ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จ
ผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลระดับชั้นอนุบาล
ผู้วิจัย นางสาวสุภัคศจี อยู่อ่อน
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ ๑ สังกัดเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์
ปีที่ทำวิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลระดับชั้นอนุบาล การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ซึ่งมีการดำเนินการ 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาแนวทางการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลระดับชั้นอนุบาล ขั้นตอนที่ 2 สร้างและหาคุณภาพของรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน ตรวจสอบคุณภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และทดลองนำร่องรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐานกับนักเรียนกลุ่มทดลองนำร่อง ซึ่งไม่ใช่นักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 25 คน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน โดยการนำไปใช้กับ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เด็กระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ 1 จำนวน 16 คน จากการสุ่มอย่างง่าย โดยมีหน่วยการสุ่มเป็นห้องเรียน ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน โดยการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อปัจจัยนำเข้ากระบวนการและผลผลิต
ผลการวิจัยพบว่า
1. แนวทางการจัดประสบการณ์มีจุดเน้นสำคัญคือ ความรู้ความเข้าใจของครูผู้สอนเกี่ยวกับทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลระดับชั้นอนุบาล เชิงเหตุผลทั้งด้านศักยภาพเชิงภาษา ด้านการใช้เหตุผลเชิงปริมาณ และด้านความสามารถเชิงมิติสัมพันธ์ เมื่อมีความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง
2. รูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน มีองค์ประกอบของรูปแบบการจัดประสบการณ์ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย ประสบการณ์สำคัญ และสาระที่ควรเรียนรู้ ได้แก่ ธรรมชาติรอบตัวและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก 4) กระบวนการจัดประสบการณ์ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 เร้าความสนใจ ขั้นที่ 2 การเลือกปรากฏการณ์ที่ใช้ในการศึกษา ขั้นที่ 3 การวางแผน ออกแบบ และระบุวิธีการทดลอง ขั้นที่ 4 ริเริ่ม ปฏิบัติการ ขั้นที่ 5 การนำเสนอและสรุปผล การทดลอง ขั้นที่ 6 สะท้อนคิดเป็นคู่ และ 5) การประเมินผลการตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของรูปแบบการจัดประสบการณ์ มีค่าเท่ากับ 0.7210 คิดเป็นร้อยละ 72.10
3. ผลการทดลองการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐาน พบว่า 1) รูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐานที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลระดับชั้นอนุบาล โดยมีค่าเฉลี่ยก่อนจัดประสบการณ์ อยู่ในระดับความสามารถปานกลาง และหลังการจัดประสบการณ์ อยู่ในระดับความสามารถสูง 2) เด็กระดับชั้นอนุบาลที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์ เป็นฐาน มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกด้าน
4. เด็กระดับชั้นอนุบาลมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐานอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาประเด็นในแต่ละด้าน ทุกด้านมีระดับความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จผสานแนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐานอยู่ในระดับมาก