ชื่อเจ้าของผลงาน นางสาวน้ำฝน พลเยี่ยม
สังกัดโรงเรียนบ้านโป่งเปือย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ
ตอบสนองพหุปัญญาด้าน ความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์
1.ความสำคัญของ
การพัฒนานวัตกรรม SCIFLY MODEL : ปลุกพลังพหุปัญญา พัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เกิดจากการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การพัฒนาพหุปัญญา และการสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์นวัตกรรม และประยุกต์ใช้ความรู้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
จากบริบทของโรงเรียนบ้านโป่งเปือย ซึ่งพบว่าผู้เรียนจำนวนหนึ่งมีศักยภาพโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ การทดลอง และการสร้างสรรค์ผลงาน แต่การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมยังไม่สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงยังขาดระบบค้นหา ส่งเสริม และต่อยอดความสามารถของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โรงเรียนจึงพัฒนา SCIFLY MODEL โดยประยุกต์แนวคิดพหุปัญญา ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) และการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล พร้อมสร้างพื้นที่ในการแสดงออก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และต่อยอดสู่การแข่งขันและความเป็นเลิศ
ผลจากการดำเนินงานทำให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และความภาคภูมิใจในตนเอง จนนำไปสู่การสร้างผลงานและได้รับการยอมรับในเวทีต่าง ๆ อีกทั้งยังทำให้โรงเรียนมีรูปแบบการพัฒนาผู้เรียนที่ชัดเจน สามารถขยายผลสู่การพัฒนาผู้เรียนกลุ่มอื่นได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ดังนั้น SCIFLY MODEL จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองนโยบายการส่งเสริมพหุปัญญาและการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งสร้างผู้เรียนให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ และเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพในอนาคต
2.ขั้นตอนการดำเนินงาน
การดำเนินงานตามรูปแบบ SCIFLY MODEL : ปลุกพลังพหุปัญญา พัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งค้นหา ส่งเสริม และต่อยอดศักยภาพตามแนวคิดพหุปัญญา โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงเป็นฐาน ผ่านกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอากาศยานจำลองอย่างเป็นระบบ
กระบวนการเริ่มจาก S Survey สำรวจและค้นหาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล เพื่อค้นหาความสนใจ ความถนัด และความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ จากนั้นเข้าสู่ C Create ออกแบบกิจกรรมและสร้างสรรค์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ทดลอง และสร้างผลงานตามศักยภาพของตน ต่อด้วย I Integrate บูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สู่การปฏิบัติจริง ผ่านกระบวนการทดลอง การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และพัฒนาชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง
ในขั้น F Facilitate ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก สนับสนุนและโค้ชผู้เรียนรายบุคคล เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ก่อนเข้าสู่ L Launch เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนนำเสนอผลงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และแสดงศักยภาพผ่านนิทรรศการและการแข่งขันในระดับต่าง ๆ และสิ้นสุดที่ Y Yield ซึ่งเป็นการประเมินผล ถอดบทเรียน จัดเก็บองค์ความรู้ และขยายผลสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ผลจากการดำเนินงานตามรูปแบบดังกล่าว ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และความภาคภูมิใจในตนเอง ขณะเดียวกันโรงเรียนมีระบบส่งเสริมพหุปัญญาที่ชัดเจน สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลในการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
3. ผลการดำเนินการผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ
การดำเนินงานตามรูปแบบ SCIFLY MODEL : ปลุกพลังพหุปัญญา พัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญาด้านความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการค้นหาศักยภาพรายบุคคล การจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง การสร้างชิ้นงาน และการนำเสนอผลงานผ่านกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอากาศยานจำลอง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ และผลงานเชิงประจักษ์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1) ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความแตกต่างระหว่างบุคคลและความสามารถเฉพาะด้านทางวิทยาศาสตร์
2) ผู้เรียนค้นพบความสนใจ ความถนัด และสามารถต่อยอดศักยภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม
3) ผู้เรียนมีความรู้และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การตั้งคำถาม การทดลอง การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการสรุปผล
4) ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์จากการลงมือปฏิบัติจริง
5) ผู้เรียนสามารถสร้างผลงานและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ได้ด้วยตนเอง
6) โรงเรียนมีผลงานเชิงประจักษ์และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่สะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษา
7) โรงเรียนมีนวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับสถานศึกษาได้
4. ปัจจัยความสำเร็จของ SCIFLY MODEL : ปลุกพลังพหุปัญญา พัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เกิดจากการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย การค้นหาศักยภาพผู้เรียน การออกแบบกิจกรรมที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล บทบาทของครู การเปิดพื้นที่แห่งโอกาส และการติดตามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ค้นพบและพัฒนาความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสะท้อนเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่สามารถนำไปขยายผลได้