ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การนิเทศภายในเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒

2.ระยะเวลาดำเนินการ

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 (ต.ค. 2567 - มี.ค.2568)

3.เหตุผลและความจำเป็น

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่จะเป็นรากฐานสำคัญประเทศคือความสำคัญของการศึกษา แม้เป็นการลงทุนระยะยาว เพราะตัวชี้วัดความสำเสร็จในการพัฒนาประเทศคือคุณภาพของคน หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘) ให้มีกลไกและ ระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มี ความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับ ความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของ ผู้ประกอบวิชาชีพครู (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย , 2560) จากการรายงานการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับจังหวัดของประเทศไทยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พบว่า ความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศ ไทยอยู่ในอันดับที่ 56 จากทั้งหมด 63 ประเทศ ลดลง 2 อันดับจากปี 2018 คนไทยต้องตื่นตัวในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นต้องเริ่มปฏิรูปจากล่างคือการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนของครู มีทฤษฎีบลูมแบบใหม่ มี 6 ขั้นตอน การจำ (Remembering): ดึงข้อมูลหรือความรู้เดิมจากความจำ เช่น การท่องจำและการบอกชื่อการเข้าใจ (Understanding): แปลความ สรุป หรือตีความหมายข้อมูลการประยุกต์ใช้ (Applying): นำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่การวิเคราะห์ (Analyzing): แยกแยะข้อมูลออกเป็นส่วนย่อยและหาความสัมพันธ์การประเมินค่า (Evaluating): ตัดสินใจ ตรวจสอบ หรือวิพากษ์วิจารณ์โดยใช้เกณฑ์ การสร้างสรรค์ (Creating): รวบรวมองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่

โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ พบว่า นักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยตั้งแต่ 2.50 ขึ้นไปทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา 2567 มีร้อยละ 66.30 ผู้พัฒนาเห็นว่า การนิเทศภายในเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีคุณภาพได้ จำเป็นต้องพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active learning)เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ผู้พัฒนารูปแบบคิดว่าน่าจะนำมาประยุกต์ใช้เป็นกระบวนการนิเทศภายในได้ ทั้งนี้ ผู้พัฒนารูปแบบได้ปรับประยุกต์ขั้นตอนการคิดเชิงออกแบบ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา และนำกระบวนการ PLC แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศมาใช้เพื่อให้ได้วิธีการ แนวคิดหรือนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพโดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณภาพต่อผู้เรียน

4. วัตถุประสงค์

๑) เพื่อสร้างรูปแบบการนิเทศภายในสถานสึกษาโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒

๒) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ ให้สูงขึ้น

๓) เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานำรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียน

กลุ่มเป้าหมาย

๑) นักเรียนโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ จำนวน ๑๒9 คน

๒) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน ๑๕ คน

5. ขั้นตอนหรือกระบวนการสร้างนวัตกรรมหรือพัฒนานวัตกรรม

1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2) สรุปแนวคิด ทฤษฎีจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

3) ร่วมออกแบบกระบวนการนิเทศที่เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา

4) ออกแบบเอกสารการนิเทศที่ง่ายต่อการบันทึกผลและนำไปใช้

5) กำหนดผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ

6) กำหนดปฏิทินการนิเทศที่ชัดเจน

7) ตรวจสอบระหว่างการดำเนินการนิเทศเพื่อปรับประยุกต์

8) สรุปและรายงานผล

9)ปรับปรุงหรือพัฒนาต่อไป

ภาพที่ 1 การนิเทศภายในสถานศึกษาด้วยวงจรคุณภาพ

6.การนำนวัตกรรมไปใช้

ขั้นตอนที่ ๑ การวางแผน (PLAN)

ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง ตลอดจนศึกษาข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน ทั้งด้านความรู้เดิม ความสามารถ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล และบริบทของชั้นเรียน เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสม จากนั้นจึงกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ เลือกวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของรายวิชาและผู้เรียน พร้อมทั้งกำหนดสื่อ นวัตกรรม แหล่งเรียนรู้ และวิธีการวัดและประเมินผลที่สามารถสะท้อนผลการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง การวางแผนที่มีคุณภาพจะช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1) ผู้บริหาร ประกอบด้วยผู้อำนวยการกับรองผู้อำนวยการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประกอบด้วย ข้าราชการครู พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว ร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของผู้เรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-6 (Swot Analysis) โดยใช้ระบบดูและช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคลมาแยกกลุ่มนักเรียนในแต่ละชั้น โดยใช้คำว่า เก่ง ปานกลาง อ่อน โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 เพื่อรับทราบพื้นฐานทางด้าน 3 รายวิชา ดังนี้

1.ภาษาไทย เน้นไปที่การอ่านคิดวิเคราะห์

2.คณิตศาสตร์ เน้นไปที่การรู้จักตัวเลข คิดคำนวณ แก้สมการ

3.ภาษาอังกฤษ เน้นที่การอ่าน คำศัพท์ และการพูดประโยคอย่างง่าย

4.วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เน้นไปที่การรู้จักตนเองในการเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์

2)การกำหนดเป้าหมายร่วมกันว่าปีนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต้องมีค่าพัฒนา

3)วางแผนโดยกระบวนการมีส่วนร่วม 5 ฝ่าย คือ ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครอง ต้องร่วมด้วยช่วยกัน

4)สร้างรูปแบบและเครื่องมือเอกสารแบบฟอร์มการนิเทศตามสภาพจริง โดยมีความเป็นกัลยาณมิตร

5)กำหนดปฏิทินตามรายวิชาตลอดปีการศึกษาโดยมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาและชั่วโมงการนิเทศตามความเหมาะสม บางท่านนิเทศเต็มคาบ บางท่านนิเทศครึ่งคาบ บางท่านนิเทศ 20 คาบ บางท่านนิเทศ 25 คาบ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ ๒ ปฏิบัติ (DO)

การดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนดไว้ ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ปัญหา สืบค้นข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างองค์ความรู้ โดยเลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การเรียนรู้แบบร่วมมือ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ระหว่างการจัดกิจกรรม ครูควรสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และบันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเต็มศักยภาพ และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ผู้รับการนิเทศ (ครูผู้สอน) วิเคราะห์ผู้เรียน โดยทำความเข้าใจปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนการสอน ได้แก่ นักเรียน ครูผู้สอน สื่อ เทคโนโลยีการสอน บรรยากาศการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมรอบ ๆ เป็นต้น วิธีการทำความเข้าใจปัญหา ผู้รับการนิเทศ(ครูผู้สอน) ใช้วิธีการคัดกรองผู้เรียน ทำความรู้จักผู้เรียนด้วยการศึกษา ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน การสังเกตพฤติกรรม หรือการสัมภาษณ์ผู้เรียน เพื่อนสนิท รวมถึงครอบครัว (ระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน) เพื่อให้เข้าใจปัญหาของผู้เรียน ทั้งนี้ในการสัมภาษณ์ หรือสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน ผู้รับการ นิเทศ(ครูผู้สอน) จะได้รับการ Coaching จากผู้นิเทศ ได้แก่ ผู้บริหาร และเพื่อนครู ทั้งนี้ผู้รับการนิเทศ (ครูผู้สอน) ต้องเขียนวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนรู้ในคาบเรียนนั้นๆ ด้วยการใช้ทฤษฎีของบลูม 6 ขั้นการเรียนรู้ ดังนี้

1.รู้ จำ

2. เข้าใจ

3. ประยุกต์ใช้

4.วิเคราะห์

5.การประเมิน

6.คิดสร้างสรรค์

ในขั้นที่สูงตามที่ผู้นิเทศได้คิดวางแผนไว้กับผู้รับการนิเทศ นั่นก็คือ ขั้นที่สี่ถึงหก

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบ (CHECK)

ผู้รับการนิเทศ (ครูผู้สอน) นำขั้นตอน จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลมาพูดคุย แลกเปลี่ยนในกลุ่ม PLC ซึ่งมีผู้นิเทศทำหน้าที่เป็น Mentoring และ Coaching ให้แก่ผู้รับการนิเทศ เพื่อค้นหา ปัญหา สาเหตุของปัญหาที่ได้จากการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และกำหนดประเด็นปัญหาตรงจุดตามลำดับ ความสำคัญได้ตรงเป้าหมาย ซึ่งการวิเคราะห์จะใช้แนวการจัดการเรียนรู้ที่ตกลงกับผู้สอนไว้

1.การวิเคราะห์ผู้เรียน

2.การวางวัตถุประสงค์ในระดับใด

3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์

4.สมรรถนะที่ต้องการให้เกิดเหมาะสม

5.กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

6.การใช้สื่อในการจัดการเรียนรู้

7.การประเมินผลงานและสรุปผล

กระบวนการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อพิจารณาว่าผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด การประเมินผลควรดำเนินการทั้งระหว่างเรียน (Formative Assessment) และหลังเรียน (Summative Assessment) โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แบบทดสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์ การประเมินชิ้นงาน แฟ้มสะสมงาน และการประเมินตามสภาพจริง ครูควรวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อตรวจสอบจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการเรียนรู้ของผู้เรียน นอกจากนี้ ครูควรสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียนและเพื่อนครู เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 ปรับปรุง พัฒนา (ACT)

ผู้นิเทศ ผู้รับการนิเทศ (ครูผู้สอน) นำผลจากการประเมินมาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป ครูอาจปรับเปลี่ยนวิธีการสอน กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการสอน เครื่องมือวัดและประเมินผล หรือออกแบบนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น หากพบแนวปฏิบัติที่ประสบผลสำเร็จ ก็ควรพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และเผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันทั้งในระดับบุคคลและระดับสถานศึกษา การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA จะช่วยให้คุณภาพการจัดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี และความต้องการของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเหมาะสม

7.ผลที่เกิดกับผู้เรียน ครู หรือสถานศึกษา

๑) โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ๒ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

๒) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถนำกระบวนการนิเทศไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้จริง

๓) ผู้มีส่วนได้เสียมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา

4) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการการศึกษา 2567 ได้รับโควตาเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และวิทยาลัยสาธารณะสุขสิรินธรยะลา

8.การได้รับการยอมรับและเป็นแบบอย่างที่ดี

1) นำเสนอผลการปฏิบัติงานด้านการนิเทศ ในกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อให้กับครูโรงเรียนประถมศึกษาในเขตบริการ

2) นำเสนอโดยวาจาในการประชุมการติดตามนิเทศการศึกษา ถึงการพัฒนาของผู้เรียน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลา

3) เป็นแบบอย่างที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้แก่ครูท่านอื่นภายในสถานศึกษา

โพสต์โดย kheen nuisamun : [28 ก.ค. 2569 (18:44 น.)]
อ่าน [192] ไอพี : 49.230.169.61
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 26,852 ครั้ง
กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๕๕๐
กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๕๕๐

เปิดอ่าน 22,439 ครั้ง
ที่มาของคำว่า "อัสสัมชัญ"
ที่มาของคำว่า "อัสสัมชัญ"

เปิดอ่าน 51,268 ครั้ง
เรื่องของเลนส์
เรื่องของเลนส์

เปิดอ่าน 18,066 ครั้ง
ฮือฮา พญานาคโผล่รับเครื่องสักการะ หลังพิธีบุญกฐินน้ำ
ฮือฮา พญานาคโผล่รับเครื่องสักการะ หลังพิธีบุญกฐินน้ำ

เปิดอ่าน 8,426 ครั้ง
กก.อิสระปฏิรูปการศึกษาช่วยที : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
กก.อิสระปฏิรูปการศึกษาช่วยที : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

เปิดอ่าน 259,922 ครั้ง
สารปรุงแต่งอาหารและสารพิษในอาหาร
สารปรุงแต่งอาหารและสารพิษในอาหาร

เปิดอ่าน 22,805 ครั้ง
ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

เปิดอ่าน 18,428 ครั้ง
น้ำเปล่า ช่วยให้คุณสวยได้ยังไง
น้ำเปล่า ช่วยให้คุณสวยได้ยังไง

เปิดอ่าน 12,898 ครั้ง
หน้าใสด้วยสมุนไพร - สูตรผสมจากว่านหางจระเข้
หน้าใสด้วยสมุนไพร - สูตรผสมจากว่านหางจระเข้

เปิดอ่าน 16,482 ครั้ง
ดนตรีโมสาร์ทช่วยทารกโตเร็วขึ้น
ดนตรีโมสาร์ทช่วยทารกโตเร็วขึ้น

เปิดอ่าน 23,853 ครั้ง
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ พ.ศ.2561

เปิดอ่าน 17,930 ครั้ง
5 ทางเลือกเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบ New-Normal
5 ทางเลือกเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบ New-Normal

เปิดอ่าน 28,948 ครั้ง
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์

เปิดอ่าน 28,226 ครั้ง
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง

เปิดอ่าน 48,685 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 10 ลูกบอลอยู่ในการเล่นและอยู่นอกการเล่น
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 10 ลูกบอลอยู่ในการเล่นและอยู่นอกการเล่น

เปิดอ่าน 163,403 ครั้ง
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย
"ปฏิรูปการสอบครูผู้ช่วย ถึงเวลาหรือยัง?" : ควันหลงสอบครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 170 ครั้ง
Nucleofill คืออะไร? ฟื้นฟูผิวด้วย PN ช่วยงานผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แลดูอ่อนกว่าวัย
Nucleofill คืออะไร? ฟื้นฟูผิวด้วย PN ช่วยงานผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แลดูอ่อนกว่าวัย
เปิดอ่าน 18,900 ครั้ง
งานประจำ 7 ประการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
งานประจำ 7 ประการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 13,359 ครั้ง
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551
เปิดอ่าน 17,612 ครั้ง
มงคลชีวิต ทำบุญ ไหว้พระ ตามวัน-ปีเกิด ยิ่งดี!
มงคลชีวิต ทำบุญ ไหว้พระ ตามวัน-ปีเกิด ยิ่งดี!

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ