ชื่อเรื่อง การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล
เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน สำหรับโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม
ผู้วิจัย นางกัญญามาศ สุดจริง
สถานศึกษา โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วน
จังหวัดมหาสารคาม
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
ในการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการและแนวทางในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน สำหรับโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม 2) เพื่อพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน สำหรับโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม 3) เพื่อศึกษาผลการใช้โปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน สำหรับโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม และ 4) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูต่อการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน การวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 16 คน ได้มาโดยคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2 กลุ่มเป้าหมายคือ ครูต้นแบบ (Best Practices) เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล จำนวน 3 คน ได้มาโดยการเจาะจงจากโรงเรียนที่มีการปฏิบัติงานเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ได้มาโดยคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 7 คน ระยะที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม จำนวน 6 คน ที่สมัครใจเข้าร่วมการพัฒนา และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 36 คน ระยะที่ 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาโดยคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากครูในสังกัด 5 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบวัดทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม แบบวัดทักษะการจัดการเรียนรู้ของครู แบบประเมินสมรรถนะของนักเรียนด้านการคิดและแก้ปัญหา แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน และแบบสอบถามความคิดเห็นของครูที่มีต่อการพัฒนาโปรแกรม สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัจจุบันของทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล โดยรวมมีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับปานกลาง และความต้องการในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล โดยรวมมีค่าเฉลี่ยระดับมาก
2. โปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน มีองค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหากิจกรรม กระบวนการพัฒนา และการประเมินผล วิธีการพัฒนาคือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ กระบวนการ PLC และการเรียนรู้จากการปฏิบัติ การตรวจสอบคุณภาพของโปรแกรมจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการใช้โปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน สำหรับโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม สรุปได้ว่า 1) กลุ่มเป้าหมาย มีคะแนนทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมก่อนเข้าร่วมการโปรแกรม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมผ่านไป 4 สัปดาห์ มีคะแนนทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด หมายความว่า ครูผู้เข้าร่วมโปรแกรม ทั้ง 6 คน ได้นำหลักการและแนวคิดจากการพัฒนานำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน 2) ผลการประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้สู่การพัฒนาผู้เรียน โดยภาพรวมมีทักษะการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด 3) นักเรียนมีสมรรถนะด้านการคิดและแก้ปัญหา หลังการจัดการเรียนรู้ของครู โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของครู โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
4. ครูผู้สอนของโรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม มีความคิดเห็นต่อโปรแกรมส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการคิดและแก้ปัญหาของนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยครูผู้สอนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นตรงกันมากที่สุดคือ โปรแกรมสามารถส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการนำมาพัฒนาผู้เรียน และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาครูเพื่อเข้าใจหลักและวิธีการแก้ปัญหา การจัดการเรียนการสอนโดยการตีความบริบท เพื่อการศึกษาปัญหาหรือความต้องการในการพัฒนานวัตกรรมจากบริบทของสถานศึกษาที่จะนำนวัตกรรมไปทดลองแล้วระบุเป้าหมายเนื้อหา สาระ วิชา ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรม