ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ทักษะอะไรที่นายจ้างยุคเศรษฐกิจ 4.0 ต้องการ ?

ทักษะอะไรที่นายจ้างยุคเศรษฐกิจ 4.0 ต้องการ ?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ส.ค. 2559 เปิดอ่าน : 18,195 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ยกเครื่อง Education 2.0
สร้าง The New S-Curve ใหม่ให้การเปลี่ยนแปลงของ Economy 4.0

สวัสดีครับเพื่อนสมาชิก สสค. เมื่อเร็วๆ นี้ สสค.ร่วมกับ

ธนาคารโลก และ มหาวิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์ ชวน “นักเศรษฐ- ศาสตร์การศึกษา” มาร่วมฉายภาพ ‘การศึกษาไทย’ ที่เชื่อมต่อกับภาค เศรษฐกิจและสังคม
“พายุไต้ฝุ่นระดับ 5 กําลัง ทดสอบความสามารถในการปรับตัวของตลาดแรงงานไทย” คํากล่าวของดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์ การศึกษา สํานักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และ คุณภาพเยาวชน (สสค.) ดูจะไม่เกินจริงนัก ท่ามกลาง สถานการณ์เลิกจ้างที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และตัวเลขบัณฑิต ว่างงานที่พุ่งไม่หยุด

ข้อเท็จจริงนี้สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของธนาคารโลก เกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานในประเทศไทย ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารโลก ชี้ว่าขีดความ สามารถในการแข่งขันของไทยถดถอยลงมา ตั้งแต่ปี 2007 ค่าจ้างของแรงงานทุกกลุ่ม ไม่เติบโต ทําให้กําลังซื้อและคุณภาพชีวิตของ แรงงานเหล่านี้ถดถอยมากกว่า 10 ปีแล้ว สวนทางกับ ตัวเลขการศึกษาของแรงงานไทยที่ดีขึ้นถ้านับตามจํานวนปี การศึกษาและคุณวุฒิสูงสุด ไทยมีปริมาณบัณฑิตเข้าสู่ตลาด แรงงานจํานวนมากกว่า 40-50% ของกําลังแรงงานรุ่นใหม่ที่เข้า สู่ตลาดแรงงาน แต่บัณฑิตเหล่านี้กลับขาดทักษะที่นายจ้าง ต้องการ ทําให้บัณฑิตจบใหม่กว่า 1 ใน 4 คนยังคงหางานทําไม่ได้ในปัจจุบัน

แล้วทักษะอะไรที่นายจ้างยุคเศรษฐกิจ 4.0 ต้องการ ?
จากรายงานของ World Economic Forum ชี้ถึง 10 ทักษะซึ่งจะเป็นที่ต้องการอย่างมากในปี 2020 ได้แก่

1.ทักษะการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน
2.การคิดวิเคราะห์
3.ความคิดสร้างสรรค์
4.การจัดการบุคคล
5.การทํางานร่วมกัน
6.ความฉลาดทางอารมณ์
7.รู้จักประเมินและการตัดสินใจ
8.มีใจรักบริการ
9.การเจรจาต่อรอง
10.ความยืดหยุ่นทางความคิด

“ในปี 2020 ทักษะทําซ้ำเป็นประจํา (Routine Skills) จะหมดโอกาสในการทํางาน 1 ใน 3 ของทักษะที่เป็นที่ ต้องการในปัจจุบันจะล้าสมัย 65% ของงานใน 10 ปีข้างหน้า ยังไม่เกิดขึ้น บททดสอบที่สําคัญคือ ครูและระบบการศึกษา ไทยในปัจจุบันกําลังสอนและพัฒนาเด็กเยาวชนเพื่อให้มีงาน และทักษะที่ยังไม่เคยมีอยู่ในปัจจุบัน แล้วครูและระบบ การศึกษาจะสอนเด็กอย่างไร?” ดร.ไกรยส ผู้เชี่ยวชาญด้าน นโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. ตั้งคําถามต่อระบบ การศึกษาไทย

“โลกกําลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ใน อีก 5 ปีถัดจากนี้ จะเน้นการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามา แทนที่แรงงานมนษุย์ที่ใช้ “ทักษะการทําซ้ำเป็นประจํา” (Routine Skill) เช่น หุ่นยนต์ การพิมพ์ 3 มิติ และ ระบบอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงกับอินเตอร์เนตทั้งหมด Industrial Internet of things (IIOT) ซึ่งมีประสิทธิภาพการผลิตที่สูงกว่ามนุษย์ ไม่ ต้องการการควบคุมโดยมนุษย์ และมีต้นทุนต่อหน่วยที่ถูกกว่า” ดังนั้นแรงงานที่จะยังคงปลอดภัยและมีความ ก้าวหน้าในการประกอบอาชีพคือแรงงานที่มี “ทักษะที่หลากหลาย” (Non-routine Skills) ทั้งทักษะที่หลากหลาย ทางปัญญาและทางการสื่อสาร (Non-routine cognitive and interpersonal Skills) เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการคิดวิเคราะห์ เป็นต้น

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรามุ่งหน้าสู่ Economy 4.0 ด้วย Education 2.0 ?
ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะ เศรษฐศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ชี้ว่า Education 2.0 ไม่สามารถช่วยให้ผู้ที่เรียนจบ ปรับตัวให้เข้ากับโลกของการทํางานได้ ปัญหา ช่องว่างทางทักษะจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เรื่อยๆ เพราะเศรษฐกิจปรับตัวแต่แรงงานไทย ปรับตัวไม่ทัน ทํางานไม่ได้ตามที่นายจ้างคาดหวัง จากผลวิจัยของม.ธุรกิจบัณฑิตย์และสสค.ในประเด็นช่องว่าง ทักษะเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ตราด และอีก 14 จังหวัดทั่วประเทศพบว่า ช่องว่างทักษะสูงที่สุด 3 อันดับแรก ในกลุ่มจังหวัดที่มีระดับการ พัฒนาเทียบเท่ากับ Economy 2.0 และกําลังพัฒนาไปสู่ Economy 3.0 คือ

1) ทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศอื่นๆ
2) ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ และ
3) การใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต

ในส่วนจังหวัดที่มีระดับการพัฒนาเทียบเท่ากับ Economy 3.0 และกําลังก้าวไปสู่ Economy 4.0 พบว่า ช่องว่างทักษะสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ

1) ความรู้เฉพาะตามตําแหน่งงานที่ทํา
2) การแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงาน และ
3) ความสามารถในการเรียนรู้งาน

“หากเทียบกับผลสํารวจของสหราชอาณาจักรและแคนาดา ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องช่องว่างทักษะรุนแรงกว่า สองประเทศนี้ถึงเท่าตัว และหากเปรียบเทียบความสามารถใน การแข่งขันของทุนมนุษย์ไทยกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียพบว่า ยังไม่ดีเท่ากับมาเลเซีย จีนและสิงคโปร์ ทั้งยังได้คะแนน คุณภาพการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าประเทศเวียดนามที่เริ่มต้นช้ากว่า 15-20 ปี หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์ที่มีรายได้ต่อหัวต่ำกว่าไทย การศึกษาไทยในโลกยุคใหม่ต้อง ก้าวสู่การคิดวิเคราะห์ ค้นคว้าสิ่งใหม่ แต่ไทยยังท่องจําเพื่อไป สอบ ถ้าเรายังไม่ปรับตัวตอนนี้ เราอาจจะไม่ใช่สิ้นชาติ แต่จะ หมดโอกาสในการสร้างชาติ”

แล้วจะทําอย่างไรให้การศึกษาตอบโจทย์ภาคเศรษฐกิจ ?
ปฏิรูปการศึกษาไทยต้องเดินหน้าสู่ Education 4.0 ดร.ไกรยส นักเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. กล่าวว่า

เป็นความท้าทายของระบบการศึกษาไทยที่จะสร้างThe New S-Curve ใหม่ในการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย (Non-routine Skills) ให้แก่เด็ก
เยาวชนไทย เพื่อรองรับ S-Curve ที่ 4 ในยุค การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ได้ทันหรือไม่ หลังจากที่ไทยได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากS-Curve ที่แล้วในการใช้ทักษะการผลิตและบริการ ของกําลังแรงงานของไทยไปสนับสนุนเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก และการท่องเที่ยวจนนําพาประเทศขึ้นสู่ประเทศรายได้ ปานกลางขั้นสูง (Upper-middle income country) ได้เมื่อ 20ปีที่ผ่านมาเพราะหากไม่สามารถทําได้ ประเทศไทยจะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำมากขึ้นทุกวัน เพราะ ประเทศต่างๆ จะหันไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ที่มีทรัพยากร มนุษย์ที่มีคุณภาพสูงกว่า และปรับตัวเข้ากับยุค 4.0 ได้ดีกว่าประเทศไทย

“คําถามสําคัญต่อไปคือ The New S-Curve ใหม่ของ ไทยในระบบการศึกษาจะสร้างขึ้นได้อย่างไร และจะช่วยให้ กําลังแรงงานไทยรุ่นใหม่สามารถก้าวออกจากกับดักรายได้ ปานกลางได้ในเร็ววันนี้หรือไม่ ระบบการศึกษาไทยจึงจําเป็น ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์นี้ให้ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ควรร่วมมือกันในการพัฒนาทักษะ ปฏิรูปการเรียนรู้ และแทนที่การเรียนรู้ที่ไม่ตรงต่อความ ต้องการทักษะในปัจจุบัน”

สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค.

 

ขอบคุณที่มาจาก จดหมายถึงเพื่อนสมาชิก สสค. 

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ทักษะอะไรที่นายจ้างยุคเศรษฐกิจ 4.0 ต้องการ ? , , ทักษะอะไรที่นายจ้างยุคเศรษฐกิจ , 4.0 , ต้องการ , ? << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
วิธีต้มไข่ให้ปอกง่าย

วิธีต้มไข่ให้ปอกง่าย
เปิดอ่าน 20,167 ครั้ง
คลิกอ่าน!
มดใช้อะไรดมกลิ่น

มดใช้อะไรดมกลิ่น
เปิดอ่าน 11,271 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
สีสันกับสุขภาพจิต

สีสันกับสุขภาพจิต
เปิดอ่าน 4,860 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
เคล็ดลับ!! เติมพลังใจคนวัยทำงาน☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับ!! เติมพลังใจคนวัยทำงาน
เปิดอ่าน 1,885 ครั้ง
“เก้าอี้เปลี่ยนโลก” ฝีมือเยาวชน PTTEP Teenergy ช่วยลดปัญหาโลกร้อนง่ายๆ ด้วยตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
“เก้าอี้เปลี่ยนโลก” ฝีมือเยาวชน PTTEP Teenergy ช่วยลดปัญหาโลกร้อนง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 3,137 ครั้ง
ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน
เปิดอ่าน 29,277 ครั้ง
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้☕ คลิกอ่านเลย
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้
เปิดอ่าน 44,118 ครั้ง
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี☕ คลิกอ่านเลย
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี
เปิดอ่าน 52,876 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เกมส์เรียงผลไม้เกมส์เรียงผลไม้
เปิดอ่าน 13,485 ครั้ง
ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้
เปิดอ่าน 7,809 ครั้ง
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ
เปิดอ่าน 6,797 ครั้ง
เคล็ดลับการทอดไข่ดาวให้ฟองใหญ่น่ากินเคล็ดลับการทอดไข่ดาวให้ฟองใหญ่น่ากิน
เปิดอ่าน 21,218 ครั้ง
ฟักทองญี่ปุ่นฟักทองญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 10,995 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : >kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม