ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา
ผู้วิจัย นายณัฐพล ธูปน้ำคำ
โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา
ปี พ.ศ. 2568-2569
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับ
การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถใน
การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบ
การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัด
การเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการจัด
การเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบ
การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2569 จำนวน 37 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
โดยใช้ห้องเรียนเป็นการสุ่มด้วยการจับฉลาก จำนวน 1 ห้องเรียน ประกอบด้วยนักเรียนเก่ง ปานกลาง
และอ่อน คละกันทั้งนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง ซึ่งถือว่าเป็นว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนส่วนใหญ่ได้
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ ตามแนวคิดทฤษฎีคอ นสตรัคติวิสต์
ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD โดยใช้รูปแบบ PPSPE Model จำนวน 12 แผน
เวลา 12 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง แบบทดสอบวัดความสามารถการคิดแก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ และแบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎี
คอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
(X) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้อมูลสภาพปัจจุบัน และสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน และความต้องการจำเป็น
ของครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ จะมุ่งเน้นการเรียนรู้สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเอง
ผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยใช้ประสบการณ์หรือความรู้เดิมเป็นฐาน และทำงานร่วมกันเป็นทีม
เพื่อช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกให้เข้าใจบทเรียน ผ่านการทดสอบ และการให้รางวัลกลุ่มเป็นการเสริมแรง
ซึ่งช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเสริมสร้างความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ
เทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น
มีองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการเรียน
การสอน 4) การวัดผลและประเมินผล และ 5) เงื่อนไข และปัจจัยในการนำรูปแบบไปใช้ให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 5 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 เตรียมความพร้อม
(Preparation: P) ขั้นที่ 2 แก้ปัญหา (Problem Solving: P) ขั้นที่ 3 สรุป (Summarize: S) ขั้นที่ 4 ฝึก
ทักษะ (Practice skills: P) และขั้นที่ 5 ประเมินผล (Evaluate: E) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของ
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา โดยผู้เชี่ยวชาญ
จำนวน 5 คน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.80-1.00 (X= 4.87, S.D. = 0.24) ซึ่งมีความ
เหมาะสมและสอดคล้องกัน และผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎี
คอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทย
คุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 83.94/82.00 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์
ที่ตั้งไว้ 80/80
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการ
เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา
พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05 และความสามารถด้านการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลการประเมิน ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
STAD เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ พบว่า
ความพึงพอใจรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก