รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 6STEP เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านฮ่อมต้อ จังห
ผลการดำเนินงาน
วัตถุประสงค์ ข้อที่ ๑ เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ๖ STEP ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนบ้านฮ่อมต้อ
โรงเรียนบ้านฮ่อมต้อได้พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ๖ STEP ที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา โดยอาศัยข้อมูลจากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการของครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน นำมาสังเคราะห์ร่วมกับแนวคิดการบริหารคุณภาพตามวงจร PDCA (PlanDoCheckAct) จนได้รูปแบบการบริหารที่ประกอบด้วย ๖ ขั้นตอน ได้แก่ (๑) วิเคราะห์บริบท (School Analysis) (๒) วางแผนพัฒนา (Planning) (๓) พัฒนาครู (Teacher Development) (๔) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) (๕) นิเทศ ติดตาม (Supervision) และ (๖) ประเมินและสะท้อนผล (Evaluation and Reflection)
รูปแบบดังกล่าวได้รับการนำไปใช้ในการบริหารจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท สามารถเชื่อมโยงการบริหาร การจัดการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพการศึกษาเข้าด้วยกัน ส่งผลให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์ที่ ๒ เพื่อพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ
โรงเรียนได้ดำเนินการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) การนิเทศแบบ Coaching และ Mentoring การสังเกตชั้นเรียน (Open Class) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู ส่งผลให้ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่หลากหลาย สามารถเลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับธรรมชาติของผู้เรียนและรายวิชา
ครูสามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมประกอบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) และนำผลการประเมินมาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูมีมาตรฐานสูงขึ้น และเกิดวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันภายในโรงเรียน
วัตถุประสงค์ที่ ๓ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ภายหลังการนำรูปแบบการบริหารจัดการการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ๖ STEP ไปใช้ พบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น กล้าคิด กล้าแสดงออก สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้
นอกจากนี้ ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ และมีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ส่งผลให้ภาพรวมคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านฮ่อมต้อได้รับการยกระดับอย่างเป็นรูปธรรม และสะท้อนถึงประสิทธิผลของการดำเนินงานตามรูปแบบ Active Learning ๖ STEP อย่างชัดเจน
ผลสัมฤทธิ์
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
๑.ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบ RT NT หรือ O-net
๒. ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
๓. ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออกเพิ่มมากขึ้น กล้าถาม กล้าคิด กล้าตอบ กล้าพูดอย่างสร้างสรรค์
๔. ผู้เรียนมีทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
ผลที่เกิดขึ้นกับครู
๑.ครูทุกคนสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ Active Learning ได้อย่างมีคุณภาพ
๒ ครูสามารถใช้สื่อและนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓ ครูมีการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC ที่เข้มแข็ง และเป็นรูปธรรม
๔ ครูมีการต่อยอดการจัดการเรียนรู้สู่การพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนเพิ่มขึ้น
๕ ครูมีการต่อยอดสู่ผลงาน Best Practice และนวัตกรรมของตนเอง
ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา
๑.โรงเรียนมีรูปแบบการบริหารที่เป็นระบบและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในเรื่องการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
๒. โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ที่เป็นผลสะท้อนจากการยกระดับคุณภาพการศึกษา
๓. โรงเรียนมีวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ หรือ นิเวศการเรียนรู้ที่ดีขึ้น
๔.โรงเรียนมีเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน และหน่วยงานจากภายในและภายนอกสถานศึกษาที่จะช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ด้านผู้เรียน
-ได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหา
- มีความกล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตนเอง และมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง
- ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ซึ่งช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
2. ด้านครู
-มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
-มีความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน
-มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูผ่านเวที PLC เกิดการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
-มีการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม เกิดขวัญกำลังใจในการสอน
3. ด้านสถานศึกษา
-โรงเรียนมีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถใช้เป็นต้นแบบหรือขยายผลได้
-เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกันทั้งระดับครู ผู้บริหาร และนักเรียน
-ระบบการบริหารจัดการภายในโรงเรียนมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก
-โรงเรียนได้รับการยอมรับจากเครือข่าย และสามารถถ่ายทอดนวัตกรรมไปยังโรงเรียนขนาดเล็กอื่น ๆ ได้