ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับ
ธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ)
ผู้วิจัย นิศารัตน์ จันทร์เกลี้ยง
ปีที่วิจัย 2567-2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) 2) สร้างรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) 4) ประเมินผลรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ)
การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาองค์ประกอบของการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) โดยการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การประชุมรับฟังความคิดเห็นของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานฯ จำนวน 7 คน ครูผู้สอน จำนวน 9 คน ตัวแทนผู้ปกครอง จำนวน 9 คน ตัวแทนนักเรียน จำนวน 12 คน รวมจำนวน 37 คน การศึกษาแนวทางการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น โรงเรียนที่มีวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จำนวน 3 โรงเรียน และ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบบันทึกการสังเคราะห์เอกสาร แบบบันทึกการประชุม แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์เนื้อหา และการหาค่าความถี่ 2) สร้างรูปแบบและคู่มือ โดยการการยกร่างรูปแบบและคู่มือ จากการประชุมเชิงปฏิบัติการจาก ครูผู้สอน จำนวน 14 คน ใช้แบบบันทึกการประชุมเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์เนื้อหา และการหาค่าความถี่ การตรวจสอบร่างรูปแบบและคู่มือ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน โดยใช้แบบสอบถามรายการและแบบตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ ของรูปแบบและคู่มือ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา การหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3) การทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) ศึกษาจากกลุ่ม ได้แก่ตัวแทนนักเรียน จำนวน 46 คน ครูผู้สอน จำนวน 12 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน ตัวแทนผู้ปกครอง จำนวน 18 คน ปราชญ์ชาวบ้าน/ผู้นำชุมชน จำนวน 7 คน รวมทั้งสิ้น 90 คน ในปีการศึกษา 2567 ใช้แบบบันทึกคะแนน แบบรายงานผล และแบบสอบถาม โดยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าร้อยละ การหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4) การประเมินรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) โดยการสอบถามครู จำนวน 12 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานฯ จำนวน 7 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 18 คน นักเรียน จำนวน 18 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 55 คน เครื่องมือที่ใช้ แบบประเมินรูปแบบ มีลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาองค์ประกอบของการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) พบว่ามีองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ปัจจัยนำเข้า องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการ องค์ประกอบที่ 3 ผลการดำเนินงาน ได้ ผลผลิตและผลลัพธ์ องค์ประกอบที่ 4 เงื่อนไขสู่ความสำเร็จ
2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความถูกต้อง รองลงมาได้แก่ ความเหมาะสม และ ความเป็นไปได้ ตามลำดับ ผลการสร้างคู่มือการใช้รูปแบบ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านความถูกต้อง รองลงมา ด้านความเหมาะสม และด้านความเป็นไปได้ ตามลำดับ
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) พบว่า
ผลการทดลองใช้และประเมินประสิทธิภาพรูปแบบการบริหาร ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่งผลให้นักเรียนมีสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการ ระดับดีขึ้นไป สูงสุดในด้านคุณลักษณะพลเมืองหัวใจสีเขียว ขณะที่ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้บูรณาการภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยครูร้อยละ 100 สามารถจัดโครงสร้างหลักสูตรบูรณาการได้อย่างเป็นระบบ การดำเนินงานดังกล่าวยังส่งผลเชิงประจักษ์ 4 มิติ คือ ผู้เรียนเกิดทักษะนวัตกรรมตามแนวคิด BCG ครูได้รับการยกระดับการสอนเชิงรุก สถานศึกษามีระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และชุมชนเกิดเครือข่ายความร่วมมือในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ส่งผลต่อสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลโกสัมพีนคร (บ้านท่าคูณ) พบว่า รูปแบบมีความเป็นประโยชน์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีประโยชน์ต่อครูและบุคลากรสูงสุด รองลงมาคือประโยชน์ต่อผู้เรียน ชุมชน และสถานศึกษา สะท้อนถึงความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพการศึกษาควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สำหรับความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้รูปแบบ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีความพึงพอใจสูงสุดในด้านประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน รองลงมาคือ ผลงานรางวัล คู่มือการใช้รูปแบบ และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ตามลำดับ