ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้ แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ออมสินไดโนเสาร์ เปเปอร์มาเช่ จากเศษวัสดุเหลือใช้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์

ออมสินไดโนเสาร์ เปเปอร์มาเช่จากเศษวัสดุเหลือใช้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย นางวิภารัตน์ ภูสง่า

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา โรงเรียนโคกเครือวิทยา อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน

5) ประเมินความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์ และ 6) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโคกเครือวิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 9 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย

1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้และคู่มือการใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบเน้นทักษะปฏิบัติจากเศษวัสดุเหลือใช้ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3)แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ 4)แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย x̄ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบวิลคอกซัน (The Wilcoxon Signed Ranks Test)

ผลการวิจัยพบว่า

1. บริบทและความต้องการพื้นฐานพบว่า สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ศิลปะในปัจจุบัน

นักเรียนขาดความมั่นใจในการลงมือปฏิบัติงานทัศนศิลป์ มักรอคอยคำสั่งและเลียนแบบผลงานจากต้นแบบเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ผลงานขาดเอกลักษณ์และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ครูและผู้เกี่ยวข้องจึงเห็นควรให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการสาธิตควบคู่ไปกับการปฏิบัติกลุ่มโดยใช้เศษวัสดุในท้องถิ่น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการและแนวคิด 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นเตรียมความพร้อม (2) ขั้นศึกษาทำความเข้าใจ (3) ขั้นสาธิตและแนะนำ (4) ขั้นลงมือปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์ (การสร้างออมสินไดโนเสาร์จากเปเปอร์มาเช่) และ (5) ขั้นวัดและประเมินผล 4) ผลที่ผู้เรียนได้รับ และ 5) ข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้ โดยรูปแบบ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.64/88.52 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า Positive Ranks เท่ากับ 9 แสดงว่านักเรียนทุกคน มีพัฒนาการทางการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

4. ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์ออมสินไดโนเสาร์ของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก x̄ = 3.77, S.D. = 0.44

5. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบที่พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด x̄ = 4.76, S.D. = 0.51

สรุปได้ว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเกณฑ์มาตรฐาน สามารถส่งเสริมทักษะปฏิบัติและความคิดสร้างสรรค์ ในการเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้ให้เป็น งานทัศนศิลป์ที่มีคุณค่าได้อย่างเป็นรูปธรรม เหมาะสำหรับเป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านศิลปะให้สอดคล้องกับวิถีความพอเพียง

Title The Development of an Instructional Model Based on Practice Skill Theory and Collaborative Learning to Enhance Visual Arts

Creativity through Upcycled

Dinosaur Paper Mache for Grade 2 Students

Researcher Mrs. Wiparat Phusanga

Position Senior Professional Teacher (Kru Chamnan Kan Phiset)

Affiliation: Khok Khruea Witthaya School, Nong Kung Si District, Kalasin Province

Academic Year Second Semester, 2025

Abstract

This Research and Development (R&D) study aimed to: 1) investigate the foundational needs for instructional model development; 2) develop an instructional model based on Practice Skill Theory and Collaborative Learning to enhance visual arts creativity for Grade 2 students, targeting an efficiency criterion of 80/80; 3) implement the developed model;

4) compare pre- and post-test academic achievement; 5) assess students’ visual arts creativity; and 6) explore student satisfaction toward the model. Methodology: The purposive sample consisted of 9 Grade 2 students at Khok Khruea Witthaya School during the second semester

of the 2025 academic year. The research instruments included: 1) the instructional model and its accompanying manual; 2) academic achievement tests; 3) a creativity assessment rubric; and 4) a satisfaction questionnaire. Data were analyzed using percentage, mean x̄, standard deviation (S.D.), and the Wilcoxon Signed Ranks Test.

Research Findings

Contextual Analysis: The preliminary assessment identified that students lacked confidence in visual arts practice, primarily relying on imitation rather than original thought. Stakeholders emphasized the necessity of an instructional model that integrates demonstration with collaborative practice using local recycled materials, rated at the highest level of importance.

Model Development: The resulting model comprises 5 core components: 1) Principles and Concepts; 2) Objectives; 3) A five-stage learning process consisting of: (1) Preparation, (2) Cognitive Orientation, (3) Demonstration and Scaffolding, (4) Creative Implementation (Dinosaur Paper Mache Construction), and (5) Summative Evaluation; 4) Learning Outcomes; and 5) Implementation Guidelines. The model demonstrated an efficiency of 90.64/88.52, significantly exceeding the 80/80 threshold.

Academic Achievement: Post-test scores were significantly higher than pre-test scores at the .05 level. A Positive Ranks value of 9 confirmed a statistically significant improvement across all participants.

Creativity Assessment: Student creativity in producing paper mache artifacts was evaluated at a "Very Good" level x̄ = 3.77, S.D. = 0.44.

Satisfaction: Students reported the highest level of satisfaction toward the instructional model x̄ = 4.76, S.D. = 0.51.

Conclusion

The developed instructional model is highly effective in fostering both practical skills and creative thinking. By transforming waste materials into valuable visual arts, the model provides a sustainable educational framework aligned with the Philosophy of Sufficiency Economy and contemporary art pedagogy.

Keywords

Instructional Model, Practice Skill Theory, Collaborative Learning, Visual Arts Creativity, Paper Mache, Upcycled Materials

โพสต์โดย วิภา : [28 พ.ค. 2569 (05:42 น.)]
อ่าน [133] ไอพี : 223.206.250.192
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,707 ครั้ง
ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ...โรงเรียนนิติบุคคลที่มุ่งคุณภาพผู้เรียน
ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ...โรงเรียนนิติบุคคลที่มุ่งคุณภาพผู้เรียน

เปิดอ่าน 15,223 ครั้ง
ปลูกฝังทักษะสมองอย่างไรให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในอนาคต
ปลูกฝังทักษะสมองอย่างไรให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในอนาคต

เปิดอ่าน 3,389 ครั้ง
การจ้างครูฝรั่งในค่าจ้างครูต่างชาติที่เอื้อมถึงง่าย
การจ้างครูฝรั่งในค่าจ้างครูต่างชาติที่เอื้อมถึงง่าย

เปิดอ่าน 10,286 ครั้ง
คนชอบนอนกลางวันสมองบรรเจิดจินตนาการ
คนชอบนอนกลางวันสมองบรรเจิดจินตนาการ

เปิดอ่าน 9,769 ครั้ง
School Change Maker festival พลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี
School Change Maker festival พลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี

เปิดอ่าน 49,799 ครั้ง
14 วิธีการประยุกต์ใช้ลวดเสียบกระดาษ ที่คุณคาดไม่ถึง
14 วิธีการประยุกต์ใช้ลวดเสียบกระดาษ ที่คุณคาดไม่ถึง

เปิดอ่าน 10,244 ครั้ง
ประโยชน์ของการหัวเราะ
ประโยชน์ของการหัวเราะ

เปิดอ่าน 10,844 ครั้ง
ระวังคาเฟอีนในขนมเด็ก
ระวังคาเฟอีนในขนมเด็ก

เปิดอ่าน 13,196 ครั้ง
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)

เปิดอ่าน 22,735 ครั้ง
สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.
สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.

เปิดอ่าน 33,470 ครั้ง
คำอธิษฐานวันลอยกระทง
คำอธิษฐานวันลอยกระทง

เปิดอ่าน 30,352 ครั้ง
เลิกโทษเด็กนักเรียนได้ไหม? คอลัมน์สุจิตต์ วงษ์เทศ
เลิกโทษเด็กนักเรียนได้ไหม? คอลัมน์สุจิตต์ วงษ์เทศ

เปิดอ่าน 3,064 ครั้ง
Water Fasting คืออะไร ลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ ดีต่อสุขภาพหรือเปล่า
Water Fasting คืออะไร ลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ ดีต่อสุขภาพหรือเปล่า

เปิดอ่าน 10,477 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไทย พายเรือในอ่าง (1)
ปฏิรูปการศึกษาไทย พายเรือในอ่าง (1)

เปิดอ่าน 5,448 ครั้ง
"เตามหาเศรษฐี" คืออะไร?
"เตามหาเศรษฐี" คืออะไร?

เปิดอ่าน 16,473 ครั้ง
ความรู้เรื่องวัฒนธรรม
ความรู้เรื่องวัฒนธรรม
เปิดอ่าน 94,820 ครั้ง
การแรเงา
การแรเงา
เปิดอ่าน 11,511 ครั้ง
อิ่มอร่อย หลับสบาย
อิ่มอร่อย หลับสบาย
เปิดอ่าน 18,123 ครั้ง
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
เปิดอ่าน 14,038 ครั้ง
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ