ผู้พัฒนานำผลการวิเคราะห์ปัญหาและผลการสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎีมาออกแบบเป็นนวัตกรรม PRO SCI MODEL โดยกำหนดองค์ประกอบของโมเดลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนา ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การพัฒนาผู้เรียนผ่านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการยกระดับผลสัมฤทธิ์รวมทั้งคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน องค์ประกอบของ PRO SCI MODEL มีดังนี้
P-Problem Identification ผู้เรียนค้นหาปัญหาจากบริบทของโรงเรียน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของตนเอง
เพื่อนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นประเด็นการเรียนรู้ที่มีความหมาย
R-Research & Resource Exploration ผู้เรียนศึกษา ค้นคว้า สืบค้นข้อมูล และสำรวจทรัพยากรหรือ
ภูมิปัญญาในชุมชน เพื่อนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และค้นหาแนวทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
O-Organize & Design วางแผนและออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการ STEM Education และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการกำหนดแนวคิด ออกแบบต้นแบบ วางแผนการทดลอง และกำหนดวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน
S-Sustainability ส่งเสริมให้มีการออกแบบและสร้างชิ้นงานหรือนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า และตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งให้ผลงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน
C- Collaboration มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งบทบาทหน้าที่
รับฟังข้อเสนอแนะ และสื่อสารผลการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย รวมทั้งใช้กระบวนการ PLC เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
I- Innovation การส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม โดยการกระตุ้นให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมหรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ทดลอง ปรับปรุง และนำเสนอนวัตกรรมที่เกิดจากการแก้ปัญหาจริงในชุมชน
โดยผลงานต้องสะท้อนการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การบูรณาการ STEM และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงรูปแบบ
หลังจากออกแบบต้นแบบนวัตกรรม PRO SCI MODEL แล้ว ได้นำรูปแบบดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพ ผ่านการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา
ครู และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบ ขั้นตอน กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีวัดและประเมินผล ตลอดจนความสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้เกี่ยวข้องถูกนำมาใช้
ในการปรับปรุงรูปแบบให้มีความชัดเจน เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะกับโรงเรียนขนาดเล็ก การใช้วัสดุและทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นสื่อการเรียนรู้ และการประเมินผู้เรียนจากกระบวนการทำงาน ชิ้นงาน และพฤติกรรมการเรียนรู้
ขั้นที่ 5 ทดลองใช้และสะท้อนผล
นำ PRO SCI MODEL ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านควนราชา ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ที่บูรณาการ STEM Education โดยให้ผู้เรียนศึกษาปัญหาจากบริบทจริงของชุมชน ออกแบบและสร้างชิ้นงานหรือนวัตกรรมจากทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว ได้แก่ กระถางเพาะชำรักษ์โลกจากใบยางพารา
ระหว่างการทดลองใช้ ผู้พัฒนาได้เก็บข้อมูลจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบบประเมินสมรรถนะด้านความสามารถในการสร้างนวัตกรรม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ผลงานของผู้เรียน และการสะท้อนผลหลังการเรียนรู้ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์จุดเด่น ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการปรับปรุงนวัตกรรม
ขั้นที่ 6 ปรับปรุงและพัฒนาด้วยวงจร PDCA
ใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นกลไกในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจาก
Plan การวางแผนกำหนดเป้าหมาย กิจกรรม เครื่องมือ และแนวทางการประเมินผล
Do การนำ PRO SCI MODEL ไปใช้จัดการเรียนรู้จริง
Check การตรวจสอบผลการดำเนินงานจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สมรรถนะด้านความสามารถในการสร้างนวัตกรรม และคุณภาพชิ้นงานของผู้เรียน
Act การนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกิจกรรม สื่อ วิธีการจัดการเรียนรู้ และเครื่องมือประเมินผลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
การพัฒนาด้วยวงจร PDCA ทำให้ PRO SCI MODEL ไม่ใช่นวัตกรรมที่ใช้เพียงครั้งเดียว แต่เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามสภาพจริงของผู้เรียนและบริบทของโรงเรียนบ้านควนราชา
ขั้นที่ 7 นำไปใช้จริงและขยายผล
นำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีการศึกษา 25662569 โดยมุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้วย STEM Education สร้างผลงานจากปัญหาจริงในชุมชน และพัฒนาตนเองสู่การเป็นนวัตกร และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานผ่านกระบวนการ PLC ภายในโรงเรียนบ้านควนราชา และนำประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการขยายผล
สู่การจัดการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้อื่นหรือชั้นเรียนอื่นตามความเหมาะสม
จากกระบวนการออกแบบดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า PRO SCI MODEL เป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศที่ได้รับการพัฒนาจากการวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการใช้หลักการ แนวคิด และทฤษฎีเป็นฐานในการออกแบบ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนา เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชนมีส่วนร่วม และ
ผ่านการทดลองใช้ ปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนบ้านควนราชาและสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม