ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรม

บทคัดย่อ

การวิจัย เรื่อง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบำรุงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบำรุงที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย กลุ่มเป้าหมายที่ใช้เป็นเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบำรุง สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 29 คนเป็นการเลือกแบบเจาะจงเนื่องจากผู้วิจัยเป็นครูผู้สอนเด็กชั้นนี้ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3จำนวน 16 เรื่อง บรรจุลงในแผ่นดีวีดี จำนวน 1 แผ่น แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเพื่อส่งเสริมและพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 64 แผน และแบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 4 ฉบับ

ผลการวิจัยพบว่า

1. พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กด้านมีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ พบว่า เด็กมีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ สูงขึ้นเป็นลำดับ คือสังเกตก่อนการจัดกิจกรรมเด็กมีพฤติกรรมด้านมีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ โดยรวมคิดเป็นร้อยละ 41.90 สัปดาห์ที่ 1 เป็นร้อยละ 57.38 สัปดาห์ที่ 5 ร้อยละ 81.19 สัปดาห์ที่ 9 ร้อยละ 87.07สัปดาห์ที่ 13 ร้อยละ 93.57 และการสังเกตหลังการจัดกิจกรรม ร้อยละ 91.90 และพฤติกรรมที่ปรากฏสูงที่สุด คือ การรู้จักเข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง

2. พฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กด้านมีความซื่อสัตย์สุจริตและยอมรับความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่นพบว่า เด็กมีความซื่อสัตย์สุจริตและยอมรับความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่น เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ คือ การสังเกตก่อนการจัดกิจกรรมเด็กมีพฤติกรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริตและยอมรับความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่นโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 38.99 สัปดาห์ที่ 2 ร้อยละ 61.61 สัปดาห์ที่ 6 ร้อยละ 81.25สัปดาห์ที่ 10 ร้อยละ 85.96 สัปดาห์ที่ 14 ร้อยละ 92.26 และสังเกตหลังการจัดกิจกรรมเด็กร้อยละ 91.96 และพฤติกรรมที่ปรากฏสูงที่สุด คือ การไม่หยิบของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง

3.พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กด้านมีความเมตตากรุณาและช่วยเหลือแบ่งปัน พบว่า เด็กมีความเมตตากรุณาและช่วยเหลือแบ่งปันเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ คือ การสังเกตก่อนการจัดกิจกรรมเด็กมีพฤติกรรมโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 36.61 สัปดาห์ที่ 3 ร้อยละ 62.50 สัปดาห์ที่ 7 ร้อยละ 70.83 สัปดาห์ที่ 11 ร้อยละ 89.29 สัปดาห์ที่ 15 ร้อยละ 94.94 และการสังเกตหลังการจัดกิจกรรมร้อยละ 94.94 และพฤติกรรมที่ปรากฏสูงที่สุด คือ การไม่แย่งชิงสิ่งของจากเพื่อน

4.พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กด้านการรู้จักประหยัด พบว่า เด็กมีการรู้จักประหยัดเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ คือ การสังเกตก่อนการจัดกิจกรรมเด็กมีพฤติกรรมโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 36.15 สัปดาห์ที่ 4 ร้อยละ 64.11สัปดาห์ที่ 8 ร้อยละ 71.70 สัปดาห์ที่ 12 ร้อยละ 81.45 สัปดาห์ที่ 16 ร้อยละ 89.44 และการสังเกตหลังการจัดกิจกรรมร้อยละ 95.07และพฤติกรรมที่ปรากฏสูงที่สุด คือ การรู้จักใช้น้ำอย่างประหยัด

บทนำ

วัยเด็กเป็นวัยพื้นฐานแห่งชีวิตซึ่งจะต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ซึ่งเด็กในวัยนี้จะเกิดการเรียนรู้มากที่สุด เพราะเป็นวัยที่ร่างกายและสมองกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็กได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ดีและถูกต้องตามหลักการต่าง ๆ เด็กจะมีการพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ การเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อที่จะได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย สังคม อารมณ์จิตใจ และสติปัญญา จึงมีความสำคัญดังที่นักจิตวิทยาการศึกษาได้กล่าวถึงความสำคัญในช่วง 6 ปีแรกของชีวิตว่าเป็นช่วงที่พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วจึงเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดต่อการวางรากฐานของการพัฒนาทุกด้านให้กับเด็กอย่างมั่นคงและถูกต้อง เพราะเด็กวัยนี้ง่ายต่อการปลูกฝังพฤติกรรม และการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ดังที่บลูม (Bloom) กล่าวว่า พัฒนาการของเด็กจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ50 เมื่ออายุ 4 ปี และพัฒนาเป็นร้อยละ 80 เมื่ออายุ 4 - 8 ปี และเพียเจต์ (Piaget) กล่าวว่า พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กที่เกิดในช่วงปฐมวัยนี้ จะเป็นรากฐานของพัฒนาการในระดับต่อไป ซึ่งจะเห็นว่าเด็กปฐมวัยควรจะได้รับการส่งเสริมและกระตุ้นด้วยกิจกรรมที่สามารถสร้างเสริมพัฒนาการในทุกด้าน

การพัฒนาพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรม สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กำหนดไว้ที่มาตรฐานที่ 4 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม (อารมณ์- จิตใจ) ตัวบ่งชี้ที่ 1 มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบตัวบ่งชี้ที่ 2 ซื่อสัตย์สุจริตและยอมรับความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่น ตัวบ่งชี้ที่ 3 มีความเมตตากรุณาและช่วยเหลือแบ่งปัน และตัวบ่งชี้ที่ 4รู้จักประหยัด โดยมุ่งพัฒนาพัฒนาการของเด็กโดยองค์รวมให้ประสานสัมพันธ์กันทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และด้านสติปัญญา ช่วยให้เด็กเกิดทักษะที่สำคัญสำหรับการสร้างองค์ความรู้โดยให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของและบุคคลต่างๆที่อยู่รอบตัว เด็กปฐมวัย เป็นวัยที่ง่ายต่อการปลูกฝังพฤติกรรม และการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีคุณธรรมจริยธรรมด้านต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัย การมีคุณธรรมที่พึงประสงค์เปรียบได้กับการสร้างเกราะป้องกันอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นๆ ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทำผิดทางสังคมและสร้างความมั่นใจให้กับเด็กว่าได้ประพฤติดี และที่สำคัญสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กปฐมวัยนั้นเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งของพ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนบุคคลในครอบครัวจะต้องอบรมปลูกฝังให้แก่เด็กตั้งแต่วัยเยาว์ และเมื่อเด็กเติบโตเข้าสู่ระบบโรงเรียนแล้วเด็กจะได้รับการปลูกฝังในรูปกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นรูปแบบที่ชัดเจนขึ้นจากครู การได้รับประสบการณ์ตรงจากกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน การได้พูดคุยสนทนา การเล่น หรือการทำงานเป็นกลุ่มร่วมกันเป็นประสบการณ์ที่เด็กสามารถซึมซับและเรียนรู้ได้ทั้งสิ้น

การจัดกิจกรรมการเล่านิทานแก่เด็กปฐมวัย ควรใช้สื่อที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเป็นสื่อรูปธรรมที่มีผู้นิยมนำมาใช้กับเด็กปฐมวัยมากอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเป็นสื่อนั้นช่วยส่งเสริมความสามารถทางด้านต่าง ๆ แก่เด็กที่หลากหลายจากการพบเห็นสิ่งต่าง ๆ จากนิทานที่ประกอบด้วยตัวอักษรภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวดนตรี และเสียงบรรยาย เด็กปฐมวัยยังไม่สามารถเข้าใจในเรื่องที่เป็นนามธรรมได้ ต้องอาศัยสื่อที่เป็นรูปธรรมบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียจึงเป็นสื่อที่เหมาะสม ทั้งนี้เพราะธรรมชาติของเด็กไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะมีความสนใจในการเรียนรู้จากภาพเคลื่อนไหวที่เห็นในรูปร่าง ลักษณะต่าง ๆ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสองซีกพร้อม ๆ กันอย่างมีระบบ กล่าวคือ ในขณะที่ฟังเพื่อนพูดเด็กต้องใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวาในการรับรู้ จินตนาการตามเรื่องที่ดูและฟัง และการมองเห็นภาพโดยรวมจะส่งผลให้เกิดพัฒนาการด้านต่าง ๆ แก่เด็ก

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้

1. หลักสูตรการศึกษาระดับปฐมวัย พุทธศักราช 2546

ปรัชญาของการจัดการศึกษาปฐมวัย มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กแต่ละคนด้วยการอบรมเลี้ยงดู และให้การเรียนรู้ให้เต็มตามศักยภาพ ด้วยความรัก และความเอาใจใส่ เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการ ตลอดจนการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลและเต็มตามศักยภาพ หลักการพัฒนาเด็กปฐมวัย คือ มุ่งการพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกประเภท โดยยึดเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและวิถีชีวิตของเด็ก พัฒนาเด็กโดยองค์รวมเพื่อให้เด็กสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข โดยประสานความร่วมมือระหว่างทุกฝ่าย

2. บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย

บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียหมายถึงการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เป็นสื่อในการเรียนการสอนมีการผสมผสานสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกันเช่นข้อความกราฟิกภาพเคลื่อนไหวเสียงวีดีทัศน์และระบบโต้ตอบกับผู้ใช้เพื่อเร้าความสนใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น มัลติมีเดียสามารถใช้ร่วมกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลจากภายนอกผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ทำให้สามารถสื่อสารและสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆได้

ทั่วโลกที่มีเครือข่ายไปถึงรูปแบบของการเรียนและสถานการณ์ของการเรียนที่เคยปิดอยู่เฉพาะ

ในห้องเรียนจะเปลี่ยนไปเป็นการเรียนแบบใหม่ที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้นและ

ในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมสำหรับนักเรียนชั้นเด็กเล็กในครั้งนี้ผู้วิจัย เลือกใช้โปรแกรม

การศึกษา (Education) โดยประยุกต์นิทานต่าง ๆ การนำเสนอเป็นนิทานมัลติมีเดียเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3

3. ทฤษฎีจิตวิทยาการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย

ทฤษฎีทางจิตวิทยาการเรียนรู้ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดในการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย มีหลายทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เช่น ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitivism) ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ (Schema Theory) และทฤษฎีความยืดหยุ่นทางปัญญา (Cognitive Flexibility Theory) เป็นต้น ทฤษฎีทางจิตวิทยาการเรียนรู้ข้างต้น อาจมีความแตกต่างกันหรือคล้ายคลึงกันในประเด็นต่าง ๆ ดังนั้น การออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียนั้นผู้ออกแบบควรจะนำแนวคิดของทฤษฎีต่างๆมาผสมผสานกันเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและโครงสร้างขององค์ความรู้ในสาขาวิชาต่างๆโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งเพียงทฤษฎีเดียวเพื่อให้ได้บทเรียนที่สามารถตอบสนองวิธีการเรียนของผู้เรียนที่แตกต่างกันและตอบสนองลักษณะโครงสร้างขององค์ความรู้ของสาขาวิชาต่างๆที่แตกต่างกันนั่นเอง การออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่ดีควรคำนึงถึงหลักจิตวิทยา ได้แก่ การรับรู้ การจดจำ การมีส่วนร่วมแรงจูงใจ การถ่ายโอนการเรียนรู้และความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย

4. การส่งเสริมและพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงาม

การส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของเด็กระดับปฐมวัยควรปลูกฝังให้เกิด

ในจิตใจของเด็กทั้งทางตรงและทางอ้อม และควรให้การสนับสนุนเสริมแรงเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่แสดงถึงคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม นอกจากนี้พัฒนาการด้านคุณธรรมจริยธรรมของเด็กระดับปฐมวัยยังเกี่ยวข้องกับระดับพัฒนาการและการคิด ดังนั้นครูควรได้จัดกิจกรรมให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติและให้เห็นตัวแบบที่ดีหรืออาจใช้นิทานที่จำลองสถานการณ์ของการมีคุณธรรม จริยธรรมที่ดี บูรณาการหรือสอดแทรกเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้และซึมซับในจิตใจส่งผลให้เด็กเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามต่อไปในอนาคต

5. การจัดกิจกรรมการเล่านิทาน

รูปแบบของการเล่านิทานสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ การเล่านิทานแบบไม่ใช้สื่อประกอบและการเล่านิทานแบบการใช้สื่อประกอบ การเล่านิทานแบบไม่ใช้สื่อประกอบ เช่น การเล่านิทานปากเปล่า การเล่านิทานประกอบท่าทาง ส่วนการเล่านิทานแบบการใช้สื่อประกอบ เช่น การเล่านิทานประกอบภาพ การเล่านิทานประกอบเสียง และการเล่านิทานประกอบอุปกรณ์หรือสิ่งประดิษฐ์ วิธีการเล่านิทานที่ดีและเหมาะสม จะช่วยให้เด็กเกิดความสบายใจ มีความรู้สึกเป็นอิสระทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เกิดเจตคติที่ดี นอกจากนี้วิธีการเล่านิทานไม่ควรซ้ำซากและจำเจ พยายามแสวงหาวิธีการต่าง ๆ ในการเล่านิทานให้น่าสนใจ เพื่อให้การเล่านิทานมีประสิทธิภาพมาก

วิธีดำเนินการวิจัย

1. ขั้นตอนการพัฒนาหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 สรุปได้เป็น 4 ขั้นตอนคือ

1.1 การศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนการผลิตหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3

1.2 การออกแบบหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 หลังจากที่ได้ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรเนื้อหาและผู้เรียนและได้กำหนดวัตถุประสงค์รวมทั้งกิจกรรมการเรียนแล้วจึงนำมาเป็นแนวทางในการออกแบบหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โยเขียนเป็นสตอรี่บอร์ด

1.3 การสร้างหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยการแปลงสตอรี่บอร์ดให้เป็นหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่จะสามารถนาไปใช้ได้จริง

1.4 การประเมินและแก้ไขหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีต่อพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยทำการประเมิน 2 ระยะคือ ประเมินระหว่างการสร้างหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและด้านคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 คน ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด และการประเมินผลการนำไปไช้เพื่อสรุปรวบยอด โดยการนำหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่จัดทำไว้ไปทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ตามเกณฑ์ 80/80 จำนวน 3 ครั้ง ผลการประเมินพบว่าหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 86.64/82.62

2. ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย

ผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ตามขั้นตอน ดังนี้

2.1 การจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 กับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบำรุง จำนวน 29 คน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ด้วยตนเอง

2.2 ทำการสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็ก ก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน 1 สัปดาห์ โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจ

ที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3

2.3 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ตามแผนการจัดกิจกรรมโดยใช้เวลา 14 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 20 นาที

2.4 ทำการสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็ก ประจำ

แต่ละสัปดาห์ โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็ก

ชั้นอนุบาลปีที่ 3

2.5 เมื่อจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ครบทั้ง 16 สัปดาห์แล้ว

ทำการสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน 1 สัปดาห์ โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3

สรุปผล และข้อเสนอแนะ

1. สรุปผล

2.1 สรุปผลของผู้เชี่ยวชาญ

ผลการประเมินหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน พบว่า รูปภาพ ตัวอักษร และการใช้ภาษา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 อยู่ในระดับเหมาะสมมาก ด้านภาพและเสียง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด ด้านตัวอักษรและสี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด ด้านการออกแบบและพัฒนา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.45 อยู่ในระดับเหมาะสมมาก

และคุณภาพของหนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด

2.2 การจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบำรุงพบว่า เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมและการมีจิตใจที่ดีงามสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะ

1. ข้อแสนอแนะสำหรับการนำผลการศึกษาไปใช้

1.1 การจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้หนังสือนิทานบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงามของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3ของผู้วิจัยในครั้งนี้ พบว่า ในระยะแรกเด็กส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะร่วมกิจกรรมเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์เข้าช่วย เด็กส่วนใหญ่ยังตื่นเต้นกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ แต่เมื่อหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมไปแล้ว 1 - 2 สัปดาห์ เด็กจึงเริ่มคุ้นชินและปรับตัวได้ดีขึ้น

1.2 จากการสังเกตพบว่า ในสัปดาห์แรก ๆ เด็กยังไม่ค่อยกล้าตอบคำถามหรือสนทนาเพื่อแสดงความคิดเห็น ครูจึงกระตุ้นเด็กทุกคนให้กล้าแสดงออก โดยอาจให้การเสริมแรงด้วยการชมเชย หรือให้รางวัลแก่เด็กกล้าตอบ กล้าแสดงความคิดเห็น เพื่อกระตุ้นเด็กคนอื่น ๆ ให้มีความกล้าที่จะแสดงออกบ้าง

1.3 ในขณะจัดกิจกรรมการเล่านิทานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงามของเด็กด้านใดด้านหนึ่ง ครูสามารถสอดแทรกคุณธรรมด้านอื่น ๆแก่เด็กด้วย และถ้าหากพบว่าเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ครูต้องรีบให้คำแนะนำเพื่อการแก้ไขโดยทันท่วงที

2. ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาต่อไป

2.1 ควรมีการศึกษาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงามแก่เด็กในด้านอื่น ๆ เช่น ความประหยัดและออม ความกตัญญูกตเวที และด้วยวิธีการหรือ

สื่ออื่น ๆ เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การใช้หุ่นต่าง ๆ

2.2 ควรมีการศึกษาความคงทนของพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจ

ที่ดีงามของเด็กหลังจากการจัดกิจกรรมไปแล้วสักระยะเวลาหนึ่ง

โพสต์โดย สายทอง ธัญนายก : [1 ส.ค. 2559 เวลา 05:27 น.]
อ่าน [2534] ไอพี : 49.48.241.113
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ