ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์ > คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!

คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ต.ค. 2558 เปิดอ่าน : 12,733 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!

Advertisement

คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!

เมื่อลูก 3 ขวบ

     วันที่ลูกไปเรียนเตรียมอนุบาลวันแรก ลูกของคุณสวมชุดนักเรียนได้น่ารักที่สุดเลย เมื่อถึงโรงเรียน ลูกเอาแต่ร้องไห้ ไม่ออมออกจากอกคุณ คุณครูต้องมาอุ้มไป ลูกร้องไห้กรีดร้องเสียงดัง “แม่จ๋า แม่จ๋า!” แม้จะห่วงหาแต่ก็ต้องยอม ลูกห่างจากพ่อแม่เป็นวันแรก วันนั้นทั้งวันคุณเฝ้ารอให้ถึงตอนบ่าย เมื่อไปรับลูกที่โรงเรียน ลูกเห็นหน้าคุณก็รีบวิ่งเข้ามากอด พร้อมกับพูดว่า “แม่จ๋า หนูคิดถึงแม่จ๋าจังเลย” ในเวลานั้น กอดลูกเหมือนกับกอดโลกทั้งใบไว้ในอ้อมแขน

เมื่อลูก 6 ขวบ
     ลูกเรียนประถมฯ ลูกเดินเข้าโรงเรียนเองโดยไม่ต้องให้คุณไปส่งถึงห้องเรียน มันช่างเป็นภาพที่น่าจดจำ ลูกของคุณเริ่มโตแล้ว วันนี้ลูกได้เริ่มต้นเปิดบันทึกชีวิตหน้าใหม่ของเขาแล้ว แต่ใครจะคาดคิด นี่เป็นก้าวแรกที่ลูกได้ก้าวเท้าออกจากชีวิตคุณเป็นก้าวแรก เพราะลูกเริ่มชินกับการพรากจากคุณเป็นวันๆแล้ว และลูกก็ชอบไปโรงเรียน นี่เป็นชีวิตที่ลูกชอบ บางครั้งลูกก็บอกกับคุณว่า “แม่ ผมไม่ชอบอยู่บ้านเลย ผมไม่มีเพื่อนเล่น”

เมื่อลูก 12 ขวบ
     ลูกเรียนมัธยมต้นแล้ว ลูกบางคนต้องไปโรงเรียนกินนอน ทางทีเป็นเดือนหรือไม่ก็เป็นเทอมถึงจะกลับมาบ้านสักครั้ง เขาไม่ต้องพึ่งคุณอีกต่อไป บางครั้ง เขาก็ชอบจ้องคุณ เวลาที่คุณอยากช่วยทำอะไรให้เขา เชาจะบอกคุณว่า “ไม่ต้องหรอกครับแม่ เดี๋ยวผมทำเอง!” เมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากของลูก คุณรู้สึกว่าคุณเริ่มหมดความสำคัญ หรือว่าลูกไม่ต้องการคุณแล้ว!

เมื่อลูก 18 ปี
     ลูกได้จากคุณไปเรียนมหาวิทยาลัย กลับมาเยี่ยมบ้านปีละครั้งสองครั้ง ก่อนหน้าที่พวกเขาจะกลับมาวันสองวัน ตู้เย็นที่บ้านแทบยัดอะไรใส่ไปไม่ได้ คุณเตรียมของที่ลูกชอบไว้เต็มตู้ แต่เมื่อลูกกลับมา เขาก็อยู่กับคุณไม่กี่นาที จากนั้นเขาก็ไปอยู่กับเพื่อนในสมัยเด็กๆ ในเวลานี้ สิ่งที่พวกคุณกลัวที่จะได้ยินที่สุดก็คือ “แม่ ผมไม่กลับมากินข้าวนะ พ่อกับแม่กินไปเลย”

 

      เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ลูกไปทำงานไกลบ้าน ปีหนึ่งจะกลับมาสักครั้งก็ยากเหลือเกิน  กว่าจะกลับมาได้สักครั้ง อยู่ไม่กี่วันก็ไป สิ่งที่คุณรอคอยก็คือเสียงโทรศัพท์ หวังว่าปลายสายจะเป็นเสียงของลูก และหวังว่าลูกจะพูดกับคุณว่า “แม่ ผมสบายดี แม่รักษาสุขภาพด้วยนะ!” แค่นี้ คุณก็สุขใจแล้ว

      เมื่อลูกแต่งงาน การกลับมาเยี่ยมคุณก็แบ่งกับบ้านแม่ยายครึ่งหนึ่ง การกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ก็ลดน้อยลงไปอีก กว่าที่คุณจะชิน คุณสองคนก็กลายเป็นคนแก่เฝ้าบ้าน แต่ว่าตอนนี้ สิ่งที่คุณต้องการได้ยินมากที่สุดจากลูกก็คือ “แม่ครับ ปีใหม่ปีนี้ผมกับบ้านนะ!”

      และเมื่อเขามีลูกแล้ว คุณก็ไม่ใช่สมาชิกในบ้านของเขาอีกต่อไป ครอบครัวของเขามี 3 หรือ 4 ชีวิต ไม่มีคุณเป็นส่วนประกอบ และพวกคุณ ก็ค่อยๆชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว ชินกับเมื่อมีเวลาว่าง คุณมักจะเปิดดูอัลบั้มรูปเก่าๆ  ดูรูปครอบครัวของคุณ ครอบครัวที่มีสมาชิกด้วยกัน 3 ชีวิต ไม่ว่าลูกจะไปอยู่ที่ไหน เขาก็ยังคงเป็นสมาชิกในบ้านของเราตลอดไป ใช่แล้ว! ตอนที่ลูกอยู่ข้างกายเรานั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่บางครั้งที่เราก็มักที่จะบ่น บ่นว่าเพราะต้องเลี้ยงดูส่งเสียเขาเรียน ต้องเหนื่อยและใช้เงินทองไปแล้วมากมายเท่าไหร่?

      แต่ทว่า หากคุณพิจารณาให้ดีๆ สิบปีให้หลังจากนี้ไป ต่อให้คุณอยากมีบรรยากาศแบบนี้อีก คุณก็ยากที่จะมีได้อีก เพราะลูกโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้ว เขาก็ไม่ชินกับชีวิตอย่างนี้อีกต่อไป

หลังจากหย่านมลูกแล้ว คุณมักจะคิดถึงเวลาที่ให้นมลูกใช่หรือไม่?
แต่ว่าตอนนั้น คุณกลับรู้สึกว่ามันเหนื่อย มันลำบาก มันน่าเบื่อใช่หรือเปล่า?
คุณมักจะยิ้ม เมื่อเห็นภาพถ่ายตอนที่ลูกดูดหัวแม่มือของตัวเองใช่หรือไม่?
แต่ตอนนั้น คุณโมโหทุกครั้งที่เห็นลูกดูดมือ คุณมักจะตีลูก และมักรีบล้างมือลูก แถมยังบ่นแล้วบ่นอีก ใช่หรือเปล่า?
คุณนึกถึงเสียงออดอ้อนของลูกในตอนที่เขาเป็นเด็กๆใช่หรือไม่?
แต่ตอนนั้น คุณมักจะดุลูกว่าทำไมทำตัวเป็นเด็กไม่โตสักทีใช่หรือเปล่า?
คุณนึกถึงวันที่ลูกกอดขาคุณแน่นในวันที่เขาไปโรงเรียนใช่หรือไม่?
แต่ว่าตอนนั้น คุณคิดแต่เพียงว่าจะทำยังไงให้ลูกไปโรงเรียนแบบไม่งอแงใช่หรือเปล่า?

กาลเวลายากหวนคืน ที่ผ่านไปแล้วมันก็ผ่านเลยไป 
เวลาที่ลูกอยู่ข้างกายเป็นเวลาที่มีค่า จงรู้รักษา อย่ารอให้มันผ่านไปแล้วมาเสียดายทีหลัง

 ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : นุสนธิ์บุคส์

ที่มาจาก kaijeaw.com

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน! , , คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? , ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? , อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน! << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เกิดทันไหม ประกาศผลเอ็นทรานส์ ยุคเริ่มแรกและ ยุคปี 2530☕ คลิกอ่านเลย
เกิดทันไหม ประกาศผลเอ็นทรานส์ ยุคเริ่มแรกและ ยุคปี 2530
เปิดอ่าน 7,298 ครั้ง
ที่มาภาพมือเป็นรู ที่แชร์กันให้กลัวกันทั่วไลน์ ที่แท้มาจาก....☕ คลิกอ่านเลย
ที่มาภาพมือเป็นรู ที่แชร์กันให้กลัวกันทั่วไลน์ ที่แท้มาจาก....
เปิดอ่าน 15,597 ครั้ง
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้☕ คลิกอ่านเลย
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้
เปิดอ่าน 8,999 ครั้ง
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ☕ คลิกอ่านเลย
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ
เปิดอ่าน 24,787 ครั้ง
โลกออนไลน์ชื่นชม ผอ.โรงเรียนเข้ารับตำแหน่ง ร่ายกลอนลำและอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศที่ดีในโรงเรียน☕ คลิกอ่านเลย
โลกออนไลน์ชื่นชม ผอ.โรงเรียนเข้ารับตำแหน่ง ร่ายกลอนลำและอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศที่ดีในโรงเรียน
เปิดอ่าน 45,952 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์
เปิดอ่าน 8,574 ครั้ง
ชมคลิป ยอดคุณพ่อเวียดนามจับลูกใส่ถุงพลาสติก พาลุยน้ำท่วมไปโรงเรียนชมคลิป ยอดคุณพ่อเวียดนามจับลูกใส่ถุงพลาสติก พาลุยน้ำท่วมไปโรงเรียน
เปิดอ่าน 8,663 ครั้ง
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
เปิดอ่าน 10,539 ครั้ง
อัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไรอัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไร
เปิดอ่าน 33,962 ครั้ง
ขยันอย่างไร?...จึงจะประสบความสำเร็จ ขยันอย่างไร?...จึงจะประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 10,689 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ