Marie Sklodowska นักวิทยาศาสตร์สตรีที่โลกรู้จักดีที่สุด ถือกำเนิดที่กรุง Warsaw ในประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2410 บิดามารดาของเธอเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม เพื่อการมีชีวิตที่มีคุณภาพเธอได้เดินทางออกจากโปแลนด์ ซึ่งขณะนั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Sorbonne ในประเทศฝรั่งเศส ณ ที่นั่นเธอได้พบนักฟิสิกส์หนุ่มชื่อ Pierre Curie และได้เข้าพิธีสมรสเมื่อ Marie มีอายุได้ 28 ปีต่อมา เมื่อ Pieerre ประสบอุบัติเหตุถูกรถม้าชนจนถึงแก่ชีวิต Marie ได้รับตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์สตรีคนแรกของ Sorbonne
ในปี พ.ศ. 2439 H. Becquerel ได้พบปรากฏการณ์กัมมันตภาพรังสีในธาตุบางชนิด Marie และสามีจึงได้ร่วมกันศึกษาและวิจัยผลการค้นพบนี้ และได้พบธาตุ polonium ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2441 และธาตุ radium ในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน ในการศึกษาธาตุกัมมันตรังสีใหม่ๆ นั้นเธอได้ยอมเป็นหนูตะเภาทดลองและได้พบว่าเรเดียมที่หนัก 1 กรัม สามารถให้ความร้อนได้มากถึง 140 แคลอรีในเวลา 1 ชั่วโมง บุคคลทั้งสองได้ปฏิเสธไม่ยอมรับรายได้หรือผลประโยชน์ใดๆ จากผลงานการค้นพบของเขาทั้งสอง
โดยส่วนตัว Marie เป็นคนเงียบ ขรึม สำรวม เด็ดเดี่ยว และเสียสละ เธอรักวิชาเคมีอย่างเป็นชีวิตและวิญญาณ ตำราสำคัญที่เธอแต่งชื่อ Traite de Radioactivite ในปี พ.ศ. 2446 เธอและสามี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกับ Becquerel จากผลงานเรื่องกัมมันตภาพรังสี และอีก 2 ปีต่อมา เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจาการค้นพบธาตุกัมมันตรังสีเรเดียม
โลกวิทยาศาสตร์รู้จักกฏคูรี อุณหภูมิคูรี หน่วยวัดกัมมันตรังสีที่วัดเป็นคูรี และธาตุ curium เธอเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด และเมื่อใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ตาทั้งสองข้างของเธอบอดสนิท
สังคมฝรั่งเศสในสมัยนั้นไม่ยอมรับสตรีที่มีความทะเยอทะยาน สตรีที่มีความคิดอิสระ การพิชิตรางวัลโนเบลถึงสองรางวัลทำให้เธอเป็นวีรสตรี แต่ถึงกระนั้นก็ตามในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ French Academy of Sciences อันมีชื่อเสียงของฝรั่งเศสที่ไม่มีผู้หญิงเป็นสมาชิกเลย เธอได้รับการต่อต้านจากบรรดาสมาชิกผู้ชายที่พากันคัดค้านไม่ให้เธอเข้าร่วมสมาคม ด้วยใบสมัครเป็นสมาชิกของเธอถูกปฏิเสธเพราะเธอถูกพบว่า มีความสัมพันธ์ฉันชู้ กับ P. Langevin ผู้เป็นนักฟิสิกส์ที่มีครอบครัวแล้ว จดหมายรักของเธอถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ เมื่อ Royal Swedish Academy ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาเคมีให้แก่เธอ สมาชิกของสถาบันโนเบลท่านหนึ่งได้ขอร้องให้เธอสละสิทธิ์การรับรางวัล เพื่อมิให้รางวัลมีมลทินใดๆ แต่มาดาม Curie ไม่สนและไม่สละสิทธิ์ เธอและบุตรสาวได้เดินทางไปรับรางวัลที่ Stockholm โดยอ้างว่าความสามารถทางวิชาการกับวิถีชีวิตส่วนตัวเป็นคนละเรื่องกัน
ดังนั้นถึงแม้เธอจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะ แต่ในด้านการดำรงชีวิตเธอก็มีปัญหามาก โลกวิทยาศาสตร์ยุคนั้นมีชีวิตชีวาเพราะเธอเป็นสตรีคนเดียวในที่ประชุมต่างๆ ของนักวิทยาศาสตร์ บุตรสาวที่ชื่อ Irene ของเธอสามารถพิชิตรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ให้แก่ตระกูล Curie เป็นรางวัลที่สามในอีกหลายปีต่อมา
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ ประธานาธิบดี Francois Mitterand ของฝรั่งเศสได้ประกาศให้ย้ายศพของนาง และสามีไปฝังที่ Pantheon ซึ่งเป็นสุสานเฉพาะสำหรับชาวฝรั่งเศสผู้ทำชื่อเสียงสูงสุดให้แก่ประเทศ เธอเป็นสตรีคนแรกที่ถูกฝังที่นั่นและเป็นนักวิทยาศาสตร์คนที่สองนับต่อจาก Berthelot นักเคมีระดับโนเบลอีกท่านหนึ่ง
ถึงแม้ว่าในขณะที่มีชีวิตอยู่ เธอถูกปฏิเสธมิให้เป็นสมาชิกของ French Academy of Sciences แต่ขณะนี้เธอเป็นสมาชิกของ Pantheon แล้ว ก็โก้และเก๋กว่ากันมากเลย
Advertisement
 เปิดอ่าน 20,000 ครั้ง  เปิดอ่าน 72,103 ครั้ง  เปิดอ่าน 18,205 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,819 ครั้ง  เปิดอ่าน 22,116 ครั้ง  เปิดอ่าน 71,185 ครั้ง  เปิดอ่าน 23,030 ครั้ง  เปิดอ่าน 26,594 ครั้ง  เปิดอ่าน 4,219 ครั้ง  เปิดอ่าน 26,749 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,997 ครั้ง  เปิดอ่าน 37,325 ครั้ง  เปิดอ่าน 38,962 ครั้ง  เปิดอ่าน 18,597 ครั้ง  เปิดอ่าน 51,380 ครั้ง  เปิดอ่าน 3,001 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 12,400 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 4,219 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 90,159 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 3,001 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 37,186 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 17,699 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 15,159 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 71,258 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 11,237 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 17,760 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 7,494 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 48,520 ครั้ง |
|
|