|
Advertisement
|
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกรณีศึกษาเดี่ยว (Single Subject Design) รูปแบบ A-B-A ซึ่งเป็นการวิจัยที่เน้นการศึกษาและเปรียบเทียบทักษะการเขียนก่อนและหลังการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีกิจวัตรร่วมกับเทคนิค Tracing และ Fading ในการสอนภาษาไทยให้กับนักเรียนออทิสติก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้องเรียนคู่ขนานบุคคลออทิสติก โรงเรียนวัดไร่ขิง (สุนทรอุทิศ) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบทักษะการเขียนในรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนออทิสติกชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีกิจวัตรร่วมกับเทคนิค Tracing และ Fading กลุ่มเป้าหมายที่ใช้คือนักเรียนที่มีภาวะออทิสติกชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยผู้วิจัยได้เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นนักเรียนเพศชาย อายุ 9 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้องเรียนคู่ขนานบุคคลออทิสติก โรงเรียนวัดไร่ขิง (สุนทรอุทิศ) โดยมีเกณฑ์การเลือกดังนี้ 1) ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะออทิสติก 2) มีปัญหาด้านทักษะการเขียน ได้แก่ เขียนตัวอักษรใหญ่เลยเส้น กดน้ำหนักแรง เขียนตกบรรทัด หรือเขียนไม่ครบคำ 3) มีความสามารถในการถือปากกาและเคลื่อนไหวมือได้ 4) มีทักษะการสื่อสารพื้นฐานและสามารถเข้าใจคำสั่งง่ายๆ ได้ และ 5) ผู้ปกครองให้ความยินยอมในการเข้าร่วมการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบมีกิจวัตรจำนวน 40 แผน สำหรับใช้ในระยะการทดลอง 8 สัปดาห์ โดยแต่ละแผนประกอบด้วยกิจวัตร 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมความพร้อม ขั้นสอนและสาธิต ขั้นฝึกปฏิบัติแบบมีแนวทาง ขั้นฝึกปฏิบัติอิสระ และขั้นทบทวนและประเมินผล สื่อและอุปกรณ์การสอน ประกอบด้วยใบงาน Tracing และ Fading ทั้ง 5 ระดับ (รอยชัดเจน 100%, รอยจาง 75%, รอยจาง 50%, รอยจาง 25%, และไม่มีรอย) พร้อมอุปกรณ์เสริม เช่น ลูกบอลบีบมือ ดินน้ำมัน และที่กำหนดนิ้วสำหรับจับดินสอ แบบประเมินทักษะการเขียนที่ครอบคลุม 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ความถูกต้องของรูปแบบตัวอักษร ขนาดของตัวอักษร การกดน้ำหนักปากกา ความสมบูรณ์ของการเขียน และความเรียบร้อยของลายมือ โดยใช้มาตรวัดแบบ Rating Scale 4 ระดับ และแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมสำหรับบันทึกพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนระหว่างการเรียนการสอน การวิจัยดำเนินการเป็นเวลา 12 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเส้นฐาน 3 สัปดาห์ (ประเมิน 9 ครั้ง) ระยะการทดลอง 8 สัปดาห์ (ประเมิน 24 ครั้ง จัดกิจกรรมวันละ 35-40 นาที วันจันทร์-ศุกร์) และระยะติดตามผล 1 สัปดาห์ (ประเมิน 3 ครั้ง) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ด้วยภาพ (Visual Analysis) และการวิเคราะห์ระดับ (Level) โดยคำนวณค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนทักษะการเขียนในแต่ละระยะ
ผลการวิจัยปรากฏว่า นักเรียนออทิสติกมีทักษะการเขียนพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนรวมเพิ่มขึ้นจาก 5.44 คะแนน (ร้อยละ 27.20) ในระยะเส้นฐาน เป็น 13.54 คะแนน (ร้อยละ 67.70) ในระยะการทดลอง และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 17.00 คะแนน (ร้อยละ 85.00) ในระยะติดตามผล คิดเป็นการพัฒนาโดยรวมร้อยละ 212.50 ทักษะการเขียนทั้ง 5 องค์ประกอบพัฒนาขึ้นทุกด้าน โดยเฉพาะความถูกต้องของรูปแบบตัวอักษรที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 233.00 และความสมบูรณ์ของการเขียนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 227.87 นอกจากนี้ พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการรักษาสมาธิเพิ่มขึ้นจาก 3-5 นาที เป็น 35-40 นาที (เพิ่มขึ้นประมาณ 8 เท่า) พฤติกรรมรบกวนลดลงร้อยละ 65-80 และนักเรียนสามารถรักษาทักษะที่พัฒนาขึ้นไว้ได้อย่างมีเสถียรภาพแม้หลังจากถอนการทดลองแล้ว แสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีกิจวัตรร่วมกับเทคนิค Tracing และ Fading มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการเขียนของนักเรียนออทิสติกอย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: ทักษะการเขียน, นักเรียนออทิสติก, กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีกิจวัตร, เทคนิค Tracing, เทคนิค Fading
|
โพสต์โดย NP : [3 ก.ย. 2569 (15:08 น.)] อ่าน [60] ไอพี : 49.230.70.37
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 8,954 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,968 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 33,631 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,868 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,219 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,868 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,983 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 115,180 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,077 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,565 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,884 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,501 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,235 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,900 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,119 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 20,867 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 54,705 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 149,038 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,552 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,952 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|