|
Advertisement
|
การวิจัยครังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบซิปปาร่วมกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระภูมิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) พัฒนาชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระภูมิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปาร่วมกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปาร่วมกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ และชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปาร่วมกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ และชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปาร่วมกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ และชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
วิธีการดำเนินการวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research & Development: R&D) โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลหนองปาครั่ง สังกัด เทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวนทั้งหมด 19 คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้มาด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ใช้เวลาในการทดลอง 22 ชั่วโมง ขั้นตอนการดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) ส่วนของการพัฒนารูปแบบและเอกสารประกอบรูปแบบการเรียนการสอน และเครื่องมือในการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอน (R1 และ D1) และ 2) ส่วนของการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอน (R2 และ D2) ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระภูมิศาสตร์ แบบสอบถามความพึงพอใจ แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปาร่วมกับรูปแบบกระบวนการทางภูมิศาสตร์ และชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis) ค่าเฉลี่ย (X ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการทดสอบที (t-test dependent)
ผลการวิจัยพบว่า
1) รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4) การวัดและการประเมินผล และ 5) ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จของการใช้รูปแบบฯ ซึ่งขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มี 7 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้เดิมโดยการตั้งคำถามเชิงภูมิศาสตร์ (Review: R) ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ใหม่และการเก็บรวบรวมข้อมูล (Explore: E) ขั้นที่ 3 ทำความเข้าใจความรู้ใหม่และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมและการจัดการข้อมูล (Comprehend & Connect: C) ขั้นที่ 4 แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มและการวิเคราะห์ข้อมูล (Interact & Analyze: I) ขั้นที่ 5 สรุปและจัดระเบียบความรู้เพื่อหาคำตอบ (Summarize: S) ขั้นที่ 6 แสดงผลงาน (Present: P) ขั้นที่ 7 ประยุกต์ใช้ความรู้ (Apply: A) โดยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.69, SD = 0.47) และให้ชื่อว่า RECISPA-7 Model
2. ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอน พบว่า 2.1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระภูมิศาสตร์หลังเรียนสูงก่อนเรียน โดยก่อนเรียนนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย (X ̅) เท่ากับ 15.02 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เท่ากับ 2.55 และหลังเรียนนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย (X ̅) เท่ากับ 25.21 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เท่ากับ 1.40 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2) ค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.68 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.68 หรือ คิดเป็นร้อยละ 68.00 2.3) ค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบฯ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ( X ̅ = 4.71, SD= 0.46)
3. ผลการพัฒนาและหาคุณภาพของชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้ร่วมกับรูปแบบซิปปาร่วมกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ พบว่า ประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของชุดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ เท่ากับ 86.97/83.11 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
|
โพสต์โดย นางไพรินทร์ เสนหล้า : [13 มี.ค. 2569 (21:19 น.)] อ่าน [89] ไอพี : 49.228.243.228
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 12,520 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 66,121 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 66,441 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,595 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,647 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,931 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,427 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 6,369 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 35,707 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,070 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 5,764 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,352 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,544 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,372 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,175 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 44,664 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,856 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,632 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,704 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,421 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|