ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรม
เสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4
ชื่อผู้วิจัย สุพัชชณพงศ์ อร่ามวิทย์
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม มีวิธีดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพง 2) สร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม 3) ใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม โดยรวม มีการปฏิบัติในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับ ภาคีเครือข่ายมีการปฏิบัติระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ตามลำดับ
2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม พบว่า มีองค์ประกอบ ที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินงาน การประเมินผล และ เงื่อนไขความสำเร็จ โดยกระบวนการดำเนินงานของรูปแบบ (CARE - ADLE Model) ประกอบด้วย 1) รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย (CARE ) ได้แก่ จัดประชุมวางแผนร่วมกับภาคีเครือข่าย (Collaborative Planning) ร่วมดำเนินกิจกรรมตามแผน (Active Implementation) จัดสรรทรัพยากรและผลประโยชน์ (Resource Sharing Benefits) ร่วมติดตามประเมินผล (Evaluation & Development) และ 2) โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (ADLE) ได้แก่ การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning Design) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Delivery of Active Learning) การใช้และพัฒนาสื่อ และแหล่งเรียนรู้สำหรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Learning Resources and Media) การประเมินผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Evaluation of Active Learning) ตามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยภาพรวม พบว่า รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายและโปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด
3. ผลการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม พบว่า
3.1 ผลการดำเนินงานตามขอบข่ายรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโรงเรียนวัดกำแพง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด
3.2 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนวัดกำแพงถม หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.3 ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนวัดกำแพงถม หลังการใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีคุณภาพในระดับมากที่สุด
3.4 คุณภาพผู้เรียนหลังการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม มีคุณภาพในระดับมากที่สุด
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม พบว่า
4.1 ผลการประเมินความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้องของรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม อยู่ในระดับมากที่สุด
4.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจหลังการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับ ภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียน วัดกำแพงถมของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียนและภาคีเครือข่าย อยู่ในระดับมากที่สุด
4.3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของครูหลังการใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนวัดกำแพงถม อยู่ในระดับมากที่สุด
4.4 ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อคุณภาพผู้เรียนหลังการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยใช้โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โรงเรียนวัดกำแพงถม อยู่ในระดับมากที่สุด