หัวข้องานวิจัย รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์
ผู้วิจัย นายสุรสิทธิ์ สัญญารัตน์
หน่วยงานที่รับผิดชอบ โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและสภาพความต้องการรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) ได้แก่ ครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 28 คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 32 คน ประกอบด้วย 1) ครูพี่เลี้ยงที่ร่วมกำกับ ติดตาม ให้คำปรึกษา และนิเทศในการดำเนินการพัฒนาบุคลากรเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 4 คน 2) กลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบสังเกต ประเด็นสนทนากลุ่ม และแบบสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x ̅) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ค่า Wilcoxon Signed Ranks Test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีความเป็นไปได้ และความสอดคล้องของรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ มีชื่อว่า เค-แคร์ (K-CARE Model) โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 - 1.00 ความเป็นไปได้ของรูปแบบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 1.00 และความสอดคล้องของรูปแบบมีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 1.00 ทั้งนี้เนื่องมาจากขั้นตอนการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียน ขุนหาญวิทยาสรรค์ มีกระบวนการที่เป็นระบบ มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบ ซึ่งก็คือ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง
2. ผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ สรุปได้ดังนี้
2.1 สมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของผู้รับการอบรม หลังการใช้รูปแบบ โดยภาพรวม พบว่า การฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 1 ที่กำหนดไว้ และเมื่อพิจารณาการประเมินผลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน เป็นรายด้านโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย พบว่า การประเมินด้านผลผลิต (Product) ด้านสภาวะแวดล้อม( Context ) ด้านปัจจัยนำเข้าของการฝึกอบรม (Inputs) และด้านกระบวนการ (Process) อยู่ในระดับมากที่สุด
2.2 รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ ครูพี่เลี้ยงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัย ในชั้นเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model มีคะแนนสูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน
2.3 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ ครูผู้รับการอบรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 2 ที่กำหนดไว้ โดยหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้K-CARE Model มีคะแนนสูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน
2.4 สมรรถภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้รับอบรม พบว่า ครูผู้รับการอบรม มีสมรรถภาพในการทำวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 2 ที่กำหนดไว้ และเมื่อพิจารณาสมรรถภาพในการทำวิจัยในชั้นเรียน พบว่า ครูผู้รับการอบรม มีสมรรถภาพในการทำวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด
2.5 ความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ โดยภาพรวม พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model ของครู อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อ 3 ที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครูมีความพึงพอใจที่อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ลำดับที่1 ด้านกระบวนการนำรูปแบบไปใช้ ลำดับที่2 ด้านผลของการใช้รูปแบบ และลำดับที่3 ด้านองค์ประกอบของรูปแบบ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้ออยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ คือ ลำดับที่ 1 องค์ประกอบเชิงกระบวนการแบ่งออกเป็น 5 ขั้น ได้แก่ 1) ขั้นการแบ่งระดับความรู้ 2) ขั้นการฝึกอบรมให้ความรู้ 3) ขั้นการปฏิบัติการทำวิจัย 4) ขั้นการประเมินผล 5) ขั้นการสะท้อนผล มีความเหมาะสมสัมพันธ์กัน ลำดับที่ 2 องค์ประกอบของรูปแบบมีความชัดเจนและเป็นระบบ ลำดับที่ 3 องค์ประกอบเชิงหลักการและวัตถุประสงค์ มีความเหมาะสม ลำดับที่ 4 องค์ประกอบเชิงเงื่อนไขการนำไปใช้ และการติดตาม ดูแล มีความเหมาะสม และลำดับที่ 5 องค์ประกอบเชิงกระบวนการ และองค์ประกอบเชิงเงื่อนไขการนำไปใช้ มีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน ทั้งนี้จากการสนทนากลุ่ม พบว่า องค์ประกอบของรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัย ในชั้นเรียน โดยใช้ K-CARE Model ของครู ทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสม และสอดคล้องซึ่งกันและกัน กระบวนการพัฒนาครู เพื่อเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนมีความต่อเนื่องและสัมพันธ์กันในแต่ละขั้นตอน ถือเป็นกระบวนการที่มีประโยชน์มากในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่วนเงื่อนไขในการนำรูปแบบไปใช้นั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการนำรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเงื่อนไขของครูที่มีความมุ่งมั่น จริงใจในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ด้วยความเต็มใจร่วมมือกัน มีความรับผิดชอบในการทำงาน และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก รวมทั้งผู้บริหารมีความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับครู เป็นการส่งเสริมให้ครูเกิดการพัฒนาทั้งการพัฒนาครู และการทำวิจัยในชั้นเรียน
2.6 ผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดจากการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ทำวิจัย พบว่า ก่อน และหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน นักเรียนมีผลการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 4 ที่กำหนดไว้ โดยหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน นักเรียนทุกระดับชั้นทุกห้อง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน