บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพ ปัญหา ความต้องการและแนวทางการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านนากอ (มะดากะอุทิศ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 2) สร้างรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพ ปัญหา ความต้องการ และแนวทางการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ขั้นตอนที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบ และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม การศึกษาดูงานสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการประชุมสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ชื่อผู้วิจัย นางฟาฎีลา สุมาตรา
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านนากอ (มะดากะอุทิศ)
ปีวิจัย 2566 - 2567
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการในการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผลการศึกษาแนวทางการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่า ควรกำหนดรูปแบบการบริหารที่มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) ปัจจัยนำเข้าของรูปแบบ 4) ขอบข่ายการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5) กระบวนการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 6) การประเมินผลการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ 7) เงื่อนไขความสำเร็จ
2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) ปัจจัยนำเข้าของรูปแบบ 4) ขอบข่ายการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5) กระบวนการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL 6) การประเมินผลผลิตและผลลัพธ์ และ 7) เงื่อนไขความสำเร็จ โดยผลการตรวจสอบร่างรูปแบบจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านความถูกต้องและความเหมาะสมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการใช้รูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL พบว่า ผลการแก้ปัญหานักเรียนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหาในรายการที่สถานศึกษาสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้โดยตรงอยู่ในระดับสูง โดยด้านปัญหาการเรียนและด้านสุขภาพ/พฤติกรรมสามารถช่วยเหลือได้ร้อยละ 100 และด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสามารถช่วยเหลือได้ร้อยละ 89.47 ผลการใช้รูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยกระบวนการ DSIM-ID MODEL พบว่า ด้านความเป็นไปได้และด้านความเป็นประโยชน์ของรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และด้านความเป็นไปได้และด้านความเป็นประโยชน์ของคู่มือการใช้รูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก