โรงเรียนวัดผลาหารมีการพัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดดและเต็มไปด้วยความท้าทายในศตวรรษที่ ๒๑ การศึกษาไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างฉับไว เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีสมรรถนะพร้อมเผชิญกับสถานการณ์โลกที่ผันผวน สถานศึกษาจึงเปรียบเสมือนกลไกสำคัญในการวางรากฐานทางปัญญา โดยมี "ครู" เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) และ "ผู้เรียน" เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง การบริหารจัดการสถานศึกษาจึงไม่สามารถยึดติดกับรูปแบบเดิม แต่ต้องอาศัยการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความเป็นระบบ โปร่งใส และสร้างความสุขในการทำงานไปพร้อมกัน
ด้วยเหตุนี้จึงได้นำกระบวนการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ผ่านนวัตกรรม "PLH-SMART MODEL" มาประยุกต์ใช้เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กร โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน (Participation) และการเสริมสร้างภาวะผู้นำ (Leadership) เพื่อเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมองค์กรสู่ "โรงเรียนแห่งความสุข" (Happiness) ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูและการเรียนรู้ของผู้เรียน
การดำเนินงานนี้ ไม่เพียงแต่เน้นการสนับสนุนทรัพยากร (Support) และการบริหารจัดการ (Management) ที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Activity) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริงผ่านการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างสมรรถนะที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เรียน ควบคู่ไปกับการมีระบบนิเทศและทบทวนผลการดำเนินงาน (Review) อย่างกัลยาณมิตร บนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและความโปร่งใส (Transparent) ที่สามารถตรวจสอบได้ กระบวนการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ด้วย PLH-SMART MODEL จึงมิได้เป็นเพียงกรอบแนวคิดในการทำงาน แต่เป็นเครื่องมือเชิงรุกที่สร้างความเข้มแข็งให้แก่บุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริมให้ครูเป็นผู้นำทางวิชาการ และพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุข ความศรัทธาจากชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือ การส่งมอบคุณค่าทางการศึกษาที่ยั่งยืน ให้แก่ผู้เรียนตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นพันธกิจสูงสุดในการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง โดยการบริหารสถานศึกษาเชิงกลยุทธ์ด้วย PLH-SMART MODELเพื่อยกระดับสมรรถนะครูและคุณภาพผู้เรียนสู่ความยั่งยืน ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ P : Plan (การวางแผน) เป็นการเตรียมการล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้การทำงานส่วนอื่นๆ มีประสิทธิภาพ ดังนี้
P: Participation (การมีส่วนร่วม) คือ "ร่วมคิด ร่วมวางแผน" กระบวนการเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชน ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผิดชอบต่อทิศทางการพัฒนาโรงเรียน มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายของสถานศึกษา
L: Leadership (ภาวะผู้นำ) คือ "นำทัพวิสัยทัศน์" ผู้บริหารแสดงภาวะผู้นำในการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและผู้นำทางวิชาการ ในการตัดสินใจกำหนดนโยบายและวางระบบการทำงานที่ทันสมัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างพลังร่วม (Synergy) ให้กับบุคลากรในการขับเคลื่อนสถานศึกษาไปสู่เป้าหมายคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ขั้นตอนที่ ๒ D : Do: (ขั้นการปฏิบัติ)
H: Happiness (ความสุข) คือ "รังสรรค์สุขในการทำงาน" สร้างบรรยากาศ Happy School ในสถานศึกษา เพื่อให้บุคลากรทำงานอย่างมีพลังและผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยยึดหลักว่า "ครูที่มีความสุข จะสร้างห้องเรียนที่มีคุณภาพ"
S: Support (การสนับสนุน) คือ "ส่งเสริมและสนับสนุน" ผู้บริหารทำหน้าที่อำนวยความสะดวก สนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ และขวัญกำลังใจ โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดด้านปัจจัยเกื้อหนุน และมีสมาธิกับการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้กิจกรรมการเรียนรู้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพ
M: Management (การบริหารจัดการ) คือ "จัดการงานอย่างเป็นระบบ" เป็นการบริหารกระบวนการจัดระเบียบการทำงานให้เป็นระบบ การบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานบริหารทั้ง 4 ฝ่าย เพื่อให้ทรัพยากรทุกอย่างถูกใช้ไปเพื่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด"
A: Activity (กิจกรรมเชิงรุก) คือ "ขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์" ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการขับเคลื่อนสถานศึกษาด้วยกิจกรรมที่หลากหลายและสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริง เพื่อเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ตื่นตัวและมีชีวิตชีวา
ขั้นตอนที่ ๓ C : Check (การตรวจสอบ)
R: Review (การทบทวนผล) คือ "ทบทวนงาน ถอดบทเรียน" ตรวจสอบและประเมินผลเป็นกลไกการควบคุมคุณภาพที่ช่วยให้เห็นภาพความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เน้นการตรวจสอบอย่างเป็นระบบผ่านการนิเทศกัลยาณมิตรและการถอดบทเรียนร่วมกับคณะครู เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกิจกรรมนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างแท้จริงและทันท่วงที
ขั้นตอนที่ ๔ A : Act (ขั้นการปรับปรุงพัฒนา)
T: Transparent (ความโปร่งใส) คือ "โปร่งใส ตรวจสอบได้" สรุปผลและรายงานผลมุ่งเน้นการสร้างระบบการทำงานที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคณะครู ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งความโปร่งใสนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยมีการดำเนินการตามกระบวนการ PDCA ดังนี้
Plan: (วางแผน) คือ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และวิธีการทำงาน รวมถึงการระบุปัญหา
และแนวทางแก้ไข
Do: (ปฏิบัติ) คือ ลงมือทำตามแผนที่วางไว้ ในขั้นตอนเล็กๆ เพื่อทดสอบและดูผลลัพธ์
Check: (ตรวจสอบ) คือ วัดผลและตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการลงมือทำเทียบกับเป้าหมาย
Act: (ปรับปรุง/ดำเนินการ) คือ นำผลการตรวจสอบมาปรับปรุงแก้ไข หากสำเร็จให้ทำ
มาตรฐานนั้นต่อไป แต่หา กไม่สำเร็จให้แก้ไขในรอบถัดไป