ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > อาลัยการศึกษาไทย เก่งเจ๋งในกระดาษ

อาลัยการศึกษาไทย เก่งเจ๋งในกระดาษ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 เม.ย. 2558 เปิดอ่าน : 16,517 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
อาลัยการศึกษาไทย เก่งเจ๋งในกระดาษ

Advertisement

“ความพินาศ ของระบบการศึกษา การวิจัยไทย : สร้างโปรดักต์...โปรแกรมคน หรือจะเอาแต่กระดาษ”....เป็นหัวข้อสนทนาจากหัวใจของ “หมอดื้อ” หรือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตลอดเวลายาวนานของระบบการศึกษาไทยในระดับมหาวิทยาลัย ล้วนแล้วแต่ต้องการสร้างชื่อเสียง โดยการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและการวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มค่าให้แก่นักวิชาการ อาจารย์ นักวิจัย และเป็นบรรทัดฐานให้แก่นิสิตที่จะต้องเรียนจบปริญญาตรี โท เอก

และ...มหาวิทยาลัยเข้าใจว่าการจัดอันดับโลกของมหาวิทยาลัยขึ้นกับปริมาณจำนวนของการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ทําให้มีการออกกฎระเบียบในปัจจุบัน คือทุนวิจัยที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆของประเทศไทย ให้มีมูลค่าผลงานตีพิมพ์ 1 เรื่อง ต่อทุน 400,000 บาท

รวมถึงนิสิตปริญญาระดับต่างๆ ซึ่งมีทุนสนับสนุนวิจัยน้อยนิด แต่ยังคงต้องกระเสือกกระสนพยายามให้ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงการนําไปใช้งานได้จริงหรือไม่?...ก่อให้เกิดประโยชน์จริงในการแก้ปัญหาของประเทศหรือเปล่า?

ความจริงอีกด้าน...ข้อโต้แย้งจากนักวิชาการ นักวิจัย ปัญหาของประเทศถึงพอจะรู้ทางแก้ แต่ก็ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติไม่ได้ เพราะเป็นจริงเฉพาะของเมืองไทย หรือตีพิมพ์ก็ได้แต่วารสารในประเทศ ซึ่งก็ดูกระจอกงอกง่อย ไม่มีคนยอมรับ ทําให้เป็นที่มาของข้อสรุปที่ว่า...เป็นการวิจัยบนหอคอยงาช้าง งานวิจัยชั่งกิโลฯ

ทว่าการผลิตผลงานเพื่อตีพิมพ์ไม่ใช่เป็นเรื่องไร้ประโยชน์เสียทีเดียว การที่นักวิชาการ นักวิจัยไทย สามารถค้นคว้า ค้นพบของใหม่หรือของประยุกต์ ซึ่งตอบโจทย์หรือนําไปสู่กระบวนการนวัตกรรมใหม่ๆในอนาคต ถือเป็นเรื่องประกาศความเก่งกาจให้ชาวโลกรู้ แม้จะเป็นการค้นพบบันไดขั้นที่ 1 หรือ 2 ก็จะเป็นแนวทางต่อถึงขั้นที่ 10

ปัญหาของประเทศ...เมื่อได้บันไดขั้นที่ 2 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์แล้ว หรือได้เหรียญรางวัลแล้ว ไฟก็ม้วยมอดไป...หมดความกระตือรือร้นที่จะทําการศึกษาต่อและทําให้เมื่อนับผลงานตีพิมพ์วิจัยของประเทศในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เราน่าจะอยู่ในอันดับต้นๆ ในด้าน...นํ้าหนักเป็นกิโลกรัม หรือเป็นตัน

แต่เหตุไฉน...มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งอยู่ในอันดับโลก แม้จะมีน้อยกิโลฯแต่ได้รับการยอมรับ... คุณหมอธีระวัฒน์ สะท้อนว่า ฮ่องกงเมื่อเผชิญวิกฤติโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส สามารถประคองตัว เอาตัวรอด ปรับปรุงการบริหารการจัดการ การเฝ้าระวังไม่ให้มีการระบาดต่อเนื่องได้อย่างน่าสรรเสริญ

“มิหนําซํ้ายังมีการค้นหาสืบพบสัตว์ต่างๆที่อมโรค แพร่โรคให้มนุษย์อย่างต่อเนื่อง...แบบอย่างการโต้ตอบโรคระบาดร้ายแรง เป็นแบบฝึกหัดอย่างดีให้ประเทศไทยเลียนแบบ”

เกริ่นมาถึงเพียงนี้เพื่อเป็นที่สรุปว่าเราจะเอา...ผลงานจับต้องได้ ใช้งานได้ โปรแกรมที่นํามาปรับปรุงคุณภาพสายงาน บุคลากร การทํางาน บูรณาการ การสร้างคนที่เป็นคนชั้นยอด หรือ...จะเอาแต่กระดาษตีพิมพ์

สองขั้วข้างต้นอยู่คนละข้าง ความเป็นจริงต้องไปด้วยกัน ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง...ประเทศที่เจริญแล้ว การเติบโตเป็นทุกภาคส่วนพร้อมกัน ตั้งแต่ต้นนํ้า กลางนํ้า ปลายนํ้า จนถึงมีผลผลิตใช้งานได้จริง

แต่...ระบบการศึกษาของไทยขั้นสูงสุด ยึดกล่องพุ่งต้นนํ้าก็ไม่ถึงสักที โนเบลก็ไม่ได้ จะว่ายมากลางนํ้าก็ส่งผ่านต่อไปได้ไม่ถึงปลายทาง วกวนกับงานวิจัยที่แข่งกับฝรั่งในเรื่องที่ต้นทุนเราไม่พอ โดยไม่ตอบโจทย์ประเทศไทยที่งานวิจัยที่ต้องการคําตอบ...ไม่มีใครแย่งทํา เพราะตีพิมพ์ไม่ได้ ไม่ผ่านภาระงาน พิจารณาขึ้นขั้นไม่ได้

จีน...อินเดีย ตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว มีไหมงานวิจัยตีพิมพ์สวยหรู แต่...วางแผนสร้างความรู้เทคโนโลยีตั้งแต่ต้นนํ้าจนถึงปลายนํ้า ผลิตยาได้เอง มีสินค้าไฮเทคส่งออกทั่วโลก ผลิต...เครื่องจักร รถไฟ รถไฟฟ้าได้ในราคาถูก

ตามคำปราชญ์ท่านหนึ่งซึ่งต้องกราบขออภัยที่ไม่ทราบชื่อ ท่านกล่าวว่า “สัมผัสฟ้า ซับน้ำตา คือปรัชญาการวิจัย”

ไม่อยากจะพูดว่าระบบการศึกษาไทยที่เห็นๆกันขณะนี้...ล่มสลายไปเรียบร้อย พังพินาศต่อเนื่องกันมาเป็นสิบปี ไม่ได้...อยู่แค่ขั้นวิกฤติเข้าไอซียูอย่างที่นักวิชาการหลายท่านพูดปลอบใจ

ถ้าเราเริ่มนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่วันนี้เราจะยังมีเด็กรุ่นใหม่ให้เห็นเป็น เจน (เนอเรชั่น) A...เกรด A อีกใน 20-25 ปี เพราะต้องผ่านประถม มัธยม อุดมศึกษา ซึ่งต้องไม่ลืมรวมขั้นอนุบาลเข้าไปด้วย และต้องมีประสบการณ์ใช้งานได้ด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ ฉะนั้น...ต้อง “จํากัด” และ “กําจัด”...ผู้สร้าง “ระบบวงจรอุบาทว์” ที่เกิดขึ้นให้ได้

คุณหมอธีระวัฒน์ ยอมรับว่าไม่ได้มีอะไรวิเศษวิโสกว่าท่านทั้งหลาย ...ยังต้องก้มหน้าก้มตาทํางานเป็นข้ารับใช้ระบบ ที่ต้องมีภาระงานนานาตามที่กําหนด แต่ ณ สถานการณ์ปัจจุบันคงได้เห็นหลักฐานแจ้งประจักษ์แล้วว่าวงจร (อุบาทว์)...การศึกษาของไทย นอกจากไม่สร้างคน ยังทําลายคนรุ่นใหม่อย่างไม่ยั้งมือ

ตั้งแต่ อนุบาล...กลัวเข้าโรงเรียนดังไม่ได้ จับเด็กเล็กที่ควรพัฒนาสมองให้เปิดกว้างซึมซับธรรมชาติอย่างถูกต้อง จับมาท่องศัพท์ คิดเลข อัจฉริยะ ขั้น มัธยม...มีติว จะเข้ามหาวิทยาลัยยิ่งหนัก การเรียนการสอนนอกระบบห้องเรียน แท้จริงคือจับเข้าอีกห้องของโรงเรียนกวดวิชา ที่ครูติวมีชื่อเสียงแถมรวยอีกต่างหาก เพราะติวตรงข้อสอบ...ให้ตอบตรงที่ถาม ฉะนั้นเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับสอบ ชั่งมัน

เพื่อให้ไต่เต้าระดับการศึกษา...จนจบปริญญาโท–เอก ความใฝ่รู้ หาความรู้ด้วยตนเองเป็นแค่คําขวัญและความฝันของกระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นแค่โฆษณา...เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาแห่งชาติตามตัวหนังสือโก้เก๋

ประสบการณ์จากการได้ไปสอนแพทย์จากอินเดีย เนปาล มัลดีฟส์ เป็นเวลา 6 วัน ตามภารกิจการเป็นศูนย์ร่วมองค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับไวรัสสัตว์สู่คน สิ่งที่เห็นชัดเจนที่แตกต่างหลังมือเป็นหน้ามือ คือไม่มีใครหลับตั้งแต่ 08.30 ยัน 17.30...เตรียมคําถามมาเพียบ...เอารูปผู้ป่วยมาให้ดู ถกปัญหาที่มีในปัจจุบันและปัญหาที่อาจจะเกิดในอนาคต ทั้งที่เกิดในพื้นที่เอง...จากนอกพื้นที่ รวมถึงโรคติดต่อ...โรคที่ไม่ติดต่อที่เกิดจากความเจริญของมนุษย์สารพัด

ตลอด 6 วัน แม้จะชื่นใจที่งานลุล่วงและเป็นแม่แบบในการอบรมครั้งต่อๆไป แต่อดสะท้อนใจไม่ได้กับสภาพของนักเรียน นิสิตในเมืองไทย ...ความที่ต้องอยู่ในแวดวงการศึกษามาหลายสิบปีจะโทษนักเรียนก็ไม่ถูก

เพราะแต่ละหลักสูตร แต่ละรายวิชาหวังดี ยัดเยียดความรู้ประดามีในโลกให้เด็กกันมโหฬาร เด็กเองไม่มีโอกาสคิดด้วยซํ้าว่ามีข้อสงสัยไหม ต้องเล็งว่าครูสอนเน้นตรงไหนสําหรับสอบ ไม่เคยรู้ว่าปัญหาเมืองไทยอยู่ที่ไหน เรียนเรื่องวิชาต่างๆมากมายจนแยกไม่ออกว่าตรงไหนสำคัญสําหรับชีวิต

และสําหรับการทํางานในอนาคตเพื่อตนเองและสังคม ไม่มีโอกาสหา...ความรู้รอบตัว อ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวสารความเป็นไปในโลก ทำเพียงตอบให้แม่นเวลาสอบ เก็บคะแนน...เป็นของขวัญพ่อแม่ เพื่อได้ประดับตนในการเรียนต่อในขั้นสูง

ระดับอุดมศึกษา แต่ละมหาวิทยาลัยก็มุ่งเกียรติยศ ตั้งเป้าติดอันดับ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลก ขณะที่อาจารย์ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ต้องทําวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่มีแต้มต่อสูง ทุนก็หายาก เวลาก็ไม่มี บ้านก็ต้องเช่าหรือยังผ่อน ครอบครัวก็เพิ่งเริ่มต้น ได้งานวิจัยแบบเบี้ยหัวแตก ตอบโจทย์ให้ใครไม่รู้

ระบบการศึกษาที่มุ่งหวังเรียนสูงๆ สร้างปริญญาเอกเป็นแสน เพื่ออะไร...คงต้องทบทวน.

 

ที่มา ไทยรัฐ 22 เม.ย. 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> อาลัยการศึกษาไทย เก่งเจ๋งในกระดาษ , , อาลัยการศึกษาไทย , เก่งเจ๋งในกระดาษ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ☕ คลิกอ่านเลย
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ
เปิดอ่าน 19,672 ครั้ง
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร
เปิดอ่าน 5,502 ครั้ง
ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ...โรงเรียนนิติบุคคลที่มุ่งคุณภาพผู้เรียน☕ คลิกอ่านเลย
ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ...โรงเรียนนิติบุคคลที่มุ่งคุณภาพผู้เรียน
เปิดอ่าน 7,010 ครั้ง
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร☕ คลิกอ่านเลย
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร
เปิดอ่าน 8,492 ครั้ง
ตอบโจทย์ "ปฏิรูปการศึกษา"?☕ คลิกอ่านเลย
ตอบโจทย์ "ปฏิรูปการศึกษา"?
เปิดอ่าน 5,590 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีลดลอยแผลขรุขระบนใบหน้า วิธีลดลอยแผลขรุขระบนใบหน้า
เปิดอ่าน 7,830 ครั้ง
ประชาธิปไตย คืออะไรประชาธิปไตย คืออะไร
เปิดอ่าน 66,417 ครั้ง
"สมุนไพร" ส่วนประกอบอาหารไทยที่มีคุณค่า "สมุนไพร" ส่วนประกอบอาหารไทยที่มีคุณค่า
เปิดอ่าน 9,024 ครั้ง
ปัญหาทั่วไปในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และวิธีการแก้ไขปัญหาทั่วไปในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และวิธีการแก้ไข
เปิดอ่าน 7,461 ครั้ง
ข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็งข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็ง
เปิดอ่าน 13,697 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ