|
Advertisement
|
1. สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
1.1 สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
ราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษาไว้ในมาตรา 6 ว่า ต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ยึดหลักมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ มีการกระจายอำนาจที่มีประสิทธิภาพ และมีการทดสอบที่ได้มาตรฐานไปสู่ระดับชาติ สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา และมาตรา 24 ได้กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามศักยภาพ และมีผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานการศึกษา
ดังนั้นจึงจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบประเมินผลว่าการจัดการศึกษาที่เป็นการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนที่รัฐจะต้องจัดให้ทั่วถึงนั้น มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดและมีคุณภาพเท่าเทียมกันมากน้อยเพียงใด จึงได้จัดตั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ขึ้น ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2548 ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งอำนาจหน้าที่ของ สทศ. ตาม มาตรา 8 กำหนดให้ สทศ. ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินผลการจัดการศึกษาและการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ตลอดจนให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทดสอบทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา โดย สทศ.ได้ดำเนินการจัดการทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ขึ้น เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมุ่งเน้นให้มี การนำผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O NET) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พัฒนาการเรียนการสอนและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษา ในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ ในระดับนโยบายของต้นสังกัด ตลอดทั้งข้อมูลที่ได้จากการประเมินในระดับชั้นที่เข้าทดสอบแต่ละระดับจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานในการตรวจสอบ ทบทวน เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งข้อมูลจากการประเมินนับเป็นหัวใจสำคัญของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียนให้ประสบผลสำเร็จในการเรียนได้เป็นอย่างดี
จากผลการวิเคราะห์ผลคะแนน O-NET รายวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ (อ้างอิงจากผลการทดสอบ ปีการศึกษา 2565 2567) สะท้อนถึงปัญหา นักเรียนขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์และการเชื่อมโยงความรู้ ทำให้ไม่สามารถประยุกต์ใช้ในการทำข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนขาดความคุ้นชินในการทำข้อสอบที่หลากหลายรูปแบบและระดับความยาก ประกอบกับปัญหานักเรียนที่เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) หลังจากได้รับผลกระทบจากการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคือ การจัดการเรียนรู้ที่ยังขาดกระบวนการฝึกซ้ำและย้ำทวนอย่างมีระบบ รวมถึงการขาดแหล่งทรัพยากรที่จัดระบบข้อสอบตามมาตรฐานตัวชี้วัดไว้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการฝึกซ้ำ ย้ำทวนให้นักเรียนได้ฝึกฝน ผ่านแนวข้อสอบที่หลากหลายและสอดคล้องกับรูปแบบการสอบจริงอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
1.2 แนวทางการแก้ปัญหา / พัฒนา
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และหาแนวทางในการพัฒนาผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O NET) รายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้สูงขึ้น ครูผู้สอนได้สืบค้น รวบรวมข้อสอบและเฉลย จากเว็บไซต์ทางการ แหล่งติวเตอร์คุณภาพ และแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ต่างๆ เช่น ข้อสอบ O-NET ของ สทศ. คลังข้อสอบมาตรฐาน (Standardize Item Bank System : SIBS) วิเคราะห์ตัวชี้วัดรายข้อของข้อสอบ O-NET ปีการศึกษา 2565-2567 พร้อมเฉลย ของสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. คลังข้อสอบของทรูปลูกปัญญา เพจ Sanook_Kid คณิตศาสตร์ เพจ แก็บติวเตอร์ คณิตศาสตร์ ขนมหวาน เป็นต้น นำมาจัดทำเป็นคลังข้อสอบ "TSK MathTest Bank" ทั้งในรูปแบบเอกสารเป็นรูปเล่ม Flip Album และไฟล์ใน Google Drive ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร รวบรวมลิงค์แบบทดสอบออนไลน์ และลิงค์วิดีโอเฉลยข้อสอบ ให้ครูผู้สอนและนักเรียนนำไปใช้ได้ง่ายและสะดวก และได้นำรูปแบบการเรียนรู้แบบ RRL (Review and Repeat Learning) มาใช้ โดยมุ่งเน้นการฝึกซ้ำ และย้ำทวนการทำข้อสอบ O-NET ผ่านคลังข้อสอบ TSK MathTest Bank ทั้งสอดแทรกในชั่วโมงสอน และตามตารางติว ร่วมกันระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน หรือนักเรียนกับนักเรียน ทั้งในและนอกเวลาเรียน นักเรียนสามารถเรียนรู้และฝึกทำข้อสอบได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ทั้งแบบ Onsite และออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม (Blooms Taxonomy) ที่เน้นการพัฒนาในแต่ละระดับความคิด ตั้งแต่ความจำ ความเข้าใจ ไปจนถึงการวิเคราะห์และประเมินค่า และสอดคล้องกับกฎของการฝึกหัด (Law of Exercise) ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ (Thorndike) ที่ชี้ให้เห็นว่าการเรียนรู้ใดก็ตามหากเกิดขึ้นแล้วได้รับการกระทำซ้ำไปเรื่อยๆ ก็ย่อมเกิดเป็น ความชำนาญและพัฒนาเป็นความเคยชินในที่สุด ยิ่งฝึกมากความถูกต้องสมบูรณ์ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ แนวทางการเรียนรู้แบบ RRL ยังได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยทางการศึกษาที่พบว่า การฝึกทำข้อสอบแบบทบทวนซ้ำหลายรอบ ช่วยเสริมสร้างการจดจำระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำข้อสอบ เช่น งานวิจัยของสุคนธา เพชรศิริ (2566) ที่รูปแบบ RRL เน้นการเรียนซ้ำและย้ำทวน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยมีการตรวจสอบโครงสร้างรูปแบบและพบว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในระดับสูง
|
โพสต์โดย หนา : [17 มิ.ย. 2569 (15:43 น.)] อ่าน [76] ไอพี : 182.53.71.192
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 21,781 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,552 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,151 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 35,473 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 97,067 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,115 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,627 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 468 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,726 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,654 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,356 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,107 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 8,910 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,520 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,737 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 24,709 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,067 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 74,318 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 81,082 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,628 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|