ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ

ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 มี.ค. 2557 เปิดอ่าน : 7,859 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ

Advertisement

ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย-สุขทั้งใจ (สสส.)
เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th  



อ.แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ข้อมูลว่า เมื่อฤดูร้อนมาถึง สิ่งที่แฝงมากับอากาศก็คือ เชื้อโรคสารพัดชนิดที่สามารถเติบโตได้ดีในภาวะที่อากาศอบอ้าว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของทั้งโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร

โดยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย อย่าง อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย และบิดนั้นมีสาเหตุจากการกินอาหารปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ทั้งจากอาหารที่ทำไว้นานแล้ว และอาหารที่ไม่ได้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็น ซึ่งหลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ จะปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หากมีถ่ายอุจจาระมาก ก็จะเกิดอาการขาดน้ำได้ด้วย


ข้อควรระวังในการเลือกรับประทานอาหารช่วงหน้าร้อน

นักโภชนาการคนเก่งบอกว่า อาหารที่ไม่แนะนำให้รับประทานในช่วงหน้าร้อน คืออาหารจำพวกสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ลาบเนื้อต่าง ๆ รวมถึงอาหารมันและทอด แกงที่ใส่กะทิ แต่ควรกินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรคโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ ยังควรเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมัน ซึ่งเป็นอาหารย่อยยาก เพราะหากทางเดินอาหารทำงานหนัก จะเกิดความร้อนขึ้นในร่างกาย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไขมัน รวมถึงอาหารทอด จึงเป็นอาหารที่รับประทานแล้วจะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด ย่อยยาก ในหน้าร้อนนี้ จึงควรเน้นรับประทานผักและผลไม้เป็นหลักมากกว่าอาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้พลังงานมากเกินความจำเป็นหากรับประทานมากเกินไป



เมนูแนะนำในหน้าร้อน

มะระตุ๋น หรือแกงจืดมะระ เป็นเมนูร้อน ๆ ที่ดับร้อนได้ดี เพราะมะระเป็นผักที่มีไขมันต่ำ ย่อยง่าย มีฤทธิ์ทางยา ในเรื่องของการระบายความร้อนภายในร่างกาย เป็นเมนูอับดับหนึ่งที่ดับร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาอาหาร

อันดับต่อมา คือผัดบวบ ก็เป็นอีกเมนูแนะนำ แต่ต้องระวังในเรื่องของการผัดที่ไม่ควรใส่น้ำมันมากเกินไป ในอาหารทั้งสองชนิดนี้มีน้ำและผักเป็นส่วนประกอบหลัก จะช่วยแก้กระหายและอาการร้อนในได้เป็นอย่างดี



เครื่องดื่มไทย ๆ คลายร้อนได้ดี

น้ำตะไคร้ ช่วยขับเหงื่อ, น้ำมะนาว ช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า และขับเสมหะ, น้ำมะตูม เป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มในหน้าร้อนมาแต่โบราณ เพราะนอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจ ยังช่วยแก้กระหายได้ด้วย

นอกจากนี้ หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการในหน้าร้อน คือวันละประมาณ 1.5-2 ลิตร

อ.แววตา ย้ำว่า ในหน้าร้อน ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเนื่องจาก มีประสาทการรับรู้ที่ช้ากว่าหนุ่มสาว ทำให้การรับรู้ในเรื่องของการกระหายน้ำช้าตามไปด้วย บุตรหลานควรดุแลเรื่องการดื่มน้ำ หรืออุณภูมิสถานที่อยู่ของท่านให้มีอากาศที่ถ่ายเท เพื่อความปลอดภัย

 

ขอบคุณที่มาจาก สสส.

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ , , ร้อนนี้กินอย่างไร , เย็นทั้งกาย , สุขทั้งใจ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ

โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
เปิดอ่าน 6,761 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เรื่องของกลิ่นปาก☕ คลิกอ่านเลย
เรื่องของกลิ่นปาก
เปิดอ่าน 15,337 ครั้ง
1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่☕ คลิกอ่านเลย
1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่
เปิดอ่าน 13,848 ครั้ง
ข่า...ยาดีคู่ครัวไทย☕ คลิกอ่านเลย
ข่า...ยาดีคู่ครัวไทย
เปิดอ่าน 10,432 ครั้ง
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค☕ คลิกอ่านเลย
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค
เปิดอ่าน 9,919 ครั้ง
ภัยร้ายความเค็มสะสมจากพริกน้ำปลา☕ คลิกอ่านเลย
ภัยร้ายความเค็มสะสมจากพริกน้ำปลา
เปิดอ่าน 14,097 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อะไรที่กินคลายเครียดได้จริงบ้างอะไรที่กินคลายเครียดได้จริงบ้าง
เปิดอ่าน 8,873 ครั้ง
ระบบการเรียนการสอนของบริกส์ (Briggs Model)ระบบการเรียนการสอนของบริกส์ (Briggs Model)
เปิดอ่าน 30,904 ครั้ง
17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน
เปิดอ่าน 16,401 ครั้ง
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัสทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
เปิดอ่าน 42,299 ครั้ง
อะโดบีชี้ คนทำงานออฟฟิศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าเทคโนโลยีสำคัญกว่าสวัสดิการอื่นๆ ในที่ทำงานอะโดบีชี้ คนทำงานออฟฟิศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าเทคโนโลยีสำคัญกว่าสวัสดิการอื่นๆ ในที่ทำงาน
เปิดอ่าน 45,525 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ