การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบ 4P เพื่อส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬา ตามแนวทางโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ของนักเรียนโรงเรียนบ้านลานควาย 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬา 3) ตรวจสอบด้วยการเปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบการส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬา เปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาฯและครู กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ประกอบด้วย นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาฯ และครู จำนวน 280 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับ โดยเป็นแบบสำรวจ จำนวน 3 ฉบับ แบบสังเกต จำนวน 2 ฉบับ และแบบสอบถาม จำนวน 3 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และเปรียบเทียบความมีวินัยและทักษะกีฬา เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องก่อนและหลังโดยใช้ค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการสำรวจความต้องการจำเป็น ในการพัฒนารูปแบบ 4 P เพื่อส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬา ตามแนวทางโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ของนักเรียนโรงเรียนบ้านลานควาย พบว่า ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาฯและครู มีความต้องการให้พัฒนารูปแบบ 4 P เพื่อส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬาตามแนวทางโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. อยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การสำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบ
2. ผลการพัฒนารูปแบบ 4 P เพื่อส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬา ตามแนวทางโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ปรากฏว่า รูปแบบมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ขั้นตอนที่มีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน เริ่มต้นจาก ขั้นตอนที่ 1 การมีส่วนร่วม (P : Participation) ขั้นตอนที่ 2 การวางแผน (P : Planning) ขั้นตอนที่ 3 การดำเนินการ (P : Process) ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบ ติดตามและพัฒนา (P : Performance) โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม PDCA และกระบวนการ PLC ทุกขั้นตอน ได้รูปแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องต่อเนื่องกันเป็นวัฏจักร และส่งผลร่วมกันให้เกิดการพัฒนาวินัยและทักษะกีฬาของนักเรียนโรงเรียนบ้านลานควาย ส่วนผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบ พบว่า ความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการตรวจสอบการใช้รูปแบบการส่งเสริมวินัยและทักษะกีฬา ตามแนวทางโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ของนักเรียนโรงเรียนบ้านลานควาย
3.1 ด้านวินัย พบว่า นักเรียนมีวินัย อยู่ในระดับมากที่สุดและพัฒนาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.2 ด้านทักษะกีฬา พบว่า นักเรียนมีทักษะกีฬา อยู่ในระดับมากที่สุดและพัฒนาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.3 ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความพึงพอใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.4 ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครอง พบว่า ความพึงพอใจของผู้ปกครองอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความพึงพอใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.5 ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาฯและครู พบว่า ความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาฯและครูอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความพึงพอใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01