ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพ
สู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลังสู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์
เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา
ชื่อผู้วิจัย : นางสาวมัลลิกา ปานคุ้ม
ปีที่วิจัย : ปีการศึกษา 2566-2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการดำเนินงานการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง
สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลังสู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน
โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง
ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา ใช้ระเบียบวิธีวิจัย
แบบผสมวิธี เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ซึ่งใช้ทั้งการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ
และข้อมูลเชิงคุณภาพ ดำเนินการวิจัยเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทาง
การดำเนินงานการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไก
ความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน
โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา โดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 198 คน และแบบสัมภาษณ์
กับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ดำเนินการใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ขั้นตอนที่ 2 การสร้าง
และตรวจสอบรูปแบบฯ ดำเนินการโดยการศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบ ยกร่างรูปแบบฯ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น จำนวน 12 คน ตรวจสอบร่างรูปแบบ ครั้งที่ 1 ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ครั้งที่ 2
โดยใช้การสนทนากลุ่มและใช้แบบสอบถามประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบฯ
กับกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 คน และสร้างคู่มือการใช้รูปแบบฯ โดยสอบถามความเหมาะสม
จากกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 25 คน ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้
รูปแบบฯ โดยใช้โครงการจำนวน 4 โครงการ เพื่อประเมินประสิทธิผลของโครงการ 4 โครงการ ได้แก่
1) โครงการสร้างความร่วมมือแบบไตรพลังเพื่อขับเคลื่อนผู้ประกอบการวัยเยาว์ ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 67 คน 2) โครงการพัฒนาทักษะธุรกิจและสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 50 คน 3) โครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจชุมชน ทดลอง
กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน และ 4) โครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้วยการเพิ่มบทบาทความเป็นผู้นำทางธุรกิจในชุมชน ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 26 คน ดำเนินการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567
และศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 และขั้นตอนที่ 4
การประเมินผลการใช้รูปแบบฯ โดยดำเนินการศึกษาผลการประเมินประสิทธิผลของนักเรียนหลังการใช้
รูปแบบฯ ด้วยแบบสอบถาม กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 20 คน 2) ศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้
และความเป็นประโยชน์ ของรูปแบบฯ ด้วยแบบสอบถาม กับกลุ่มเป้าหมาย 67 คน 3) ศึกษาผลการประเมินด้านความยั่งยืนของรูปแบบฯ กับกลุ่มเป้าหมาย 67 คน ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567
การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (μ = 3.05, σ = 0.63) โดยด้านวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (μ = 3.13, σ = 0.58) รองลงมาคือ ด้านสมรรถนะนักเรียนและปัจจัยภายนอกทางธุรกิจ (μ = 3.09, σ = 0.64) และด้านการมีส่วนร่วมเชิงยุทธศาสตร์ของภาคีเครือข่ายมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (μ = 2.98, σ = 0.63)
2. ผลการสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง
ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการและแนวคิด กระบวนการดำเนินงาน (PDCA) ขอบข่ายความร่วมมือแบบไตรพลัง และกลไกการขับเคลื่อน ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78, σ = 0.38) และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.76, σ = 0.40) ขณะที่คู่มือการใช้รูปแบบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.63, σ = 0.05)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง
ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า ผลการประเมินประสิทธิผลของโครงการทั้ง 4 โครงการที่ใช้ในการทดลองรูปแบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.67, σ = 0.49) และผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อโครงการทั้ง 4 โครงการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78, σ = 0.42)
4. ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง
ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลของนักเรียนหลังการใช้รูปแบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.65, σ = 0.48) โดยด้านทักษะการเป็นผู้ประกอบการวัยเยาว์ (μ = 4.55, σ = 0.51) ด้านภาวะผู้นำ คุณลักษณะ และทัศนคติ (μ = 4.70, σ = 0.46) และด้านการรับรู้กลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง (μ = 4.69, σ = 0.46) อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ผลการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.77, σ = 0.42) และผลการประเมินด้านความยั่งยืนของรูปแบบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคีเครือข่าย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78, σ = 0.42)
คำสำคัญ : รูปแบบการบริหารสถานศึกษา/ความร่วมมือแบบไตรพลัง/ผู้ประกอบการวัยเยาว์/
ความยั่งยืน