ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมิน แบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมิน แบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้วิจัย นายสมจิตร ดำริห์

สังกัด กองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ปีที่ประเมิน 2567

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินความเหมาะสมของการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า และกระบวนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ 2) เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ โดยขั้นตอนที่ 1 มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ ครูผู้สอนกิจกรรมกีฬาเซปักตะกร้อ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 150 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยและ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ สังเคราะห์จากขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 โดยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการประเมิน พบว่า

1. ผลการประเมินความเหมาะสมของการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า และกระบวนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ( = 4.47, S.D. = 0.60)

2. ผลประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สรุปผลดังนี้

2.1 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในด้านสมรรถนะสุขภาวะและพลานามัยของผู้เรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.53, S.D. = 0.58)

2.2 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในด้านทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.51, S.D. = 0.57)

2.3 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในด้านความเป็นเลิศทางกีฬา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.51, S.D. = 0.57)

3. ผลการศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ พบว่า ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ ความสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของโรงเรียน การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหาร ความมุ่งมั่นและความรู้ความสามารถของครูผู้รับผิดชอบโครงการ รวมถึงความสนใจและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ซึ่งล้วนส่งผลให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุวัตถุประสงค์ในภาพรวม ประเด็นที่ควรนำไปพิจารณาเพื่อการพัฒนา ได้แก่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลาในการฝึกซ้อม ความแตกต่างของศักยภาพผู้เรียน การใช้ทรัพยากรร่วมกัน และระบบการติดตามประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ ทั้งนี้ แนวทางการปรับปรุงควรมุ่งเน้นการวางแผนอย่างเป็นระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสม การเพิ่มความต่อเนื่องของการฝึกซ้อม และการพัฒนาระบบติดตามประเมินผล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพโครงการและสนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศทางกีฬาอย่างยั่งยืน

โพสต์โดย รองฯ : [25 ก.พ. 2569 (11:42 น.)]
อ่าน [839] ไอพี : 223.205.226.159
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,604 ครั้ง
ประโยชน์ของ "กล้วยหอมทอง" ที่มีต่อสุขภาพ
ประโยชน์ของ "กล้วยหอมทอง" ที่มีต่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 11,812 ครั้ง
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 16,536 ครั้ง
เมื่อฝรั่งขับรถเจอด่านตำรวจ จะเป็นยังไง ?
เมื่อฝรั่งขับรถเจอด่านตำรวจ จะเป็นยังไง ?

เปิดอ่าน 56,579 ครั้ง
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร

เปิดอ่าน 20,087 ครั้ง
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ

เปิดอ่าน 49,366 ครั้ง
"วันครูโลก" 5 ตุลาคมของทุกปี
"วันครูโลก" 5 ตุลาคมของทุกปี

เปิดอ่าน 14,676 ครั้ง
เช็กสุขภาพง่าย ๆ แค่ส่องกระจก
เช็กสุขภาพง่าย ๆ แค่ส่องกระจก

เปิดอ่าน 15,786 ครั้ง
ASEAN
ASEAN

เปิดอ่าน 19,681 ครั้ง
การจัดโต๊ะหมู่บูชา ที่ถูกต้องในพิธีต่างๆ โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
การจัดโต๊ะหมู่บูชา ที่ถูกต้องในพิธีต่างๆ โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

เปิดอ่าน 6,840 ครั้ง
จ๊อบส์ ดีบี ประเทศไทย เผยมุมมองผู้หางานและนายจ้างกับภาวะการจ้างงาน เปรียบเทียบประเทศไทยกับอาเซียน
จ๊อบส์ ดีบี ประเทศไทย เผยมุมมองผู้หางานและนายจ้างกับภาวะการจ้างงาน เปรียบเทียบประเทศไทยกับอาเซียน

เปิดอ่าน 16,833 ครั้ง
ชา จริงๆ แล้วดีกว่าน้ำ
ชา จริงๆ แล้วดีกว่าน้ำ

เปิดอ่าน 14,678 ครั้ง
12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว
12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว

เปิดอ่าน 18,579 ครั้ง
การปลูกต้นไม้ตามทิศ
การปลูกต้นไม้ตามทิศ

เปิดอ่าน 15,093 ครั้ง
นาฬิกาชีวิต องค์รวมสุขภาพแบบ A.M./P.M.
นาฬิกาชีวิต องค์รวมสุขภาพแบบ A.M./P.M.

เปิดอ่าน 35,199 ครั้ง
นมวัว กับ นมถั่วเหลือง.. นมไหนดีกว่ากัน
นมวัว กับ นมถั่วเหลือง.. นมไหนดีกว่ากัน

เปิดอ่าน 3,195 ครั้ง
ค่าสอบ TOEIC เท่าไร ? พร้อมเผยทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสอบ
ค่าสอบ TOEIC เท่าไร ? พร้อมเผยทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสอบ
เปิดอ่าน 26,353 ครั้ง
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
เปิดอ่าน 14,354 ครั้ง
ฟังเพลงถูกใจเหมือนร่างกายได้ออกกำลังกาย
ฟังเพลงถูกใจเหมือนร่างกายได้ออกกำลังกาย
เปิดอ่าน 13,162 ครั้ง
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ
เปิดอ่าน 13,509 ครั้ง
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ