ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และความต้องการในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครูผู้สอนในโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง และ 4) ประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการ ประชากร/กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน ครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 16 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 9 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 7 คน นักเรียนของโรงเรียน จำนวน 154 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 154 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็น รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.98 แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีค่าความเชื่อมั่น .946 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ มีค่าความเชื่อมั่น .906 แบบประเมินคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเอง มีค่าความเชื่อมั่น .910 แบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่น .903 และแบบสอบถามเพื่อการประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ มีค่าความเชื่อมั่น .960 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าเฉลี่ยร้อยละ (Percentage) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการบรรยาย

สรุปผลการวิจัย

1. ผลการศึกษาความต้องการของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ที่ต้องการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Learning) บูรณาการร่วมกับวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก และความต้องการในการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนคือ คุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนในโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด จังหวัดตราด

2. รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด จังหวัดตราด ที่สร้างขึ้นมีชื่อว่า AKTCPS Model มีองค์ประกอบ 6 ด้าน คือ ด้านการบริหาร ด้านการให้ความรู้ ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะนักเรียน ด้านการประเมินผล และด้านความพึงพอใจ โดยผลการประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมและความสอดคล้องเชิงทฤษฎีและเนื้อหา มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.98 ผลการประเมินของผู้บริหารโรงเรียน (ระดับเชี่ยวชาญ) พบว่า โดยรวมรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมนำไปปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยทั้งรูปแบบและองค์ประกอบของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ รองลงมาคือ ด้านการบริหาร กับด้านการจัดการเรียนรู้ ต่อมาคือ ด้านการให้ความรู้ กับด้านการพัฒนาคุณลักษณะนักเรียน ต่อมาคือ ด้านความพึงพอใจ และด้านการประเมินผล ตามลำดับ และทุกข้อของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.57 – 5.00

3. การทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด จังหวัดตราด มีดังนี้

3.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า โดยรวมนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนในปีการศึกษา 2568 คิดเป็นร้อยละ 74.71 สูงกว่าปีการศึกษา 2567 (คิดเป็นร้อยละ 62.81) เท่ากับร้อยละ 11.90 และทุกชั้นเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2568 สูงกว่าปีการศึกษา 2567 คิดเป็นร้อยละอยู่ระหว่าง 7.67 – 16.67 (คิดเป็นร้อยละระหว่าง 74.48 – 75.34)

3.2 ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนในโรงเรียน พบว่า โดยรวมครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกด้านครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการจัดการเรียนรู้ รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียน ลำดับต่อมาคือ ด้านการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ กับด้านการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ตามลำดับ และทุกข้อครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.63 – 4.88

3.3 คุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียน พบว่า โดยรวมนักเรียนมีคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเอง อยู่ในระดับดีมาก และทุกด้านนักเรียนมีคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเอง อยู่ในระดับดีมาก โดยสูงสุดคือ ด้านการปรับเปลี่ยนตนเอง รองลงมาคือ ด้านการควบคุมตนเอง ลำดับต่อมาคือ ด้านการจัดการตนเอง ตามลำดับ และทุกข้อนักเรียนมีคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเอง อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.64 – 4.83

4. การประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณลักษณะการสร้างความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดแสนตุ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด จังหวัดตราด ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการ มีดังนี้

4.1 ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียนด้วยรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ พบว่า โดยรวมผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกด้านผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการทำงานอย่างมีส่วนร่วมแบบเป็นทีม รองลงมาคือ ด้านการบริหารโรงเรียน ลำดับต่อมาคือ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียน และด้านการจัดการเรียนการสอน ตามลำดับ และทุกข้อผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.60 – 4.78

4.2 การประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ฯ ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการ พบว่า โดยรวมรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกองค์ประกอบของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการบริหารกับด้านการจัด การเรียนรู้ รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะนักเรียน กับด้านการประเมินผล ลำดับต่อมาคือ ด้านความพึงพอใจ และ ด้านการให้ความรู้ ตามลำดับ และทุกข้อของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.67 – 5.00

โพสต์โดย สธรรดร : [20 พ.ค. 2569 (22:11 น.)]
อ่าน [1462] ไอพี : 101.109.43.66
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 26,295 ครั้ง
ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร
ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร

เปิดอ่าน 15,169 ครั้ง
เย็นกายเย็นใจเมื่อตั้งครรภ์
เย็นกายเย็นใจเมื่อตั้งครรภ์

เปิดอ่าน 10,956 ครั้ง
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557

เปิดอ่าน 22,490 ครั้ง
พระสงฆ์กับความเป็นครู
พระสงฆ์กับความเป็นครู

เปิดอ่าน 24,125 ครั้ง
ประเภทของระบบภาพกราฟิก
ประเภทของระบบภาพกราฟิก

เปิดอ่าน 112,652 ครั้ง
วิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ถูกต้อง
วิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ถูกต้อง

เปิดอ่าน 14,300 ครั้ง
มาดูกัน 5 วิธีปรับโฉมระบบเผาผลาญ
มาดูกัน 5 วิธีปรับโฉมระบบเผาผลาญ

เปิดอ่าน 3,930 ครั้ง
ศาสนา เรื่องที่ไม่เคยรู้ ตอนที่ 1 สาระน่ารู้ตามหลักศาสนาพุทธ  เรื่อง การถวายสังฆทาน
ศาสนา เรื่องที่ไม่เคยรู้ ตอนที่ 1 สาระน่ารู้ตามหลักศาสนาพุทธ เรื่อง การถวายสังฆทาน

เปิดอ่าน 36,482 ครั้ง
การถวายสังฆทาน
การถวายสังฆทาน

เปิดอ่าน 32,452 ครั้ง
9 เพลงที่มีจังหวะตรงตามงานวิจัยว่าจะช่วยให้คุณผอม!!
9 เพลงที่มีจังหวะตรงตามงานวิจัยว่าจะช่วยให้คุณผอม!!

เปิดอ่าน 103,167 ครั้ง
จะใช้คำว่าทัศนะและทรรศนะได้เมื่อไหร่
จะใช้คำว่าทัศนะและทรรศนะได้เมื่อไหร่

เปิดอ่าน 21,799 ครั้ง
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ

เปิดอ่าน 25,937 ครั้ง
องค์ประกอบของระบบกราฟิก
องค์ประกอบของระบบกราฟิก

เปิดอ่าน 24,875 ครั้ง
ทำไมจึงเรียกขนมจีน
ทำไมจึงเรียกขนมจีน

เปิดอ่าน 29,402 ครั้ง
งูพิษกัด
งูพิษกัด

เปิดอ่าน 12,036 ครั้ง
งานหนักมาก เหนื่อย ทำอย่างไรดี
งานหนักมาก เหนื่อย ทำอย่างไรดี
เปิดอ่าน 17,018 ครั้ง
น้อมรำลึกถึง สมเด็จย่า เส้นทางแม่ฟ้าหลวงทรงสร้างคน
น้อมรำลึกถึง สมเด็จย่า เส้นทางแม่ฟ้าหลวงทรงสร้างคน
เปิดอ่าน 10,406 ครั้ง
เตือนสถานที่วัยรุ่นเสี่ยงติดหวัด 2009 จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมระวัง!
เตือนสถานที่วัยรุ่นเสี่ยงติดหวัด 2009 จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมระวัง!
เปิดอ่าน 17,622 ครั้ง
ไปรษณีย์ไทย เเจ้ง ส่งไปรษณีย์ต้องแสดงบัตรประชาชน เริ่ม 8เม.ย.นี้
ไปรษณีย์ไทย เเจ้ง ส่งไปรษณีย์ต้องแสดงบัตรประชาชน เริ่ม 8เม.ย.นี้
เปิดอ่าน 134,796 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ