|
Advertisement
|
บทคัดย่อ
ชื่อผลงานวิจัย: การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กสู่ความมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ด้วย S-SMART MODEL
ชื่อผู้วิจัย: นางสาวกชพรรณ นาเสถียร
ตำแหน่ง: ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนนาคำเจริญวิทย์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1
ปีที่ทำการวิจัย: ปี 2568
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) พัฒนาและสร้างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็ก ด้วย S-SMART MODEL ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพผู้เรียน (๒) ศึกษาผลการนำรูปแบบไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านวิชาการ คุณธรรม และทักษะชีวิต และ (๓) ศึกษาการได้รับการยอมรับและเป็นแบบอย่างที่ดีของสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย นักเรียนจำนวน 23 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 5 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนนาคำเจริญวิทย์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบและคู่มือการบริหารจัดการ S-SMART MODEL แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) แบบนิเทศติดตาม และแบบประเมินคุณภาพผู้เรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
๑. รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กสู่ความมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ด้วย S-SMART MODEL ประกอบด้วย ๖ องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-Centered: S) การสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือที่ยั่งยืน (Sustainable Partnership: S) การส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ (Morality & Merit: M) การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและนวัตกรรม (Active Learning & Innovation: A) การบริหารจัดการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results-Driven: R) และการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยสอน (Technology & Tools: T) โดยขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบผ่านวงจรคุณภาพ (PDCA) มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในระดับดีเยี่ยม
๒. ผลการนำรูปแบบไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะพื้นฐานด้านการอ่านออกเขียนได้และคิดคำนวณสูงขึ้น ปัญหาวิกฤตทางการเรียนรู้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์ที่กำหนด มีระเบียบวินัยและคุณธรรมขั้นพื้นฐานตามช่วงวัย ในขณะที่ครูผู้สอนเกิดทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีช่วยสอนเพื่อแก้ปัญหาห้องเรียนไม่ครบชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓. สถานศึกษาได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานต้นสังกัดในระดับสูง เกิดเครือข่ายความร่วมมือ "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่เข้มแข็งในการร่วมระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษา
|
โพสต์โดย กช : [5 ก.ค. 2569 (20:11 น.)] อ่าน [43] ไอพี : 171.97.142.250
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 5,401 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,782 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,467 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,271 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 179,743 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,224 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 8,771 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,651 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,332 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,574 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 61,451 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 34,376 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 85,422 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,682 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,303 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 45,483 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 42,633 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,177 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 6,162 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,918 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|