.3.4 มีทักษะอาชีพและการมีงานทำ จึงเห็นได้ว่าการศึกษาเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศและได้รับการคาดหวังให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ ที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นส่วนช่วยในการเพิ่มความเท่าเทียมในสังคมและเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาชีพ ซึ่งมีความสอดคล้องกับผลการวิจัยของ (ดารุณี เดชยศดี,2562) พบว่า สถานศึกษากำหนดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนที่ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทของนักเรียนและท้องถิ่น คือ กิจกรรมส่งเสริมอาชีพและอาชีพที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้มีความสอดคล้องกับผลการวิจัยของ (ชัยรัตน์ กำลังหาญ, 2565) พบว่า แนวทางในการพัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อาชีพในท้องถิ่น และความเปลี่ยนแปลงของสังคม มีการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงและเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้ชุมชน หน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมทักษะอาชีพในโรงเรียน ด้านบริหารบุคคล มีการพัฒนาบุคลากรให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทักษะอาชีพนักเรียน ครูได้รับการเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับทักษะอาชีพที่หลากหลาย ด้านงบประมาณ มีการวางแผนร่วมกับชุมชนในการใช้ทรัพยากร สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์หรือสื่อสำหรับการเรียนสอนอาชีพและการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ ด้านการบริหารทั่วไป มีการส่งเสริมให้สถาบันอาชีวศึกษา สถานประกอบการ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา รวมทั้งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ (พลอยไพลิน พุทธวงศ์, 2567) พบว่า แนวทางการส่งเสริมอาชีพนักเรียนประกอบด้วย การมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายพัฒนาการศึกษา การมีส่วนร่วมในการจัดสินใจ การนิเทศติดตาม การจัดการเรียนการสอน การวางแผน การดำเนินการ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาความพร้อมด้านแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการจัดการศึกษา และการมีส่วนร่วมในการประเมินผล ดังที่ (ประวิทย์ อุดมโชติ, 2559) ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งสำคัญที่จะพัฒนาประเทศได้ คือการจัดการศึกษาที่ถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการ ความถนัด และความสนใจของบุคคล เพื่อพัฒนาตนเอง อันจะส่งผลให้เป็นแนวทางในการเลือกอาชีพให้เหมาะสมกับตนเอง จึงต้องอาศัยกิจกรรมที่หลากหลายในการช่วยเหลือให้เด็กสามารถวางแผนสู่อาชีพ ดังนั้นวิธีการวางแผนมุ่งสู่อาชีพจึงเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนสู่วัยทำงานที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา เนื่องจากการตัดสินใจเลือกอาชีพของนักเรียนในช่วงวัยนี้จะเป็นการกำหนดแนวทางในการศึกษาและการดำเนินชีวิตในอนาคต ซึ่งสิ่งสำคัญประการแรกก่อนที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกอาชีพได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเสริมสร้างให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางแผนให้บรรลุเป้าหมายตามแนวทางของตนเอง (สมร ทองดี, 2555)

จากการจัดการเรียนการสอนของครูได้มีการศึกษาสภาพปัญหาของผู้เรียนและเก็บรวมรวมข้อมูลของผู้เรียนพบว่า ผู้ปกครองของผู้เรียนที่มีรายได้ตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท จำนวน 263 คน คิดเป็นร้อยละ 63.07 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ต้องหารายได้พิเศษช่วงหลังเลิกเรียน และช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ หยุดจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 10.37 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่ไม่สามารถค้นหาความถนัดและความสนใจในการประกอบอาชีพ จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 6.23 จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจของผู้ปกครองส่วนใหญ่ของผู้เรียนมีรายได้น้อย ทำให้ผู้เรียนต้องหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวหลักจากผู้เรียนเลิกเรียนหรือช่วงวันหยุด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่ามีนักเรียนบางส่วนไม่สามารถค้นหาความถนัด ความสนใจในการประกอบอาชีพ โรงเรียนหนองทะเลวิทยาจึงพัฒนากระบวนการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยใช้รูปแบบ (DOBE Model) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพของนักเรียน โดยมุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพให้แก่นักเรียนซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดความรู้ ทักษะอาชีพตามความถนัด และความสนใจทันต่อการเปลี่ยนแปลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป โดยสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน

2. แนวทางแก้ปัญหาและพัฒนา

จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นของผู้ปกครอง นักเรียนโรงเรียนหนองทะเลวิทยา ข้าพเจ้าในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยใช้รูปแบบ (DOBE Model) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพของนักเรียน ดังนั้น จึงได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี แนวทางในการพัฒนานักเรียนให้มีทักษะอาชีพเพื่อสามารถประกอบอาชีพในท้องถิ่นหรือชุมชนของตนเอง โดยบริหารแบบมีส่วนร่วมตามรูปแบบ (DOBE Model) ประกอบด้วย D-Decision-making (การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ) คือ เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม (ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น) เข้ามาร่วมกันกำหนดทิศทาง นโยบาย ในการพัฒนาและส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน O-Operation (การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ) คือ การที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มร่วมกันดำเนินการตามแผนงานและนโยบายที่ได้ตัดสินใจร่วมกัน เพื่อให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพอย่างแท้จริง B-Benefits (การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์) คือ การที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับผลตอบแทนหรือผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง จากการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ และ E-Evaluation (การมีส่วนร่วมในการประเมินผล) คือ การที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มร่วมกันตรวจสอบ ประเมินผล และติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เพื่อวัดว่าโครงการบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับทักษะอาชีพของนักเรียนหรือไม่ และระบุจุดที่ต้องปรับปรุง

2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

2.1 วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมที่ชัดเจนระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน

2. เพื่อให้โรงเรียนมีหลักสูตรที่ส่งเสริมอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน

3. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของตนเอง รวมถึงท้องถิ่นโดยเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามหลัก DOBE Model

2.2 เป้าหมาย

2.2.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ

1. ร้อยละของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพตามหลักสูตรนอกระบบ (หลักสูตรทวิศึกษา) ไม่น้อยกว่า 90% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

2. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่ายไม่น้อยกว่า 6 ครั้งต่อปี (รวมกิจกรรมในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา)

3. มีการจัดทำ/ปรับปรุงหลักสูตรทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นอย่างน้อย 2 หลักสูตร

2.2.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1. โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมที่ชัดเจนระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

2. โรงเรียนมีหลักสูตรที่ส่งเสริมอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน

3. เครือข่ายความร่วมมือมีบทบาทอย่างแท้จริงในการสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งด้านทรัพยากร ความรู้ และโอกาสในการฝึกอาชีพ

4. นักเรียนมีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของตนเอง รวมถึงท้องถิ่น โดยเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามหลัก DOBE Model

โพสต์โดย Nat : [16 ธ.ค. 2568 (18:38 น.)]
อ่าน [13973] ไอพี : 118.173.75.89
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,363 ครั้ง
ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ใช้งานได้ฟรี ! คลิกที่นี่
ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ใช้งานได้ฟรี ! คลิกที่นี่

เปิดอ่าน 18,884 ครั้ง
ทำไม? คนเราถึงไม่ซื่อสัตย์
ทำไม? คนเราถึงไม่ซื่อสัตย์

เปิดอ่าน 50,113 ครั้ง
ท็อป 10 ยอดศิลปินของตลาดโลก
ท็อป 10 ยอดศิลปินของตลาดโลก

เปิดอ่าน 13,061 ครั้ง
กล้ามเนื้อน้อยจะอ้วนง่าย... จริงหรือ ?
กล้ามเนื้อน้อยจะอ้วนง่าย... จริงหรือ ?

เปิดอ่าน 28,455 ครั้ง
การเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะ
การเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะ

เปิดอ่าน 22,271 ครั้ง
MV เพลง รางวัลของครู
MV เพลง รางวัลของครู

เปิดอ่าน 1,564 ครั้ง
วิธีเลือกและใช้โลชั่นผิวชุ่มชื้น คืนผิวสวยสุขภาพดีได้ทันใจ
วิธีเลือกและใช้โลชั่นผิวชุ่มชื้น คืนผิวสวยสุขภาพดีได้ทันใจ

เปิดอ่าน 17,104 ครั้ง
กว่าจะมาเป็น นพวรรณ เลิศชีวกานต์
กว่าจะมาเป็น นพวรรณ เลิศชีวกานต์

เปิดอ่าน 14,710 ครั้ง
Download เอกสาร " แนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน " ของ สพฐ.
Download เอกสาร " แนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน " ของ สพฐ.

เปิดอ่าน 25,119 ครั้ง
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ

เปิดอ่าน 9,815 ครั้ง
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! 3 ข้อห้าม ห้ามทำในวันหวยออก หากอยากถูกหวย!
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! 3 ข้อห้าม ห้ามทำในวันหวยออก หากอยากถูกหวย!

เปิดอ่าน 20,900 ครั้ง
ประวัติศาสตร์ของ ¶
ประวัติศาสตร์ของ ¶

เปิดอ่าน 38,011 ครั้ง
พระนามพระเป็นเจ้าทางศาสนาพราหมณ์
พระนามพระเป็นเจ้าทางศาสนาพราหมณ์

เปิดอ่าน 16,365 ครั้ง
10 เหตุผลที่ลดเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลงสักที
10 เหตุผลที่ลดเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลงสักที

เปิดอ่าน 13,957 ครั้ง
"กะเพรา" ราชินีสมุนไพร โบราณเชื่อช่วยให้อายุยืน
"กะเพรา" ราชินีสมุนไพร โบราณเชื่อช่วยให้อายุยืน

เปิดอ่าน 18,828 ครั้ง
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
เปิดอ่าน 177,947 ครั้ง
สาระดีๆ สำหรับครูที่ต้องการจัดทำผลงาน(คศ.3)
สาระดีๆ สำหรับครูที่ต้องการจัดทำผลงาน(คศ.3)
เปิดอ่าน 2,113 ครั้ง
5 แบรนด์แก้วทัมเบลอร์ในราคาคุ้มค่า ควรเลือกมาใช้งาน
5 แบรนด์แก้วทัมเบลอร์ในราคาคุ้มค่า ควรเลือกมาใช้งาน
เปิดอ่าน 18,261 ครั้ง
สมุนไพรพิชิตหน้าหนาว
สมุนไพรพิชิตหน้าหนาว
เปิดอ่าน 3,853 ครั้ง
ความหมายดีๆ ของการตกแต่งต้นคริสต์มาส?
ความหมายดีๆ ของการตกแต่งต้นคริสต์มาส?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ