บทคัดย่อ
การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการนิเทศ SIPDRE 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศ SIPDRE และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของครู
ที่มีต่อรูปแบบการนิเทศ SIPDRE เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูวิทยาศาสตร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1
กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูวิทยาศาสตร์ โรงเรียนอนุบาลชุมพร ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สสวท. ระดับประถมศึกษาประจำจังหวัดชุมพร
จำนวน 5 คน การศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนารูปแบบการนิเทศ SIPDRE เก็บรวบรวมข้อมูลการสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการนิเทศจากผู้เชี่ยวชาญ จํานวน 5 คน ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้และประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบ
การนิเทศ SIPDRE โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบ แบบนิเทศติดตามผลการส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูวิทยาศาสตร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 จากครูวิทยาศาสตร์ จํานวน 5 คน และนักเรียนจํานวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการนิเทศ มีค่า IOC ระหว่าง 0.85-0.90 สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละและค่าเฉลี่ย
ผลการศึกษา พบว่า 1) รูปแบบการนิเทศที่พัฒนาขึ้นใช้ชื่อว่าSIPDRE ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน คือ การสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น Scanning & Analysis (S) การให้ความรู้ Informing & Input (I) การวางแผน Planning (P) ปฎิบัติการนิเทศ Doing (D) การเสริมพลังบวกมุ่งพัฒนาต่อยอด Reinforcing (R) และการประเมินและสรุปผล Evaluating & Summarizing (E) รูปแบบการนิเทศนี้มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์
อยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก (4.37/5.00) 2) ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ SIPDRE ด้านครูผู้สอน พบว่า ด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (K) คะแนนเฉลี่ยรวมร้อยละ 88.50 อยู่ในระดับดีมาก ด้านทักษะการออกแบบแผนการสอนและการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (P)
คะแนนเฉลี่ยรวมร้อยละ 77.00 อยู่ในระดับดี และด้านเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (A) คะแนนเฉลี่ยรวมร้อยละ 83.00 อยู่ในระดับดีมาก โดยภาพรวม
การใช้รูปแบบการนิเทศ SIPDRE สามารถส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูวิทยาศาสตร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 อยู่ในระดับดีมาก (ค่า KPA เฉลี่ยรวมร้อยละ 82.83) และผลการพัฒนาสมรรถนะครูตามกรอบที่กำหนด (BEST Teacher) มีคะแนนเฉลี่ยรวม (X -bar = 4.31) อยู่ในระดับดี ทั้งนี้ ครูมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศ SIPDRE โดยรวมอยู่ในระดับมาก (4.28/5.00) ด้านผู้เรียน พบว่า ในภาพรวมผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ดีขึ้นทุกทักษะ โดยเฉพาะทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้นมากที่สุด (+70.00%) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนหลังการนิเทศมีพัฒนาการเพิ่มขี้น (+12.10%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการนิเทศ SIPDRE สามารถส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูวิทยาศาสตร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน
คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบการนิเทศ รูปแบบการนิเทศ SIPDRE การจัดการเรียนรู้เชิงรุก