ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย POWER Model ในการยกระดับผลการทดสอบ ระดับชาติ ผสานพลังครูสู่คุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านนาคล้ายอย่างมีประสิทธิภาพ

๑. สภาพปัจจุบัน ปัญหาของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ

๑.1 สภาพปัจจุบัน / ปัญหา

จุดมุ่งหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เรียกว่า Quality Education ซึ่งหมายถึง การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข ปิยพจน์ ตุลาชม (2550) ได้เสนอแนะแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จได้นั้น จะต้องเน้นปฏิรูปใน 4 ด้าน คือ 1) ปฏิรูปด้านสถานศึกษา 2) ปฏิรูปครู 3) ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน และ 4) ปฏิรูประบบการบริหารการจัดการศึกษา ซึ่งการที่จะปฏิรูปทั้ง 4 ด้าน ดังกล่าวนั้น ต้องอาศัยการบริหาร จัดการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการตามหลักการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management : SBM) ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานและความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษา อย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐานและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักการบริหารจัดการในลักษณะดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับแนวทางการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา ของโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลงการกระจายอำนาจและเป็นไปตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 กำหนดนโยบายจุดเน้นคุณภาพการจัดการศึกษา ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประกาศนโยบาย "เดินหน้าและพัฒนาการอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น ปีการศึกษา 2568” เพื่อให้นักเรียนทุกคนอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

จากการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านนาคล้าย ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในเขตชนบท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 พบว่า โรงเรียนมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรและนโยบายทางการศึกษา โดยเฉพาะการยกระดับผล การทดสอบระดับชาติ RT, NT และ O-NET ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โรงเรียนพบว่ายังมีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เนื่องจากโรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ครูผู้สอนต้องรับผิดชอบทั้งงานด้านการจัดการเรียนการสอน งานบริหาร และภารกิจพิเศษหลายด้าน ทำให้การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ และการติดตามดูแลผู้เรียนในบางด้านยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งผู้เรียน มีความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งด้านพื้นฐานทางการเรียนรู้ ทักษะด้านการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ ส่งผลให้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการบริหารจัดการที่เป็นระบบ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ RT, NT และ O-NET ของโรงเรียนย้อนหลัง พบว่า แม้ผลการทดสอบบางด้านมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่โรงเรียนยังต้องเร่งพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมทักษะการอ่านออก เขียนได้ การคิดวิเคราะห์ และการคิดคำนวณ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

จากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านนาคล้าย จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพครู และการบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยผู้บริหารร่วมกับฝ่ายวิชาการได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู ผ่านการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร การดำเนินกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) การสร้างแรงจูงใจเชิงบวก และการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อให้ครูสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน โรงเรียนส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ฝึกคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ รวมทั้งนำสื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษามาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้และสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ และผู้บริหารยังให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานของครู โดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเปิดโอกาสให้ครูร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ และร่วมกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยเฉพาะเป้าหมายด้านผลการทดสอบ RT, NT และ O-NET ส่งผลให้ครูเกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของเป้าหมายของโรงเรียน และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

จากสภาพปัจจุบันและปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านนาคล้ายจึงได้พัฒนารูปแบบการบริหาร “การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย POWER Model ในการยกระดับผลการทดสอบระดับชาติ ผสานพลังครูสู่คุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านนาคล้ายอย่างมีประสิทธิภาพ” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและเสริมสร้างพลังวิชาชีพครู ผ่านกระบวนการสร้างแรงเสริมเชิงบวก การมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การมอบหมายงานตามศักยภาพ และการมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้การบริหาร จัดการศึกษาของโรงเรียนเกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนต่อไป

๑.๒ แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถานศึกษา และการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งครูผู้สอนต้องรับผิดชอบทั้งงานด้านการจัดการเรียนการสอนและงานสนับสนุนอื่น ๆ ควบคู่กันไป ดังนั้น การส่งเสริมพลังในการปฏิบัติงานของครู การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสถานศึกษา

โรงเรียนบ้านนาคล้ายจึงได้ศึกษาแนวคิด หลักการ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การบริหารแบบมีส่วนร่วม การนิเทศภายใน และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบ “การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย POWER Model ในการยกระดับผลการทดสอบระดับชาติผสานพลังครูสู่คุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านนาคล้าย อย่างมีประสิทธิภาพ”

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก

การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ การอภิปราย การแก้ปัญหา และการสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ มากกว่าการถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว (Bonwell & Eison, 1991) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2562) ที่กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ สามารถคิด วิเคราะห์ สื่อสาร และประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

ผู้บริหารได้นำแนวคิด Active Learning มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยส่งเสริมให้ครูออกแบบกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ฝึกคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารแบบมีส่วนร่วม

การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) เป็นกระบวนการบริหารที่เปิดโอกาส ให้บุคลากรในองค์กรมีส่วนร่วมในการคิด วางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าขององค์กรและเป้าหมายในการทำงาน (Likert, 1967) ซึ่งการบริหารลักษณะดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน เพิ่มความร่วมมือ และทำให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนบ้านนาคล้ายได้นำหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมมาใช้ในการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาส ให้ครูร่วมวิเคราะห์ปัญหา กำหนดเป้าหมายผลการทดสอบ RT, NT และ O-NET รวมถึงร่วมวางแผน การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่งผลให้ครูเกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของเป้าหมายของโรงเรียน และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน

แนวคิดเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เป็นกระบวน การที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาร่วมกันเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์ปัญหา และพัฒนา การจัดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (DuFour, 2004) ซึ่งสอดคล้องกับ

แนวคิด ของวิจารณ์ พานิช (2555) ที่กล่าวว่า PLC เป็นกระบวนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ช่วยให้ครูเกิดการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนโดยตรง

โรงเรียนบ้านนาคล้ายจึงส่งเสริมให้ครูดำเนินกิจกรรม PLC อย่างสม่ำเสมอ โดยร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาผู้เรียน แลกเปลี่ยนเทคนิค วิธีการสอน และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดเกี่ยวกับการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร

การนิเทศภายในเป็นกระบวนการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือครูในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2541) โดยการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตรจะเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การให้กำลังใจ การให้คำปรึกษา และการร่วมกันพัฒนาการจัดการเรียนรู้ มากกว่าการมุ่งตรวจสอบหรือจับผิดการปฏิบัติงานของครู

โรงเรียนบ้านนาคล้ายได้นำกระบวนการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตรมาใช้ในการพัฒนาครู โดยผู้บริหารและฝ่ายวิชาการร่วมกันให้คำแนะนำ สนับสนุน และติดตามการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูมีความมั่นใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสามารถพัฒนาการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากแนวคิด หลักการ และทฤษฎีดังกล่าว โรงเรียนบ้านนาคล้ายจึงได้พัฒนารูปแบบ “POWER Model” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงเสริมเชิงบวก การมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเสริมสร้างพลังในการปฏิบัติงาน และการมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน เพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติ RT, NT และ O-NET ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนต่อไป

๑.๓ จุดประสงค์

1. ด้านเจตคติ (Attitude) : เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ พลังในการปฏิบัติงาน และสร้างความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนผ่านกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมและการเสริมแรงเชิงบวก

2. ด้านความรู้ (Knowledge) : เพื่อให้ครูและบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT และ O-NET) และสามารถกำหนดแนวทางการยกระดับผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นระบบ

3. ด้านทักษะ (Skill) : เพื่อพัฒนาทักษะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC และส่งเสริมให้ครูสามารถนำเทคนิค นวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความถนัดของตนเอง,

4. ด้านผลสัมฤทธิ์ : เพื่อยกระดับผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT และ O-NET) ของผู้เรียนให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

1.4 เป้าหมายการดำเนินงาน

การดำเนินงานตามรูปแบบ การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย POWER Model ในการยกระดับผลการทดสอบระดับชาติผสานพลังครูสู่คุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านนาคล้ายอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน ดังนี้

เป้าหมายเชิงปริมาณ

๑. ผู้เรียนชั้น ป.1 : มีผลการทดสอบ RT สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 3

๒. ผู้เรียนชั้น ป.3 : มีผลการทดสอบ NT สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 3

๓. ผู้เรียนชั้น ป.6 : มีผลการทดสอบ O-NET สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

๔. ครูและบุคลากร : ร้อยละ 100 เข้าร่วมกิจกรรม PLC และนำผลไปพัฒนาการสอนได้จริง รวมถึงได้รับการมอบหมายงานตามความถนัดครบทุกคน

๕. ทักษะพื้นฐานผู้เรียน : ผู้เรียนร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และร้อยละ 85 ขึ้นไป มีทักษะการคิดคำนวณอยู่ในระดับดีขึ้นไป

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

๑. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวัญกำลังใจที่ดี มีความสุขและภาคภูมิใจในวิชาชีพจากการได้รับการเสริมพลังใจในการทำงาน

๒. สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีม และมีวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) ที่เข้มแข็ง

๓. โรงเรียนมีบรรยากาศเชิงบวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน

๔. โรงเรียนสามารถพัฒนารูปแบบการบริหารที่เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนขนาดเล็กและเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอื่นได้

โพสต์โดย AewAew : [7 มิ.ย. 2569 (15:47 น.)]
อ่าน [48] ไอพี : 1.2.164.118
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,322 ครั้ง
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ขอสินเชื่อใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ขอสินเชื่อใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด

เปิดอ่าน 13,242 ครั้ง
ยิงแอดบน Facebook เองกับจ้างเอเจนซี่ อันไหนเวิร์คกว่ากัน
ยิงแอดบน Facebook เองกับจ้างเอเจนซี่ อันไหนเวิร์คกว่ากัน

เปิดอ่าน 18,338 ครั้ง
กบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว
กบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว

เปิดอ่าน 2,987 ครั้ง
แคลเซียมโบรอน มีประโยชน์ต่อพืชและผลผลิตอย่างไร ?
แคลเซียมโบรอน มีประโยชน์ต่อพืชและผลผลิตอย่างไร ?

เปิดอ่าน 14,740 ครั้ง
กระโดดเชือกแบบทีมเจ๋งๆ ลีลาเทพโคตร! ขอบอก
กระโดดเชือกแบบทีมเจ๋งๆ ลีลาเทพโคตร! ขอบอก

เปิดอ่าน 13,187 ครั้ง
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?

เปิดอ่าน 13,142 ครั้ง
ทีลอซู น้ำตกในฝัน ของนักผจญภัย
ทีลอซู น้ำตกในฝัน ของนักผจญภัย

เปิดอ่าน 17,170 ครั้ง
แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์
แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์

เปิดอ่าน 29,161 ครั้ง
งูพิษกัด
งูพิษกัด

เปิดอ่าน 15,606 ครั้ง
น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน
น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน

เปิดอ่าน 37,374 ครั้ง
กินยาแรงเกินไปทำให้เบลอได้
กินยาแรงเกินไปทำให้เบลอได้

เปิดอ่าน 152,294 ครั้ง
ความหมายของครู
ความหมายของครู

เปิดอ่าน 22,130 ครั้ง
อำลาโทรเลขไทย 133 ปี
อำลาโทรเลขไทย 133 ปี

เปิดอ่าน 19,304 ครั้ง
เคาน์เตอร์ต้อนรับในโรงเรียน มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด
เคาน์เตอร์ต้อนรับในโรงเรียน มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

เปิดอ่าน 10,450 ครั้ง
รายการ "เดินหน้าประเทศไทย" 3 มกราคม 2559 แถลงผลงานกระทรวงศึกษาธิการ
รายการ "เดินหน้าประเทศไทย" 3 มกราคม 2559 แถลงผลงานกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 56,019 ครั้ง
เรื่องของหมากรุก
เรื่องของหมากรุก
เปิดอ่าน 95,102 ครั้ง
สุภาษิต-คำพังเพยเข้าถึงเด็กไทย แนะใช้บ่อย-สื่อเห็นภาพจริง
สุภาษิต-คำพังเพยเข้าถึงเด็กไทย แนะใช้บ่อย-สื่อเห็นภาพจริง
เปิดอ่าน 1,491 ครั้ง
เปิด 5 เทคนิคใหม่ของนักการตลาดโซเชียลยุค 2025 ที่คุณต้องลอง!
เปิด 5 เทคนิคใหม่ของนักการตลาดโซเชียลยุค 2025 ที่คุณต้องลอง!
เปิดอ่าน 33,520 ครั้ง
คำอธิษฐานวันลอยกระทง
คำอธิษฐานวันลอยกระทง
เปิดอ่าน 3,327 ครั้ง
"โกลด์ครอสทันเดอร์" ปลาการ์ตูนสายพันธุ์ใหม่
"โกลด์ครอสทันเดอร์" ปลาการ์ตูนสายพันธุ์ใหม่

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ