บทคัดย่อ
ชื่อวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ PBL-D (Problem-Based Learning with
Digital Activities) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการคิดเชิงคำนวณ
และการสร้างสรรค์นวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ชื่อผู้วิจัย นางพิมพ์วรา กางวันเวส
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ PBL-D (Problem-Based Learning with Digital Activities) (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและสมรรถนะการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนก่อนและหลังเรียน (3) ศึกษาความสามารถ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และ (4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนกู่ทองพิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 คน ซึ่งเป็นนักเรียนในชั้นเรียนที่ผู้วิจัยรับผิดชอบ
นวัตกรรมประกอบด้วยรูปแบบ PBL-D 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) กำหนดปัญหา (2) วางแผนและสืบค้น (3) ลงมือพัฒนานวัตกรรม (4) นำเสนอและแลกเปลี่ยน และ (5) สรุปและประเมินผล โดยบูรณาการกิจกรรมดิจิทัล ในแต่ละขั้น เครื่องมือประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ ชุดกิจกรรมดิจิทัล แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ แบบประเมินสมรรถนะการคิดเชิงคำนวณ แบบประเมินการสร้างสรรค์นวัตกรรม และแบบสอบถาม ความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ประสิทธิภาพ E1/E2 และการเปรียบเทียบคะแนนก่อนหลังตามความเหมาะสม
ผลปรากฏว่า จากการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ PBL-D (Problem-Based Learning with Digital Activities) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการคิดเชิงคำนวณและการสร้างสรรค์นวัตกรรม ดังกล่าวนักเรียนมีแนวโน้มสอดคล้องกับหลักการของการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ซึ่งเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนเริ่มต้นจาก สถานการณ์ที่มีความหมาย วิเคราะห์สิ่งที่รู้และสิ่งที่ ต้องค้นหา วางแผนแก้ปัญหา ทดลอง และสะท้อนผล ทำให้ความรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การจดจำ แต่ถูกนำไปใช้ ในบริบทของการแก้ปัญหา การบูรณาการ Digital Activities ใน PBL-D ยังช่วยให้กระบวนการคิด ของผู้เรียน ปรากฏเป็นหลักฐาน ที่ตรวจสอบได้ เช่น Problem Canvas, CT Thinking Map, Algorithm, Flowchart, Prototype และบันทึกการทดสอบ เมื่อผู้เรียนได้รับ ข้อมูลย้อนกลับและปรับปรุงผลงาน กระบวนการดังกล่าว สัมพันธ์โดยตรงกับการแยกย่อยปัญหา การหารูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม และการออกแบบขั้นตอนวิธี จึงมีเหตุผลรองรับแนวโน้มการพัฒนา สมรรถนะการคิดเชิงคำนวณ ในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม การกำหนด ให้ผู้เรียนสร้างต้นแบบ ทดลองกับข้อมูลหรือผู้ใช้ รับข้อเสนอแนะ และปรับปรุงผลงาน ทำให้การประเมิน ครอบคลุมทั้งกระบวนการ และผลผลิต ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสวยงามของชิ้นงาน ส่งผลให้ผู้เรียนได้เชื่อมโยงความรู้ทาง วิทยาการ คำนวณ กับการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม