การพัฒนาการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best practices) อย่างเป็นระบบ
1. การระบุกลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลัก ผู้บริหารสถานศึกษา , ครูและบุคลากรทางการศึกษา , นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ , นักเรียนทั่วไป
กลุ่มเป้าหมายรอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน , ผู้ปกครอง , ชุมชนและภาคีเครือข่าย
2. การกำหนดวัตถุประสงค์ของการพัฒนา BP
1. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาเรียนรวมโดยใช้ I CARE Model
2. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรในการจัดการศึกษาเรียนรวม
3. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
4. เพื่อพัฒนานักเรียนเรียนรวมให้ได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและเต็มตามศักยภาพ
5. เพื่อยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้านการจัดการศึกษาเรียนรวม
3. ขั้นตอนการพัฒนา BP
โรงเรียนอนุบาลเมืองนครนายก (วัดวังกระโจม) ได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรม
การบริหารจัดการสถานศึกษาเชิงระบบด้วย I CARE Model เพื่อพัฒนานักเรียนเรียนรวมสู่ความ
เป็นเลิศ โดยใช้กระบวนการบริหารเชิงระบบตามวงจรคุณภาพ PDCA และหลักการบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน (SBM) ดังนี้
ขั้นที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและวิเคราะห์ความต้องการ (Needs Assessment)
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง
วิธีการดำเนินงาน สำรวจข้อมูล วิเคราะห์บริบท ปัญหา ความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา
กิจกรรมสำคัญ วิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนเรียนรวม , ศึกษาผลการดำเนินงานที่ผ่านมา , ประชุมรับฟังความคิดเห็นจากครู ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย , วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)
ขั้นที่ 2 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และออกแบบนวัตกรรม
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา
วิธีการดำเนินงาน ศึกษาเอกสาร งานวิจัย กฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมสำคัญ ศึกษา SEAT Framework , ศึกษา SBM และ System Theory , ศึกษาวงจร PDCA , ออกแบบ I CARE Model ให้เหมาะสมกับบริบทโรงเรียน
ขั้นที่ 3 วางแผนการดำเนินงาน (Plan : P)
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา
วิธีการดำเนินงาน จัดทำแผนพัฒนาและกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน
กิจกรรมสำคัญ กำหนดนโยบายและเป้าหมาย , แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน , จัดทำแผนปฏิบัติการ , กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ
ขั้นที่ 4 ดำเนินงานตาม I CARE Model (Do : D)
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ครูการศึกษาพิเศษ ภาคีเครือข่าย
วิธีการดำเนินงาน ขับเคลื่อนกิจกรรมตามองค์ประกอบของ I CARE Model
กิจกรรมสำคัญ I : Inclusion Mindset สร้างความตระหนักด้านการเรียนรวม , พัฒนาวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเสมอภาค C : Collaboration สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก A : Active Learning Support จัดทำ IEP/IIP , จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning , พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากร R : Resource Development พัฒนาห้องเรียนคุณภาพ , จัดหาสื่อ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก , พัฒนาแหล่งเรียนรู้
ขั้นที่ 5 ติดตามและประเมินผล (Check : C)
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา
วิธีการดำเนินงาน นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน
กิจกรรมสำคัญ E : Evaluation for Excellence ประเมินพัฒนาการผู้เรียนตาม IEP ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง นิเทศภายในและสรุปผลการดำเนินงาน
ขั้นที่ 6 ปรับปรุงและพัฒนา (Act : A)
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา
วิธีการดำเนินงาน นำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมสำคัญ ประชุมสะท้อนผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแผนพัฒนาและนวัตกรรม พัฒนาระบบการบริหารจัดการเรียนรวม ขยายผลสู่เครือข่ายและเผยแพร่ Best Practice
ขั้นที่ 7 สรุปผลและเผยแพร่นวัตกรรม
ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา ฝ่ายบริหารงานวิชาการ
วิธีการดำเนินงาน สังเคราะห์องค์ความรู้และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน
กิจกรรมสำคัญ จัดทำรายงาน Best Practice , เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และเครือข่ายวิชาการ
4. ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด
1. ผลสำเร็จด้านการบริหารสถานศึกษา สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการศึกษา
เรียนรวมที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม มีโครงสร้างการบริหารและกลไกการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับความแตกต่างและเห็นคุณค่าของผู้เรียนทุกคน สถานศึกษาสามารถขับเคลื่อนนโยบายโรงเรียนเรียนรวมสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
2. ผลสำเร็จด้านผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารมีภาวะผู้นำเชิงวิชาการบริหารจัดการศึกษาเรียนรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูมีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการจัดการศึกษาเรียนรวมเพิ่มขึ้น สามารถจัดทำแผน IEP , IIP และออกแบบกิจกรรม Active Learning ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้อย่างเหมาะสม และเกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
3. ผลสำเร็จด้านผู้เรียน นักเรียนเรียนรวมได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีพัฒนาการทุกด้านดีขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้น มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะชีวิตที่เหมาะสมตามวัยและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
4. ผลสำเร็จด้านภาคีเครือข่าย ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น
เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน ศูนย์การศึกษาพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุนด้านวิชาการ งบประมาณ สื่อ และทรัพยากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
5. ผลสำเร็จเชิงนวัตกรรมและความยั่งยืน I CARE Model ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบการขับเคลื่อนนโยบายเรียนรวมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีระบบการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA ทำให้การดำเนินงานเกิดความยั่งยืน นวัตกรรมสามารถขยายผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการจัดการศึกษาเรียนรวมแก่สถานศึกษาและหน่วยงานอื่นได้