ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยบูรณาการแนวคิดการเรียนรู้แบบบริบทและปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) ออกแบบ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัด การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในประเด็นย่อย ดังนี้ 3.1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3.2) ศึกษาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3.3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 4) ปรับปรุงรูปแบบการจัด การเรียนรู้ ให้มีความสมบูรณ์ ดำเนินการวิจัย ใน 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในพัฒนารูปแบบการจัด การเรียนรู้ โดยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสอบถามความคิดเห็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 54 คน และการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Develop : D1) ออกแบบพัฒนาและประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ จากนั้นประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในด้านความถูกต้อง (Accuracy Standard) ด้านความเหมาะสม (Propriety Standard) ด้านความเป็นไปได้ (Feasibility Standard) และด้านการนำไปใช้ประโยชน์ (Utility Standard) โดยการสอบถามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน จากนั้นจึงนำรูปแบบการจัด การเรียนรู้ ไปทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพแบบเดี่ยว แบบกลุ่มเล็ก และแบบภาคสนาม ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนพนมมาศพิทยากร อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 27 คน แล้วดำเนินการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ระหว่างก่อนเรียนและ หลังเรียน ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ศึกษาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาของนักเรียน และศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Develop : D2) ปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยนำเสนอรูปแบบ การจัดการเรียนรู้แก่ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 5 โรงเรียน และสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับจุดเด่น ข้อจำกัดของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการที่ทำให้รูปแบบ การจัดการเรียนรู้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้มี ความสมบูรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการทดสอบทีแบบกลุ่มไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent)

ผลการวิจัย ปรากฏดังนี้

1. สภาพปัจจุบันในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา ตามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาพรวม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.40, SD = 0.52) สภาพปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด อย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา ตามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาพรวม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.32, SD = 0.55) ความต้องการในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้แก่ ต้องการให้ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กิจกรรมที่ใช้ปัญหาหรือสถานการณ์ใกล้ตัวเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ต้องการสื่อการสอนที่ช่วยให้นักเรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์ ทดลอง และอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ต้องการเรียนเนื้อหาวิทยาศาสตร์ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่พบในชีวิตจริงและการหาวิธีแก้ไขปัญหา ต้องการให้มีการประเมินผลการเรียนรู้ จากการปฏิบัติการทดลองและกระบวนการทำงาน ต้องการให้การกำหนด ปัญหาที่เกิดจากสถานการณ์ใกล้ตัวหรือชีวิตประจำวัน และต้องการแสวงหาความรู้สำหรับการเรียนวิทยาศาสตร์จากอินเทอร์เน็ต / เว็บไซต์ทางการศึกษา ส่วนความต้องการในการพัฒนารูปแบบ การจัดการเรียนรู้ จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พบว่า (1) หลักการ ควรยึดหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ โดยเริ่มต้นจากการนำเสนอบริบทหรือปัญหาที่ใกล้ตัวและสอดคล้องกับชีวิตจริงของนักเรียน (2) เป้าหมาย คือ การพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความสามารถในการแก้ปัญหา (3) สาระการเรียนรู้ ควรเป็นสาระการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทชีวิตจริงและสถานการณ์ใกล้ตัวของนักเรียน (4) กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ควรเป็นกระบวนการที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจน เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และส่งเสริมให้นักเรียน มีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ และ (5) การวัดและประเมินผล ควรเป็นการประเมินที่สอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการประเมินตามสภาพจริง

 

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยบูรณาการแนวคิดการเรียนรู้แบบบริบทและปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 หลักการ องค์ประกอบที่ 2 เป้าหมาย องค์ประกอบที่ 3 สาระการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 4 กระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้น คือ ขั้นนำเสนอบริบท (See Context) ขั้นระบุปัญหา (State Problem) ขั้นสืบค้นข้อมูลและลงมือปฏิบัติ (Search) ขั้นนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหา (Solve) ขั้นสะท้อนผลและสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ (Share) และองค์ประกอบที่ 5 การวัดและประเมินผล ซึ่งรูปแบบการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพในด้านความถูกต้อง (Accuracy Standard) ด้านความเหมาะสม (Propriety Standard) ด้านความเป็นไปได้ (Feasibility Standard) และด้านการนำไปใช้ประโยชน์ (Utility Standard) อยู่ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน

3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับดีเยี่ยม ( = 2.57) และมีความคิดเห็นต่อกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.65, SD = 0.45)

4. ประเด็นการปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ให้มีความสมบูรณ์ ดังนี้ (1) จุดเด่น ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการเรียนรู้มากขึ้น และรูปแบบการจัดการเรียนรู้ใช้ปัญหาหรือสถานการณ์ใกล้ตัวเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจและตั้งคำถามด้วยตนเอง รวมถึงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ปรับเปลี่ยนบทบาทของครูจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (2) ข้อจำกัด ได้แก่ การจัดการชั้นเรียนและความแตกต่างระหว่างบุคคล และการวางแผนและการเตรียมการอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการออกแบบสถานการณ์ปัญหาให้เหมาะสม (3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการที่ทำให้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ บรรลุวัตถุประสงค์ ดังนี้ (3.1) ด้านครูผู้สอน ได้แก่ ครูผู้สอนควรมีความเข้าใจอย่างชัดเจนในหลักการและกระบวนการของรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะการสะท้อนคิดและการให้ข้อมูลย้อนกลับ (3.2) ด้านเทคนิค การจัดการเรียนรู้ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญของครูในการตั้งคำถามกระตุ้นการคิด และการจัดการชั้นเรียนระหว่างทำกิจกรรมกลุ่ม (3.3) ด้านการประเมินผล ได้แก่ ความต่อเนื่องของการประเมินเพื่อพัฒนา

โพสต์โดย กุ๊กไก่ : [28 ก.พ. 2569 (12:32 น.)]
อ่าน [89] ไอพี : 171.97.182.114
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 26,345 ครั้ง
การเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ฝนตกนั้น มีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดฟ้าผ่า ได้จริงหรือไม่?
การเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ฝนตกนั้น มีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดฟ้าผ่า ได้จริงหรือไม่?

เปิดอ่าน 37,490 ครั้ง
เป็ดบาบารี่
เป็ดบาบารี่

เปิดอ่าน 2,434 ครั้ง
ยืมเงินไม่คืน แจ้งความได้หรือไม่ ?
ยืมเงินไม่คืน แจ้งความได้หรือไม่ ?

เปิดอ่าน 24,290 ครั้ง
เส้นทางสายไหม
เส้นทางสายไหม

เปิดอ่าน 38,042 ครั้ง
ตัวอย่างข้อสอบคณิตศาสตร์ ตามกรอบการประเมิน PISA 2022
ตัวอย่างข้อสอบคณิตศาสตร์ ตามกรอบการประเมิน PISA 2022

เปิดอ่าน 13,634 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูฯ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูฯ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์

เปิดอ่าน 18,411 ครั้ง
10 สรรพคุณ ประโยชน์ของหน่อไม้
10 สรรพคุณ ประโยชน์ของหน่อไม้

เปิดอ่าน 17,208 ครั้ง
แชร์ว่อนเน็ต คลิป"มอเตอร์ไซค์รับจ้าง"พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ! ให้สัมภาษณ์ทีวีสิงคโปร์ หลายคนแห่ชื่นชม !!
แชร์ว่อนเน็ต คลิป"มอเตอร์ไซค์รับจ้าง"พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ! ให้สัมภาษณ์ทีวีสิงคโปร์ หลายคนแห่ชื่นชม !!

เปิดอ่าน 308,141 ครั้ง
แบบคำขอวิทยฐานะ ก.ค.ศ 1 ก.ค.ศ 1/1 ก.ค.ศ 2 และ 3 ฉบับ word
แบบคำขอวิทยฐานะ ก.ค.ศ 1 ก.ค.ศ 1/1 ก.ค.ศ 2 และ 3 ฉบับ word

เปิดอ่าน 8,243 ครั้ง
เช็คด่วน! 13 แอปฯ อันตราย "ดูดเงิน-สอดแนม" มีอะไรบ้าง ลบทิ้งทันที
เช็คด่วน! 13 แอปฯ อันตราย "ดูดเงิน-สอดแนม" มีอะไรบ้าง ลบทิ้งทันที

เปิดอ่าน 13,088 ครั้ง
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้

เปิดอ่าน 12,987 ครั้ง
ตัวอย่างหนังสือค้ำประกันและแนวทางวิธีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ตัวอย่างหนังสือค้ำประกันและแนวทางวิธีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เปิดอ่าน 14,279 ครั้ง
วิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง การถ่ายโอนการศึกษา : เพื่อหาความเป็นไปได้
วิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง การถ่ายโอนการศึกษา : เพื่อหาความเป็นไปได้

เปิดอ่าน 12,877 ครั้ง
ยิงแอดบน Facebook เองกับจ้างเอเจนซี่ อันไหนเวิร์คกว่ากัน
ยิงแอดบน Facebook เองกับจ้างเอเจนซี่ อันไหนเวิร์คกว่ากัน

เปิดอ่าน 2,711 ครั้ง
7 พิกัดที่เที่ยวเชียงราย เที่ยวง่ายๆ เที่ยวได้ทั้งปี
7 พิกัดที่เที่ยวเชียงราย เที่ยวง่ายๆ เที่ยวได้ทั้งปี

เปิดอ่าน 13,631 ครั้ง
ถอดรหัส "วิทยาการคำนวณ" วิชาแห่งโลกอนาคตที่ครูวันนี้ก็ไม่เคยได้เรียน!
ถอดรหัส "วิทยาการคำนวณ" วิชาแห่งโลกอนาคตที่ครูวันนี้ก็ไม่เคยได้เรียน!
เปิดอ่าน 15,118 ครั้ง
อาการแบบนี้...พบหมอด่วน
อาการแบบนี้...พบหมอด่วน
เปิดอ่าน 19,195 ครั้ง
การออกแบบสาร (Message Design) เพื่อการนำเสนอ
การออกแบบสาร (Message Design) เพื่อการนำเสนอ
เปิดอ่าน 14,383 ครั้ง
จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง
จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง
เปิดอ่าน 14,853 ครั้ง
อาหารกับการออกกำลัง
อาหารกับการออกกำลัง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ