๑. ความเป็นมาและความสำคัญ
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 ทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศไทยได้มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาประชากรวัยแกนหลักของประเทศตั้งแต่ระดับปฐมวัย ซึ่งถือเป็นช่วงวัยทองแห่งการเรียนรู้และการวางรากฐานของชีวิต สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาปฐมวัยอย่างรอบด้าน ด้วยการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้เป็น การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) นโยบายดังกล่าวส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ได้ลงมือปฏิบัติ ได้คิด สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ตรง
การพัฒนาทักษะทางภาษา โดยเฉพาะทักษะการอ่านและการเขียนในเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 3 (อายุ 5-6 ปี) ถือเป็นภารกิจสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อเชื่อมต่อทางการศึกษา (Transition) ไปสู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาษาไทยเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ หากเด็กขาดความพร้อมด้านการอ่านและการเขียนพยัญชนะไทยในช่วงวัยนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อเจตคติและการเรียนรู้ในกลุ่มสาระอื่น ๆ ในอนาคต จากผลการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา บันทึกหลังการจัดประสบการณ์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 3 ในปีที่ผ่านมา พบว่า สภาพปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ เด็กบางส่วนยังขาดความเข้าใจและความจำที่แม่นยำเกี่ยวกับรูปทรง ลายเส้น และเสียงของพยัญชนะไทย มักเกิดความสับสนในการจำแนกพยัญชนะที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน (เช่น ถ-ภ-พ, บ-ป) ส่งผลให้ทักษะการอ่านออกเสียงและการเขียนพยัญชนะไทยยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์พัฒนาการที่คาดหวัง
สาเหตุหลักของปัญหานี้สืบเนื่องมาจาก แนวทางการจัดประสบการณ์แบบเดิมมักพึ่งพาการท่องจำ (Rote Learning) หรือการทำแบบฝึกหัดคัดลายมือบนกระดาษใบงานมากเกินไป ซึ่งขัดกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่ต้องการความสนุกสนาน การเคลื่อนไหว และการมีปฏิสัมพันธ์ จากสภาพปัญหาและความจำเป็นดังกล่าว ครูผู้สอนจึงมีความต้องการอย่างยิ่งในการพัฒนาและมองหานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย ทรงประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้พยัญชนะไทยจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม และสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ให้แก่เด็กอย่างยั่งยืน
คลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือ OBEC Content Center คือ โปรแกรมสำหรับให้บริการเผยแพร่เนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์แก่นักเรียน ครู ศึกษานิเทศก์และบุคลากรทางการศึกษา รองรับการเข้าถึงเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความหลากหลาย ทั้งหนังสือ วิดีโอ รูปภาพ เสียง แอปพลิเคชัน ข้อสอบ เทมเพลต มัลติมีเดีย สามารถใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ซึ่งถือว่าทันสมัยสอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดลงอุปกรณ์สมาร์ทโฟนมา ศึกษาเพิ่มเติมได้ หรือสนใจเรื่องใดก็สามารถค้นคว้าได้ด้วยตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา การนําเทคโนโลยีมาเป็นสื่อการเรียนสอนรายวิชาภาษาไทยนั้นจึงเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาและทำความเข้าใจในเนื้อหาได้มากขึ้น
ในการแก้ปัญหาและส่งเสริมทักษะการอ่านและการเขียนพยัญชนะไทยให้ประสบความสำเร็จ ผู้จัดทำได้น้อมนำหลักการ แนวคิด และทฤษฎีทางวิชาการมาใช้ออกแบบและพัฒนากระบวนการจัดประสบการณ์อย่างเป็นระบบ โดยหลอมรวมเข้ากับ BUSAYA MODEL ซึ่งเป็นโมเดลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ผู้จัดทำได้พัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมทีละขั้นตอนอย่างมีจุดมุ่งหมาย บนพื้นฐานทฤษฎีและแนวคิดดังนี้
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piagets Cognitive Development Theory): ซึ่งระบุว่าเด็กปฐมวัยอยู่ในขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) เรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ดีที่สุดจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม ผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือทำ นวัตกรรมนี้จึงมุ่งเปลี่ยนพยัญชนะที่เป็นสัญลักษณ์ทางภาษาให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องและสัมผัสได้
แนวคิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning): การบูรณาการเกม นิทาน และกิจกรรมที่สนุกสนานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนใน BUSAYA MODEL ช่วยให้เด็กเกิดความแนบแน่นในความรู้ (Implicit Learning) มีความสุขในการเรียนรู้โดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ
แนวคิดการบูรณาการเทคโนโลยีในการศึกษา (TPACK Model): เป็นการผสานความรู้ด้านเนื้อหาพยัญชนะไทย วิธีการสอนเชิงรุก และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยการนำสื่อจากระบบ OBEC Content Center มาร่วมจัดกิจกรรมในแต่ละขั้นของโมเดล เพื่อกระตุ้นการรับรู้ทั้งทางจักษุประสาท (การมองเห็น) และโสตประสาท (การได้ยิน) ช่วยเสริมสร้างความจำระยะยาวและการคิดเชิงระบบของเด็ก
สรุปได้ว่า การผสานพลังระหว่างกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามแนวทาง BUSAYA MODEL และประสิทธิภาพของสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจาก OBEC Content Center ถือเป็นการตอบสนองต่อปัญหาสภาพจริงในชั้นเรียนและนโยบายการศึกษายุคใหม่ได้อย่างลงตัว นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทักษะการอ่านและการเขียนพยัญชนะไทยของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 3 ให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังช่วยปลูกฝังให้เด็กเติบโตเป็นผู้รู้หนังสือ มีความพร้อมทางภาษา และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทยอันเป็นภาษาประจำชาติสืบไป
2. วัตถุประสงค์
1. การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย BUSAYA MODEL ร่วมกับระบบ OBEC Content Center เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านและการเขียนพยัญชนะไทยของเด็กปฐมวัย ชั้นปีที่ 3
2. เพื่อเผยแพรแผนการจัดประสบการณการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย BUSAYA MODEL เรื่อง การอ่านและการเขียนพยัญชนะไทยของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 3 ใชสื่อและใบงาน ด้วยระบบ OBEC Content Center ใหกับผู้ที่สนใจ
3. เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางภาษาไทยของเด็กปฐมวัยด้านอ่านออกเสียงของพยัญชนะไทย ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ระหว่างก่อนและหลังใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย BUSAYA MODEL ร่วมกับระบบ OBEC Content Center
เป้าหมาย
1. นักเรียนชั้นอนุบาลปที่ 3/2 โรงเรียนวัดจำปา ร้อยละ 80 ได้ใชสื่อและใบงานการอ่านและการเขียนพยัญชนะไทย
2. ผู้ที่มีความสนใจแผนการจัดประสบการณ์ เรื่อง การอ่านการเขียนพยัญชนะไทย ของเด็กปฐมวัย โดยใชสื่อและใบงาน ด้วยระบบ OBEC Content Center
3. เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปที่ 3/2 จำนวน 19 คน มีทักษะการอ่านออกเสียงพยัญชนะไทย อยู่ในระดับ ดีมาก จากการใชสื่อและใบงาน ด้วยระบบ OBEC Content Center