ชื่อเรื่อง การเสริมสร้างประสิทธิภาพการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายใน
ของสถานศึกษา ด้วยกระบวนการนิเทศ PIDED สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
ผู้ศึกษา นางสาวจุฬาพัฒน์ มณีสุวรรณ์
หน่วยงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
ปีที่ศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการนิเทศแบบ PIDED
เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED ที่มีต่อความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายใน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในที่มีต่อการใช้รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนขนาดกลางในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 จำนวน 35 โรงเรียน ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 35 คน และครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายใน จำนวน 35 คน รวมทั้งสิ้น 70 คน ได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) ดำเนินการในปีการศึกษา 25682569 การพัฒนานวัตกรรมใช้แนวคิดการนิเทศเสริมพลัง (Empowerment Supervision) แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และวงจรคุณภาพเดมมิง (PDCA Cycle) เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนา ได้รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ P : Preparation (การเตรียมความพร้อม) I : Informing (การสื่อสารให้ความรู้) D : Development (การดำเนินการนิเทศ) E : Evaluation (การประเมินผล) และ D : Diffusion (การเผยแพร่ขยายผล) เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ได้แก่ รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED คู่มือนิเทศ แบบทดสอบวัดความรู้และความเข้าใจ แบบประเมินทักษะ แบบประเมินคุณภาพของนวัตกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test Dependent Samples)
ผลการดำเนินงานพบว่า
1. รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.801.00 และคู่มือนิเทศมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.81, S.D. = 0.42) สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการเสริมสร้างการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ภายหลังการใช้รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในของสถานศึกษาเพิ่มขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ยหลังการนิเทศสูงกว่าก่อนการนิเทศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สามารถจัดทำข้อมูลสารสนเทศ รวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน และจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ได้อย่างถูกต้อง เป็นระบบ และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา
3. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเห็นว่ารูปแบบดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปได้ว่า รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED เป็นนวัตกรรมการนิเทศที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม และมีประสิทธิผลในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในของสถานศึกษา ส่งผลให้สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายใน สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และสามารถขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นในสังกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ: รูปแบบการนิเทศแบบ PIDED, การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายใน, การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา, การนิเทศเสริมพลัง, การพัฒนาคุณภาพการศึกษา