๑. ความสำคัญของผลงาน นวัตกรรมหรือวิธีปฏิบัติที่นำเสนอ
๑.๑ ความเป็นมาและสภาพของปัญหา
การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการศึกษาปฐมวัยเป็น การวางรากฐานในการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปีบริบูรณ์ บนพื้นฐานการอบรม เลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคม วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ในช่วง 6 ปีแรกของเด็กปฐมวัยเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้ และเด็กจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความรัก การโอบกอด และการเล่นกับเด็กเพื่อให้สมองของเด็กได้รับ การพัฒนาอย่างเต็มที่ตามศักยภาพ เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม การจัดการศึกษาปฐมวัยจึงเหมือนการวางรากฐานชีวิตของเด็กไทย ให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ มีพัฒนาการสมวัยอย่างสมดุล ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา บนพื้นฐานความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยใช้กิจกรรมกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการของสมองอย่างเต็มที่ รวมทั้งเตรียมเด็กให้พร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับที่สูงขึ้น (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๖๐)
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดสาระการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุก ด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งนี้ยังกำหนดประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาให้กับเด็ก ซึ่งเป็นการส่งเสริม ให้เด็กได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคล และสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล การคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัว และมีความคิดรวบยอดทาง คณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ต่อไป (กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๖๐ : ๓๕-๓๘) กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาปฐมวัย โดยประกาศใช้มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรอบมาตรฐานการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัยได้กำหนดสาระที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ ดังนี้ การรู้จักตัวเลข การนับจำนวน การวัด เรขาคณิต พีชคณิต (แบบรูปและความสัมพันธ์) การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์นับว่ามีความสำคัญและมีความจำเป็นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัย แนวคิด ต่าง ๆ เกี่ยวกับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ ในระดับที่สูงขึ้น และการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน แนวทางการจัดประสบการณ์เรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย จึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมสอดคล้องกับพัฒนาการ แนวทางสำหรับการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ครูต้องตระหนักว่าการสอนคณิตศาสตร์อย่างไร ให้มีความสัมพันธ์กับหัวเรื่องและควรเป็นการสอนที่บูรณาการ เนื้อหาคณิตศาสตร์กับเนื้อหาวิชาอื่น ๆ ควรสังเกตการทำกิจกรรมของเด็กและเข้าพูดคุยหรือแนะนำเด็ก จัดกิจกรรมที่หลากหลาย น่าตื่นเต้น ท้าทายความสามารถ ซึ่งเด็กจะเกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเหล่านั้น สอดคล้องกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๒๕๖๓ : ๖๐) กล่าวว่า การจัดประสบการณ์ การเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยควรจัดในรูปของกิจกรรมแบบบูรณาการกับกิจวัตร และกิจกรรมประจำวัน ผ่านการเล่น เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ ครูหรือผู้ที่มีหน้าที่อบรมเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ควรจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความสอดคล้องกับวุฒิภาวะของเด็ก ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม โดยเริ่มต้นจากของจริง ของจำลอง รูปภาพ และสัญลักษณ์ตามลำดับ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่เด็กจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเรียนรู้ ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น
จากแนวคิดข้างต้น กล่าวได้ว่า ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ช่วยสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่าง ๆ ด้วยกระบวนการที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้เด็กมีความคิดรวบยอด ทางคณิตศาสตร์ตามสาระที่ควรเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย และเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษาต่อไป (ธัญพร ผุยบัวค้อ : ๒๕๖๒, ๑๖)
จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านนายม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๓ ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า เด็กปฐมวัยขาดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านการรู้จักและการนับเลข การเปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู่ การรู้จักรูปทรงและ การเรียงลำดับ และรูปแบบและความสัมพันธ์ จึงทำให้ได้ผลการประเมินพัฒนาการอยู่ในระดับพอใช้ ตามมาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดรวบยอด มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล มีความสารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ ทั้งนี้มีสาเหตุอาจเนื่องมาจากการจัดกิจกรรมของครูไม่ตอบสนองความสนใจของเด็ก เด็กมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมค่อนข้างน้อย
ดังนั้น ครูผู้สอนจึงเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ศึกษานวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพ ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนรู้การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ ๒ ดียิ่งขึ้น ครูผู้สอนจึงได้เลือกใช้นวัตกรรม การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, ๒๕๖๒) โดยการเลือกใช้ วัฏจักรการเรียนรู้รูปแบบ ๗E (๗E Instructional Model) ซึ่งขยายมาจากโมเดล ๕E ของ Eisenkraft (๒๐๐๓) ถือเป็นนวัตกรรมกระบวนการสืบเสาะที่ทรงประสิทธิภาพ เพราะให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นกระตุ้นและดึงความรู้เดิมของเด็กออกมา (Elicitation) ไปจนถึงขั้นการขยายความรู้ต่อเนื่อง (Extension) ส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองทีละระดับอย่างลื่นไหล
เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกรูปแบบ ๗E สัมฤทธิผลและเหมาะสมกับบริบทปฐมวัยอย่างแท้จริง การเลือกใช้กิจกรรมเกมการศึกษาจากสื่อวัสดุเหลือใช้ จึงเป็นนวัตกรรมสื่อการสอนที่ทรงคุณค่า สื่อที่เป็นวัสดุรูปธรรมรอบตัว เช่น ฝาขวดน้ำ แกนกระดาษ หรือกล่องลัง จะช่วยเปลี่ยนความคิดคณิตศาสตร์ที่เป็นนามธรรมอันเข้าใจยาก ให้กลายเป็นของจริงที่เด็กสามารถหยิบจับ สัมผัส และทดลองเรียงสลับสีหรือขนาดตามคำสั่งบัตรภาพได้ตามธรรมชาติ (เยาวพา เดชะคุปต์, ๒๕๕๒) นอกจากจะเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ประหยัด คุ้มค่า และสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัวให้แก่เด็กปฐมวัยตั้งแต่ย่างก้าวแรกของการศึกษา ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจแก้ปัญหา ได้แก่ การนับ และแสดงจำนวนของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่าง ๆ การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ การบอกและการแสดงอันดับที่ของสิ่งต่าง ๆ การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับสิ่งต่าง ๆ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐
ด้วยเหตุผลและความสำคัญดังกล่าว ผู้ศึกษาในฐานะครูผู้สอนระดับปฐมวัย จึงได้พัฒนาแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รูปแบบ ๗E ร่วมกับกิจกรรมเกมการศึกษาจากสื่อวัสดุเหลือใช้ขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับและพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยให้สูงขึ้น ช่วยให้เด็กเกิดทักษะการคิดเชิงเหตุผล มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ ตลอดจนเป็นแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาปฐมวัยในการประดิษฐ์นวัตกรรมสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนปฐมวัยในระดับต่อไป
๑.๒ แนวทางการพัฒนา
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเป็นทักษะเบื้องต้นที่ต่อเนื่องไปถึงการเรียนรู้ และเป็นรากฐานในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว นอกจากครูพ่อ แม่ ผู้ปกครองก็มีบทบาทความสำคัญอย่างยิ่ง ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กให้ได้รับการพัฒนาเหมาะสมตามวัยและเต็มศักยภาพของตนเอง ดังนั้น ครูผู้สอน จึงสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็ก โดยคำนึงถึงบทบาท และความสำคัญของผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย จึงได้มีการคิดนวัตกรรม ที่สามารถใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาให้เหมาะสมตามวัย โดยการการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รูปแบบ ๗E ร่วมกับกิจกรรมเกมการศึกษาจากสื่อวัสดุเหลือใช้ เพื่อให้เด็กมีทักษะทางคณิตศาสตร์เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ครูผู้สอนต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้ผู้ปกครองได้รับทราบ และเสนอแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุตรหลาน ผ่านการพูดคุย สนทนาโดยตรง หรือผ่านทางกลุ่มไลน์ ผู้ปกครอง
๒. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
๒.๑ จุดประสงค์
๒.๑.๑ เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ ๒ ก่อนและหลังการจัดการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รูปแบบ ๗E ร่วมกับกิจกรรมเกมการศึกษาจากสื่อวัสดุเหลือใช้
๒.๑.๒ เพื่อให้เด็กชั้นอนุบาลปีที่ ๒ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและลงมือปฏิบัติจริง
๒.๑.๓ เพื่อให้เด็กชั้นอนุบาลปีที่ ๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้
๒.๒ เป้าหมาย
๒.๒.๑ เชิงปริมาณ
๑. เด็กชั้นอนุบาลปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านนายม ปีการศึกษา ๒๕๖๙ ร้อยละ ๘๐ ผ่านเกณฑ์ การประเมินด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
๒. เด็กชั้นอนุบาลปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านนายม ปีการศึกษา ๒๕๖๙ มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สูงขึ้น
๒.๒.๒ เชิงคุณภาพ
เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านนายม ปีการศึกษา ๒๕๖๙ ภายหลังจากการได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รูปแบบ ๗E ร่วมกับกิจกรรมเกมการศึกษาจากสื่อวัสดุเหลือใช้ สูงขึ้น และส่งผลต่อพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สูงขึ้น เป็นไปตามมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และตัวบ่งชี้ในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย