ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > หลักสูตรพื้นฐานใหม่มี 6 กลุ่มสาระ


• หลักสูตรพื้นฐานใหม่มี 6 กลุ่มสาระ
+โพสต์เมื่อวันที่ : 27 มี.ค. 2556 เปิดอ่าน : 109155 / 27 ความเห็น


รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฐานะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปฯ ที่มี ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า มีแนวโน้มที่จะยกเลิกหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่มี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ มาเป็นหลักสูตรใหม่โดยเหลือ 6 กลุ่มสาระ ได้แก่

1. ภาษาและวัฒนธรรม (Language and Culture)
2. กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM)
3. การดำรงชีวิตและโลกของงาน (Work Life)
4. ทักษะสื่อและการสื่อสาร (Media Skill and Communication)
5. สังคมและมนุษยศาสตร์ (Society and Humanity) และ
6. อาเซียน ภูมิภาคและโลก (Asean Region and World)

ซึ่งหลักสูตรใหม่นอกจากจะลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้แล้ว จะมีการลดชั่วโมงเรียนลงด้วย แต่จะเพิ่มโครงงาน หรือการทำกิจกรรมนอกห้องเรียนแทน เพื่อให้เด็กได้ฝึกการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้

"หลักสูตรใหม่ดังกล่าว มีความครอบคลุมสาระวิชาที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งคณะกรรมการได้ศึกษาตัวอย่างโครงสร้างหลักสูตรของต่างประเทศไม่น้อยกว่า 12 ประเทศ มาประกอบกับเนื้อหาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย ซึ่งพบว่าหลักสูตรของเรายังมีจุดอ่อนอยู่มาก เช่น เราให้เด็กเรียนถึง 8 กลุ่มสาระ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เรียนเพียง 3-4 กลุ่มสาระแล้วค่อย ๆ เติมเนื้อหาสาระที่จำเป็นเข้าไป ซึ่งหลังจากนี้คณะทำงานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ใหม่ทั้ง 6 กลุ่มจะไปวางแนวทางและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละระดับ โดยคาดว่าในอีก 6 เดือนพิมพ์เขียวจะแล้วเสร็จ จากนั้นจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำไปประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นต่อไป" รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว.

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
ประกาศผลคัดเลือก ผอ.สพท.,ศน.และร.ร. ด้านการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการพัฒนาห้องสมุด ปี 2557 [728]
รมว.คลังสั่ง ธ.ก.ส.ยกเลิกนโยบายประชานิยมอุ้มเกษตรกร [337]
สพฐ.แจ้งจัดสรรงบประมาณปี 2557 [2043]
เสมา 2 เดินหน้าพัฒนาระบบผลิตครู [776]
ตั้งแล้วรองเลขาฯ กศน., ก.ค.ศ., สช. [1082]

 
ความคิดเห็นที่ 1  โดยคุณ : จี -jiratee_25@hotmail.co.th
ดูชื่อแต่ละกลุ่มสาระ นีกว่ากำลังเรียน มหาลัยเลย *-* แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ว่ามีกี่กลุ่มสาระ แต่อยู่ที่จะจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไรมากกว่า ซึ่งมาดูว่าเมื่อมารวมกันแล้วมันจะตีกันไหมเนื้อหาสาระ ซ้ำซ้อน และครอบคลุมไหม อย่างเช่น สุขศึกษาและพละ ศิลปะ ดนตรี ที่หายไป จะอยู่ตรงไหน แทรกยังงัย แล้วเวลาประเมินประเมินแบบไหน อยากรู้ และครูที่ต้องมาเรียนรู้หลักสูตรใหม่อีครั้ง ที่หลักสูตร 51 ออกมาได้ไม่กี่ปี ขอให้หลักสูตรนี้ คงไม่มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขอีก เพื่อความต่อเนื่องความชำนาญ ความเข้าใจ ของผู้ที่นำมันไปใช้

[27 มี.ค. 2556 เวลา 12:31 น.] ไอพี [203.172.201.211]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2  โดยคุณ : พันธ์ -
ไปใช้หลักสูตรเก่า 4 กลุ่มเดิมจะดีกว่า คือ ทักษะ สปช สลน กพอ แล้วเอาไอ้ 6 กลุ่มที่ว่ามาข้างบนไปยัดใส่ใน 4 กลุ่มหลักว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน เท่านั้นหละ แล้วไปปรับกระบวนการเรียนการสอนให้ทันยุคทันสมัยแค่นัน้เอง จะมาตัดให้เหลือ 6 กลุ่มหรือกี่กลุ่มก็ชั่งเหอะ มันก็ไม่พ้น 4 กลุ่มหลักเดิมๆอยู่ดี

[27 มี.ค. 2556 เวลา 12:53 น.] ไอพี [182.53.237.98]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3  โดยคุณ : ทวน -puttraporn@gmail
หลักสูตรการศึกษาจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน เมื่อผู้นำหลักสูตรไปปฏิบัติมีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตร มีความศัทธาหลักสูตร และปฏิบัติตามขั้นตอนและกระบวนการใช้หลักสูตร ผลของการใช้หลักสูตรในปัจจุบันที่หลากคนบอกว่าไม่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ผู้เรียนมีคุณภาพไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง มีใครบอกได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากตัวหลักสูตร หรือผู้ใช้หลักสูตร จึงขอให้นักการศึกษา นักวิชาการได้พิจารณาให้รอบคอบ ขอให้ท่านได้พิจาณาปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น ความรู้ความเข้าใจของผู้ใช้หลักสูตร นโยบายของรัฐบาล การให้การสนับวัสดุอุปกรณ์งบประมาณ ร่วมทั้งเป้าหมายผลผลิตของหลักสูตรมีความเป็นไปตามพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนหรือไม่ การแบ่งช่วงความสามารถหรือผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนมีความเหมาะสมหรือไม่ ขอให้ท่านช่วยพิจารณาให้รอบคอบและผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์หลักจากผู้เกี่ยวข้อง ผู้ใช้ ผู้นำหลักสูตรไปปฏิบัติ และผู้ได้รับประโยชน์จากหลักสูตรด้วย

[27 มี.ค. 2556 เวลา 13:09 น.] ไอพี [49.48.81.220]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4  โดยคุณ : ปุ๊ -
เห็นด้วยกะความคิดเห็นที่1ค่ะ เพราะว่าหากยุบเหลือ6กลุ่มสาระ แล้วสาระที่เหลือจะอยู่ตรงไหน แถมเอาคณิตไปรวมกับวิทย์ ระบบการทำงานมันคงป่่วนแน่นอน บอกตามตรงนะคะ หลักสูตร2544 ยังใช้ได้ไม่เท่าไหร่ พอเปลี่ยนคนทำงานใหม่ ก็เปลี่ยนหลักสูตรเป็น2551 พอตอนนี้กำลังเริ่มเข้าใจการใช้หลักสูตร2551 จะเปลี่ยนอีกแล้ว รู้รึเปล่าคะว่าคนที่ปฏิบัติหรือพวกครูเค้าไม่ได้มีหน้าที่มาศึกษาและทำความเข้าใจหลักสูตรอย่างเดียวนะคะ เราต้องสอนต้องแก้ปัญหานักเรียน ไม่ใช่แค่ด้านการเรียนเท่านั้น เพราะด้วยสังคมปัจจุบันปัญหาของผู้เรียนมีเยอะมากทั้งเรื่องพฤติกรรมเสี่ยง ยาเสพติด ชู้สาว ไหนจะการเตรียมประเมินนู้น นี่ นั้น อีกเอาเป็นว่า เป็น8กลุ่มสาระเหมือนเดิม หลักสูตร2551 เหมือนเดิมแต่ตรงไหนไม่ลงตัวค่อยปรับดีมั้ยค่ะเพราะเชื่อว่าขณะนี้โรงเรียนหลายโรงหลักสูตร 2551 ยังไม่สมบูรณ์ก็มี หากต้องเปลี่ยนก็น่าจะมีการลงความคิดเห็นจากครูทั่วประเทศบ้างนะคะหรือทำประชาพิจารณ์กันไปเลยก็ได้....ขอบคุณค่ะ

[27 มี.ค. 2556 เวลา 13:43 น.] ไอพี [182.93.237.169]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 5  โดยคุณ : ไม้แบบ -sawatdee_cup@hatmail.com
ดูจากกลุ่มสาระแล้ว ลดเหลือ 6 แต่เนื้อหาคงยัีงเหมือนเดิมแน่ๆ ว่ากันเข้าไปกับหลักสูตร แต่จริงๆแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักสูตรหรอก ที่้ต้องเปลี่ยนหลักสูตรเพราะผู้มีหน้าที่ (อำนาจ) เกี่ยวกับหลักสูตร ไม่รู้จะทำอะไรเป็นผลงานของตนก็ต้องเปลี่ยนหลักสูตรนี้แหละคือผลงานชิ้นยอด ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไรชั่งมัน การศึกษาของเด็กจะพัฒนาขึ้นหรือลงไม่ได้คำนึงถึงหรอก เอาคอเป็นประกันก็ได้ว่าถึงเปลี่ยนหลักสูตรอย่างไรการศึกษาของเด็กก็ยังเหมือนเดิม ถ้าแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนหลักสูตรทำไมเปลี่ยนมาหลายหลักสูตรแล้วทำไมไม่ดีขึ้น ทั้งๆที่เปลี่ยนทุกครั้งก็บอกว่าดีๆที่สุดทุกครั้ง และหลักสูตรที่จะเปลี่ยนก็บอกว่าดีๆ แน่ๆ แต่ให้ตายเถอะอีกไม่นานก็จะเปลี่ยนอีก รอแป๊บเดียวแน่ๆ ปัญหาของการเปลี่ยนคือครูผู้สอนต้องเสียเวลากับการเรียนรู้หรืออบรมหลักสูตรใหม่ ไปๆมาๆ ก็ไม่ได้สอนอีก เดียวกิจกรรมนั้น เดียวกิจกรรมนี่ สารพัดที่จัดมาให้ทำ ครูไม่มีเวลาคิดหรือเตรียมการสอนและวิเคราะห์ผู้เรีียนหรอกครับ งานมันเยอะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นแนวคิดมาจากผู้ไม่ใช่ครูผู้สอนต้องทำตามนโยบายของท่าน

[27 มี.ค. 2556 เวลา 14:32 น.] ไอพี [122.155.42.84]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 6  โดยคุณ : Kru O Phuri5@hotmail.com
สาระที่ 6 ซ้ำซ้อนกับ 5 ครับ สาระที่ 1 วัฒนธรรม ซ้ำซ้อนกับ 5 ครับ สาระที่ 1 ภาษา น่าจะอยูกับ สาระที่ 4 การสื่อสาร สาระที่ 3 ซ้ำซ้อนกับ 5 อีกแล้ว ส่วนสาระที่ 2 วิทย์ กับ คณิต แยกได้ควรแยก ไม่ใช่ระดับมหาวิทยาลัย เด็กต้องค่อยเป็นค่อยไป สุดท้าย สาระที่ 3 จะให้สอนอะไร เพราะซ้ำซ้อนกับ 5 สรุปแล้วเนื้อหาสาระส่วนใหญ่ เน้นไปที่สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

[27 มี.ค. 2556 เวลา 18:18 น.] ไอพี [27.55.171.8]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7  โดยคุณ : ครูเร toonggaton@hotmail.com
นักเรียนที่ใช้หลักสูตรรุ่นแรกยังไม่ทันจบตลอดหลักสูตร หลักสูตรใหม่มาอีกแล้ว นี่แหละเด็กไทยเป็นหนูลองยาของนักวิชาการ และขนาดชื่อหลักสูตรเดิมชัดเจนผลสัมฤทธิ์ยังไม่ดี นี่ชื่อก็พันกันไปหมด เอาคณิตไปอยู่กับวิทย์ สุดท้ายก็ต้องแยกเป็นสาระย่อยคณิตและวิทย์เหมือนเดิมนั่นแหละเชื่อเถอะ และก็จะมีสาระย่อยเยอะกว่ากลุ่มสาระเดิมอีก ไม่งั้นจะสอนอย่างไร สู้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ดีกว่าหรือ

[28 มี.ค. 2556 เวลา 04:07 น.] ไอพี [125.27.242.74]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 8  โดยคุณ : alchatraz27 alchatraz_2347@hotmail.com
เปลี่ยนกันเข้าไป ผ่านมากี่ยุคกี่สมัย รัฐมนตรีใหม่ไม่ซ้ำหน้า แบ่งสันปันส่วนให้ทั่วถึง การศึกษาของเด็กไทยเป็นของเล่นของท่านเสียแล้ว ...อนิจจัง

[28 มี.ค. 2556 เวลา 06:23 น.] ไอพี [49.0.80.212]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 9  โดยคุณ : ครูเก่า prasert.k2501@cmail.com
อยากให้ผู้มีอำนาจหาต้นเหตุของการศึกษาจริงๆว่าทำเพื่ออะไร ทำเพื่อใครใครจะได้ประโยชน์อะไร การปรับการเปลี่ยนหลักสูตรเป็นการแก้ปัญหาจริงหรือ นักวิชาการที่ออกมาพูดท่านมีความรู้รากเง้า วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนไทยทุกภาคทุกภาษาแค่ไหน ผมเชื่อว่าท่านก็แค่รับความรู้จากที่ท่านเรียนจำๆเขามา มีโอกาสพูดผ่านสื่อก็เลยเสียงดัง ท่านลองเดินหาปัญหาให้พบปัญหาที่แท้จริง ท่านอาจคิดใหม่ก็ได้ว่าปัญหาการศึกษาไทยจะดี หรือไม่ดีอาจจะไม่ใช่อยู่ที่หลักสูตรก็ได้ อย่าพูดแต่ในห้องแอร์

[28 มี.ค. 2556 เวลา 10:59 น.] ไอพี [192.168.90.42, ]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 10  โดยคุณ : yingsuk yingsuk09@gmail.com
เลียนแบบยุโรปล่ะซิ

หลักสูตรมาแบบไหนก็ได้

ปัญหาอยู่ที่ว่า ครูไม่มีเวลาพัฒนาผู้เรียน

มัวสนองนโยบายเบื้องบน

อาทิเช่น ครูต้องทิ้งเด็กไปธนาคาร

ครูต้องทิ้งเด็กไปอบรมการเงินพัสดุ

อีกเยอะแยะมากมายกายกอง

[28 มี.ค. 2556 เวลา 23:49 น.] ไอพี [113.53.103.92]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 11  โดยคุณ : maw maw_meo@hotmail.com
ลูกไม้ฤจะหล่นไกลต้น
ครูสอนดีมีแต่กระดานดำเด็กก็ดีได้
น่าจะมาเน้นกันที่ต้นทางนะท่าน
1.ส่งเสริมครูที่มีความตั้งใจสอน ขั้น วิทยฐานะ (ไม่ใช่ตั้งใจถ่ายถ่ายแต่รูป)
2.จัดให้มีครูเพียงพอ
3.มีมาตรการในกับครูนินจา (แว็บไปแว็บมา)
4.ให้ครูอยู่กับศิษย์นานๆ (โรงเรียนบนดอยเปลี่ยนครูอย่างกับเปลี่ยนฤดู)
5.ดูแลครูที่ห่างไกลให้เขามีความสุขที่จะอยู่(สวัสดิการตามความกันดาร)
ุ6...

[29 มี.ค. 2556 เวลา 01:02 น.] ไอพี [171.100.104.18]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 12  โดยคุณ : ครูฝน -patsawadmonttee@yahoo.com
คิดได้ไงเอาวิทย์ คณิต มาอยู่ในสาระเดียวกัน เด็กไทยคงจะเก่ง และฉลาดมากๆๆๆๆ เลย เน๊อะ กับหลักสูตรใหม่ของท่าน

[29 มี.ค. 2556 เวลา 19:11 น.] ไอพี [171.5.76.188]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 13  โดยคุณ : เสริฐ prasert9304@gmail.com
น่าจะแบ่งเป็นกลุ่มดังนี้
ระดับประถมมี 4 กลุ่มสาระ
1การอ่าน การเขียน การคิด การวิเคราะห์
2 การคิดคำนวน
3. ภาษาและวัฒนธรรม
4. จริยธรรมคุณธรรม
จากประสบการณ์การสอนความจำเป็นที่เป็นพื้นฐานของการศึกษาที่เด็กควรรู้และเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในชั้นที่สูงขึ้นมีแค่นี้เพราะต่อให้นักวิชาการคิดเนื้อหาหลักสูตรอะไรมาครูก็เน้นสอนเรื่อนี้เท่านั้นคิดไปเถอะฝันไปเถอะที่ครูจะนำไปสอนจริงๆ

ระดับมัธยมต้นมี
1. วิทยาศาสตร์
2. คณิตศาสตร์
3. ภาษาไทย
4. สังคมศึกษา
5. ภาษาต่างประเทศ
6. คอมพิวเตอร์
เป็นวิชาพื้นฐานที่นักเรียนมีพลังมีความรุนแรงต้องการความท้าทายความสามารถของเด็กเป็นช่วงที่นักเรียนกำลังค้นหาตัวเองว่าจริงๆแล้วตนเองชอบอะไรและจะมุ่งไปเรียนทางไหนวิชาเหล่ามีความจำเป็นที่สามารถนำไปใช้เรียนต่อทั้งสายอาชีพและสายสามัญจริงไหมท่าน

ระดับมัธยมปลายสายวิทย์
1. ฟิสิก
2. ชีวะ
3. เคมี
4. คอมพิวเตอร์
6.สังคม
7.ภาษาต่างประเทศ
8.ภาษาไทย

ระดับมัธยมปลายสายศิลป์
1. สังคมศาสตร์
2. ภาษาศาสตร์
3. มนุษย์ศาสตร์
4. ศิลปศาสตร์
5.คณิตศาสตร์
6.พฤติกรรมศาสตร์
7. พัฒนาศาสตร์
เหตุผลที่ต้องการแยกมัธยมปลายเป็นสองสายเพราะคาดหวังว่านักเรียนคงค้นพบตัวเองแล้วว่าจะมุ่งไปทางใดและการศึกษาระดับอุดมศึกษาบ้านเราก็เปิดให้เด็กได้ศึกษาศาตร์ต่างๆก็น่าแยกกันเรียนไปตามที่ตนเองถนัดที่มองแล้วดูดี เด็กน่าจะเกิดความภาคภูมิตรงชื่อวิชามีความขลังและท้าทายไม่ด้อยไปกว่าสายวิทย์ ผมมีความเชื่ออยู่ว่าสายวิทย์และสายศิลป์เหมือนมีการแบ่งชนชั้นใครเรียวิทย์หมายถึงเด็กเก่งเป็นต้น
ผอประเสริฐ. ภู่ทรัพย์

[31 มี.ค. 2556 เวลา 14:23 น.] ไอพี [182.52.47.79]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 14  โดยคุณ : vmusic vmusic21@hotmail.com
แล้วกลุ่มวิชาที่สร้างคนให้รู้จักความงาม เช่นดนตรี ศิลปะ นาฏศิลป์ หรือวิชาที่ว่าด้วยสุขภาพพลานามัยอย่างพละ สุขะฯล้วนแต่เป็นวิชาสร้างความสุขให้ผู้เรียนจะเอาไว้ไว้ยังไง

[1 เม.ย. 2556 เวลา 07:28 น.] ไอพี [1.2.244.152]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 15  โดยคุณ : Tong siricom4@gmail.com
เคยถามเด็ก ถามครูไหม ทำอะไร เพื่ออะไร มันส่งผลกระทบแค่ไหน อยากให้รู้แต่สิ่งไกลๆ แต่ไม่สนใจภูมิปัญญาตัวเอง

[1 เม.ย. 2556 เวลา 08:34 น.] ไอพี [203.114.120.84]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 16  โดยคุณ : yui -yui_2math@hotmail.com
ขอถามหน่อยจะทำหลักสูตรนั้น หลักสูตรนี้ ท่านๆๆๆ ทั้งหลายได้มาสอนบ้างหรือไม่ ทำไมไม่ถามครูๆๆ ว่าเขามีปัญหาอย่างไร หลักสูตรไหนเหมาะสมกะประเทศไทย............คิด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

[1 เม.ย. 2556 เวลา 10:13 น.] ไอพี [180.180.137.36]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 17  โดยคุณ : ดา tippanet34kck@hotmail.com
หลักสูตร 51 ยังไปไม่ถึงไหนเลย ...ไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ที่ หลักสูตร ..ตัวครูผู้สอน..หรือนักการศึกษากันแน่...แต่ที่แน่ๆการส่งเสริมพัฒนาถูกจุดรึเปล่า
(การนำหลักสูตรไปใช้มีประสิทธิภาพหรือไม่...ตรงนี้สิสำคัญ...) สุดท้ายทำอะไรตามใจฉันทั้งที่เป็นนักวิจัย นักการศึกษาทั้งนั้น...เรียนแบบนักการเมืองเด๊ะ....เปลี่ยนชื่อคือคุณภาพ..ร.ร.ดีประจำตำบล..เปลี่ยนเป็น ร.ร.ดีศรีตำบล...ทั้งที่มาจากกรอบแนวคิดเดียวกัน... โปรดอย่าลอกเลียนแบบนักการเมืองเลย การศึกษาไทยจะได้เจริญเสียที

[2 เม.ย. 2556 เวลา 16:22 น.] ไอพี [101.51.44.194]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 18  โดยคุณ : ครูดง43 -
ปัญหาอยู่ที่พวกเจ้านาย นักวิชาการทั้งหลาย คิดโน่นคิดนี่ ถ้าอยากให้ประเทศชาติเจริญ ประถมต้น อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ประถมปลาย มัธยมก็ค่อยเพิ่มสาระที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต นีี่อะไร ป . มี อยู่ 8 วิชา ครูคนเดียวไม่ใช่ว่าจะเก่งทุกวิชา 2. จัดอัตรากำลังให้ครบทุกโรงเรยีน โรงเรียใหญ่ๆ ในเมืองครูเดินเหยียบเ้ท้ากันเยอะมาก สอนคนะล 5-6 ช่วโมง ครุบ้านนอก คนเดียวฟาดทัั้งโรงเรียน คิดเอาเองนี่คือความจริงที่เจ้านายทั้งหลายไม่ยอมแก้ไข และไม่ยอมรับฟังความคิดเห้นของคุณครูที่เป็นคนปฏิบัติใครเห็นด้วยกับผมยกมือขึ้น ตัวอย่าง โรงเรียนผม มีครู 3 คน เปิดตั้งแต่ อ.1 - ป. 6 จัดไปคนบะ 2 ห้องเรียน นี่คือปัญหาที่แท้จริงที่พวกเจ้านายทั้งหลายทำทีมองไม่เห็น

[3 เม.ย. 2556 เวลา 11:01 น.] ไอพี [101.51.8.111]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 19  โดยคุณ : 0i0yf
อ้างถึงข้อความของ พันธ์ - 27 มี.ค. 2556 เวลา 12:53 น.
ไปใช้หลักสูตรเก่า 4 กลุ่มเดิมจะดีกว่า คือ ทักษะ สปช สลน กพอ แล้วเอาไอ้ 6 กลุ่มที่ว่ามาข้างบนไปยัดใส่ใน 4 กลุ่มหลักว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน เท่านั้นหละ แล้วไปปรับกระบวนการเรียนการสอนให้ทันยุคทันสมัยแค่นัน้เอง จะมาตัดให้เหลือ 6 กลุ่มหรือกี่กลุ่มก็ชั่งเหอะ มันก็ไม่พ้น 4 กลุ่มหลักเดิมๆอยู่ดี

เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจบมาในหลักสูตรนี้เหมือนกัน นี่คือการบูรณาการที่ดีเยี่ยมและลงตัว ใช้ครูน้อยไม่กี่คน เน้นภาษาไทยและคณิตศาสตร์ ในระดับประถม ส่วนมัธยมเป็นวิชาพื้นฐานที่มีบังคับแกนทุกคนต้องเรียน (อันนี้คือหลักสูตรแกนกลาง) มีบังคับเลือก(อันนี้ก็คือหลักสูตรท้องถิ่น ที่มีการจัดทำหลักสูตรวิชาจากผู้เชียวชาญ) และมีเลือกเสรี (เป็นการสนองตอบความต้องการและความถนัดของผู้เรียน โดยมีหลักสูตรวิชาที่จัดทำขึ้นมาจากผู้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกัน) แค่นี้ง่ายๆ ของเก่านะมันดีก็ควรเก็บไว้ และใช้มัน ก็แค่เพิ่มวิชาที่ทันสมัยเข้าไป วิชาไหนที่มันตกยุคจริง ๆ ก็เก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ ก็แค่นั้น แค่ปรับรายวิชานิดหน่อย ระบุเกณฑ์หน่วยกิตที่ต้องเรียน ทำรายวิชาที่มันหลากหลายไว้เยอะ ๆ ทำจากส่วนกลางออกมาจะได้มีมาตรฐานเดียวกัน ทำมาเยอะ ๆ ให้คนใช้เลือกใช้ ไอ้ที่บังคับก็บังคับไป ไอ้ที่เลือกก็เลือกไป แค่นี้เอง คุณภาพการศึกษาก็ดีแล้ว มันไม่เป็นไรหรอก ยอมเสียหน้ากันหน่อยที่ต้องย้อนมาใช้ของเก่า แค่เพื่ออนาคตการศึกษาไทย รู้ตัวว่าผิดพลาดที่ทำให้การศึกษาไทยตกต่ำ หาทางแก้ไม่ถูก แก้แล้วแก้อีก ก็หนีปัญหาไม่ได้ ก็ต้องยอมแพ้เถอะ ไอ้ที่ดีมีอยู่แล้วก็เอามาใช้ซะ แล้วถ้ามีดีกว่าหรือหาที่ดีกว่าได้แน่ ๆ แล้วค่อยมาแก้ตัวใหม่ แต่ตอนนี้สงสารประเทศเถอะ เสียหน้าเพื่อชาติ ดีกว่าเสียชาติเพราะน้ำหน้าอย่างท่านนะ

[4 เม.ย. 2556 เวลา 00:09 น.] ไอพี [125.25.77.129]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 20  โดยคุณ : อำนวย -amnuai2514@gmil.com
จะหลักสูตรเก่าหรือหลักสูตรใหม่ ไม่สำคัญ ขออย่างเดียวเท่านั้นครูครูต้องสอนเด็ก
จากครูชายขอบ เชียงใหม่

[9 เม.ย. 2556 เวลา 01:25 น.] ไอพี [106.0.194.29]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 21  โดยคุณ : แจ๋ว -krujawwaw@gmail.com
ทุกวันนี้ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองกำลังคิดอะไรกันอยู่ กฎระเบียบอะไรที่ดี ๆ ก็เอามันออกแล้วออกระเบียบที่ตามใจเด็กทั้ง ไม่ต้องให้การบ้าน ไม่ต้องตัดผมสั้นเกรียน จะสอยผมก็ไม่ได้ห้ามไว้ นักเรียนหญิงท้องก็เรียนหนังสือได้ ไม่ช้าอาจจะมีกฎออกมาว่าไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ โรงเรียนเล็ก ๆ ยุบให้หมด แล้วไปเสียสตางค์ฝากลูกหลานเข้าโรงเรียนใหญ่ ๆ การเปลี่ยนหลักสูตรเชื่อหรือว่าจะเปลี่ยนให้เด็กดีขึ้นได้จริง ๆ ทุกวันนี้ครูที่สอนให้เด็กดีและเก่งจำนวนมากมายใช้หลักสูตรเก่า ๆ ที่ท่าน ๆ คิดว่ามันไม่ดีนั้นแหละ เคยได้มีส่วนร่วมตอนทำหลักสูตร 44 อบรม 5 วันตอนปลายมีนา (แบบงงไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรด้วย เพราะวิทยากรที่เป็นท่าน ศน.ทั้งหลายก็ไม่กระจ่าง ตอบคำถามแบบวกไปวนมากลุ่มวิชาอื่นๆไปเที่ยวกันหมดแล้วเหลือภาษาไทยกับสังคมยังงมโข่งกันอยู่จนมืดจนค่ำ แล้วหลักสูตรต้องเสร็จก่อนพ.ค.เพราะต้องใช้แล้ว ต่อมาเบื้องบนคงเห็นว่าหลักสูตรของแต่ละโรงเรียนไม่ค่อยได้เรื่อง ก็ออกแกนกลางมาให้ โรงเรียนส่วนใหญ่ยังใช้หลักสูตร 44 ไม่ครบชั้นเลยเปลี่ยนอีกแล้ว แล้วบอกด้วยว่าจะใช้56 แต่นี่เปิดภาคเรียนแล้ว หลักสูตรยังอยู่ในจิตนาการอยู่เลย แล้วตอนนี้ท่านปผู้ใหญ่รู้บ้างมั้ยว่า โรงพิมพ์ไม่พิมพ์หนังสือขายเพราะรู้ว่าจะเปลี่ยนหลักสูตรทุกวันนี้หนังสือในบางวิชายังไม่มีให้นักเรียนเรียนเลย ไอ้หนังสือที่มีเรียนก็เพราะบริษัทพิมพ์ไว้แล้วขายไม่หมดจึงเอามาขายในปีนี้

[21 พ.ค. 2556 เวลา 19:59 น.] ไอพี [223.206.167.102]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 22  โดยคุณ : ชิด chid_kamol@hotmail.com
ชอบความคิดเห็นของคุณครูทุกท่านเลย เราหัวอกเดียวกัน รู้ดีว่าการศึกษาไทยมันแย่ลงทุกวันนี้เกิดจากอะไร ที่แน่ๆ ไม่ใช่ครูผู้ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนแน่ๆ แต่พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ อยากให้นักข่าวมาทำข่าวสอบถามปัญหาตามโรงเรียนในต่างจังหวัดบ้างเขาจะได้รู้ถึงปัญหาที่มากมายที่ถูกต้องจริงๆ เผื่อนักวิชาการเขาจะได้ข้อมูลไปปฏิรูปการศึกษาที่ตรงจุดกว่านี้

[24 พ.ค. 2556 เวลา 09:11 น.] ไอพี [27.55.135.191]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 23  โดยคุณ : จานกริด หรือ จานปู่ - ediot.3666 @ mail.com
มีคำศัพท์ที่ต้องตระหนักในหลักสูตรดใหม่๒๕๕๖ คือ คำศํัพท์ที่แสดงไว้ในเนื้อหาของมัธยมศึกษา คือคำว่าศิลปะ ตามหลักทฤษฎี ศิลปะ มี ๔ สาระ คือ ทัศนศิลป์ โสตศิลป์ โสตทัศนศิลป์ และวรรณศิลป์ ดังนั้นการเขียนนื้อหาที่ถูกต้อง ควรเป็นศิลปะคำเดียวเท่านั้น ผู้ที่เรียนมาทางด้านนี้จะเข้าใจทันที แต่การเขียนอธิำบายไว้ในเนื้อหานั้นทำให้สับสนและผิดหลักทฤษฎี โดยเฉพาะครูนาฏศิลป์(โสตทัศนศิลป์) จะคิดว่าวิชาของตนไม่มีในหลักสูตร จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

[17 มิ.ย. 2556 เวลา 09:42 น.] ไอพี [223.205.17.43]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 24  โดยคุณ : โมเมย์ -may_eak502@hotmai'.com
หากคุณยังเป็นคนไทย...แล้วเหตุใดการศึกษาไทยจึงไร้รายวิชานาฏศิลป์ไทยแม้แต่ความเป็นไทยยังไม่คิดจะรักษาแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับชาวต่างชาติ วัฒนธรรมทางด้านนาฏศิลป์แม้แต่ชาวต่างชาติยังให้การยอมรับแต่ทำไมคนไทยแท้ๆยังมองไม่เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเทศตน

[14 ต.ค. 2556 เวลา 14:20 น.] ไอพี [49.0.117.105]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 25  โดยคุณ : จิม -prajkk@hotmail.com
เห็นด้วยกับความคิดหลายท่าน หลักสูตรอะไรก็มีปัญหาถ้างานของครูที่นอกเหนืองานสอนมันมากเกิน สอนคนนะครับมันต้องทั้งกายและใจ ครูต้องอยู่กับเด็ก ครูต้องแก้ปัญหาของเด็ก ครูต้องพัฒนาเด็ก ทุกวันี้งานจรมันเยอะเกิน ก็คงปัญหาเดิมๆ ที่ไม่มีใครแก้ไข ทำกันมาและก็ทำกันไป สั่งอะไรมาก็ทำกันไป เน้นนโยบาย สนองนโยบาย เด็กอยู่ตรงไหนของนโยบาย

[19 ต.ค. 2556 เวลา 11:51 น.] ไอพี [110.49.250.130]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 26  โดยคุณ : ที่รัก phot345@gmail.com
เท่าที่พบจากการเป็นผู้ประเมินภายนอก คือ ครูไม่สอนตามหลักสูตร ครูสอนตามแบบเรียนมากกว่า ครูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องพัฒนาเด็กให้บรรลุตามจุดหมายของหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเป็นแนวทาง ทั้งหมดนี้ไม่ใช้ความผิดของครูทั้งหมด การบริหารจัดการของสถานศึกษาและการบริหารจัดการของเขตพื้นที่เป็นสาเหตุสำคัญทีทำให้ครูเป็นอย่างนี้ อีกอย่างหนึ่งคือพยายามสร้างหลักฐานเพื่อรองรับการประเมิน ทั้งที่เอกสารธุรการชั้นตามที่หลักสูตรกำหนดก็เพียงพอที่จะยืนยันกระบวนการทำงานของครูแล้ว ครูก็เลยทิ้งเด็กไปทำเอกสาร ไปอบรม ไม่ได้สอน ไม่ได้เตรียมตัวสอน

[4 ธ.ค. 2556 เวลา 23:09 น.] ไอพี [27.55.140.25]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 27  โดยคุณ : เฮง -
ทำไมทำหลักสูตรต้องไปดูประเทศคนอื่นเขา ทำไมไม่สร้างหลักสูตรที่ เหมาะกับธรรมชาติของเด็กไทย ชนชาติเชื้อชาติภูมิประเทศภูมิอากาศ ประเพณีขนบธรรมเนียมต่างกัน มองปัจบันกับอนาคต แต่ไม่มองอดีต ทำไมเด็กสมัยสิบยี่สิบปีที่แล้วเขาถึงอ่านได้ คิดเลขเป็น จบเเค่ประถมสี่ก็ทำงานเลี้ยงตัวเองได้

[25 มี.ค. 2557 เวลา 10:48 น.] ไอพี [10.0.0.178, 202]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า 1

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์แข่งรถnew
เกมส์แข่งรถ เกมส์นี้เราจะต้องเลือกรถที่จะไปวิ่งอยู่บนสนามต่างแดน แล้วซิ่งเก็บไอเท็ม โดยสามารถใช้พลังยิงรถคันหน้าได้ด้วย
เกมส์จับคู่ผลไม้2new
เกมส์จับคู่ผลไม้ มาช่วยกันจับคู่ผลไม้ โดยให้ดูว่านอกด้านซ้ายกับขวา จะส่งผลไม้อะไรออกมาจ๊ะ
เกมส์ตัดผมnew
เกมส์ตัดผม ตัดผมคนสวย สาวน้อยคนนี้ต้องการช่างตัดผมมืออาชีพ มาร่วมกันทำให้ทรงผมของสาวน้อยคนนี้ดูดีด้วยกันนะ
เกมส์รถไฟเก็บสมบัติnew
เกมส์รถไฟเก็บสมบัติ เราจะต้องขยับขบวนรถไฟไปเก็บสมบัติต่างๆ ที่อยู่บนพื้นให้ครบทั้งหมด โดยเมื่อเก็บแล้ว ห้องขบวนรถไฟจะยาวขึ้น ระวังอย่าให้หัวรถไฟชนกับขบวนเด็ดขาด
เกมส์หมาน้อยขับรถnew
เกมส์หมาน้อยขับรถ เกมส์นี้เราจะต้องพาเจ้าหมาน้อยซิ่งลงสนาม เก็บไอเท็มเพิ่มเวลา ติดเทอร์โบ วิ่งให้ครบสามรอบให้ทันเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งกันแหกโค้งกันไปเลย
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม