ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นและความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์)

2. เพื่อประเมินผลการปฏิบัติตามแผนและความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์)

3. เพื่อประเมินความสำเร็จในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์)

4. เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์)

การประเมินครั้งนี้ได้ใช้รูปแบบการประเมิน โดยประยุกต์ใช้รูปแบบ CIPP (Context-Input-Process

- Product Mode : CIPP Model ; Daniel L. Stufflebeam, 1971) ซึ่งเป็นรูปแบบการประเมินที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน โดนมีประเด็นในการประเมิน 4 ประเด็น คือ 1) ประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม (Context Evaluation) 2) ประเมินปัจจัยนำเข้า (InputEvaluation) 3) ประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) 4) ประเมินผลผลิต (Product Evaluation) อันจะนำไปสู่การตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร

กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-5 ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) ตามคุณสมบัติที่กำหนด รวมทั้งสิ้น 150 คน

ผู้ให้ข้อมูลได้แก่

1. ผู้ให้ข้อมูลเพื่อกำหนดกรอบการประเมินและตัวชี้วัด รวมทั้งสิ้น 15 คนประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ

จำนวน 5 คน ครูประจำชั้น ม. 1 - 6 จำนวน 6 คน ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน นักวิชาการด้าน การประเมินโครงการจำนวน 2 คน

2. ผู้ให้ข้อมูลในการประเมินโครงการ รวมทั้งสิน จำนวน 245 คน ประกอบด้วย ครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 5 จำนวน 32 คน คณะทำงาน 20 คน กรรมการสถานศึกษา 7 คนนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย 150 คน ผู้ปกครองของนักเรียนในกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน ผู้แทนหน่วยงาน/องค์กรในชุมชน/ได้แก่ เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ผู้แทนชุมชน จำนวน 6 คน

เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สำรวจความคิดเห็น (Checklist) มาตรประมาณค่า 5 ระดับ(Likert, 1932) และแบบสอบถามวัดความพึงพอใจ มาตรประมาณค่า 5 ระดับ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และทดลองใช้เครื่องมือก่อนนำไปใช้จริง

ผลการประเมินโครงการ

1. ผลการประเมินความต้องการจำเป็นและความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการค่ายวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) พบว่า ความต้องการจำเป็นของโครงการ ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษาทุกระดับ ทั้งระดับกระทรวงในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรโดยเสริมสร้าง และนโยบายของโรงเรียนด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนนอกจากนี้ยังมีความต้องการจำเป็นในการจัดทำโครงการ ตามความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง/ชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน และมีความเหมาะสมกับสุขภาพชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม อันได้แก่ การประกอบอาชีพพื้นฐานของท้องถิ่น ทำให้มีหลักการและเหตุผล ทางด้านนโยบาย ความจำเป็น และความเหมาะสมในการดำเนินโครงการ และมีความเป็นไปได้ที่สามารถจะจัดทำโครงการ เนื่องจากในการประเมินปัจจัยนำเข้าโครงการพบว่ามีความพร้อมและความเพียงพอของปัจจัยต่างๆด้านการจัดการคน งบประมาณ วัสดุ/อุปกรณ์ อยู่ในระดับมากที่สุดโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง นักเรียนมีความพร้อมและสนใจที่จะเข้ารับการพัฒนาตามโครงการของโรงเรียน มีการแต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบโครงการอย่างเหมาะสมดังนั้น จึงทำให้ผู้บริหารตัดสินใจดำเนินโครงการอย่างมี หลักการและเหตุผล โดยกำหนดแผนการปฏิบัติตามทิศทางของวัตถุประสงค์ ซึ่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว

2. ผลการประเมินกระบวนการของโครงการ (Process Evaluation) ซึ่งเป็นการประเมินการปฏิบัติตามแผนและประเมินในขณะดำเนินงาน เพื่อตรวจสอบกิจกรรมเวลา ทรัพยากรที่ใช้ในโครงการ ภาวะผู้นำของผู้บริหาร การมีส่วนร่วมของบุคลากรต่าง ๆ รวมทั้งหาจุดดี จุดอ่อน หรือข้อบกพร่องของการดำเนินงานซึ่ง พบว่าจุดดีของการดำเนินงาน คือ คณะทำงานดำเนินงานโดยยึดขั้นตอนตามแผนที่กำหนด และครู/วิทยากร/ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาชีพในชุมชน และมีเทคนิคในการฝึกให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณีและวิถีชีวิต ผู้บริหารมีภาวะผู้นำในการดำเนินงาน และมีการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ สำหรับจุดที่ควรพัฒนา คือ ความเหมาะสมของเวลาในการจัดกิจกรรม อาจต้องปรับเวลาให้ยืดหยุ่นและเพียงพอเหมาะสมกับกิจกรรม

3. ผลการประเมินความสำเร็จในการดำเนินงานของโครงการฯ จากการประเมินผลผลิตของโครงการ โดยเปรียบเทียบผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่กำหนดไว้ โดยรวม บรรลุตามวัตถุประสงค์ มากที่สุด คือ ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น/ปราชญ์ชาวบ้านร่วมมือในการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตชุมชน อาจเนื่องมาจากการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยในการ จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ การทำขนมผิง ขนมเกลียว ทองพับ ทองม้วน เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ตัวแทนชุมชน มาร่วมอบรมพัฒนาทักษะวิถีชีวิตชุมชน เป็นต้น ประเด็นต่อมา คือ ครูจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนตามธรรมชาติวิชา ชี้ให้เห็นว่าโรงเรียนมีการดำเนินโครงการสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี กำหนดโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้สืบค้นหรือศึกษาค้นคว้าคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสื่อต่าง ๆ และแหล่งเรียนรู้ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาสำหรับความสำเร็จในการดำเนินงานด้าน “นักเรียนมีทักษะชีวิต” โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินโครงการของโรงเรียน เป็นเพียงระยะ ที่ 3 (สานต่อองค์ความรู้) และจะสิ้นสุดภาคเรียนที่ 1 ปี 2558 ซึ่งโรงเรียนควรที่จะดำเนินโครงการต่อไปในปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2 เป็นระยะที่ 4 นำสู่วิถีคุณภาพ

4. ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อโครงการ ความพึงพอใจของครูวิทยากร

ผู้ปกครอง/ชุมชน นักเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความพึงพอใจในผลงานโครงการ และการได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานต่าง ๆ ในการเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้และชื่นชมการพัฒนาของนักเรียน ทั้งนี้ เนื่องจากการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนทำให้การดำเนินโครงการมีทิศทางที่ชัดเจน ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจได้ ปฏิบัติได้ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้การดำเนินงานนำไปสู่ความสำเร็จนอกจากนี้หน่วยงานต่าง ๆ ยังมีความพึงพอใจให้สนับสนุนโครงการในโอกาสต่อไป

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา

1. โรงเรียนหรือผู้บริหารโครงการอาจต้องปรับปรุงกระบวนการบริหารโดยใช้หลักการบริหาร การเปลี่ยนแปลง และปรับปรุงด้านงบประมาณและการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการอย่างเพียงพอซึ่งอาจใช้วิธีการระดมทรัพยากร

2. โรงเรียนหรือผู้บริหารโครงการควรพิจารณาปรับปรุงด้าน การกำหนดระยะเวลาเข้าค่ายที่เหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สมาชิกค่ายได้รับการพัฒนาและเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

3. โรงเรียนหรือผู้บริหารโครงการควรคำนึงถึงหลักการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียนและการพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ

4. ควรนำเสนอสารสนเทศต่อหน่วยงานระดับสูงหรือหน่วยงานต้นสังกัด

โพสต์โดย อัมพวัน : [18 ส.ค. 2559 เวลา 16:55 น.]
อ่าน [2272] ไอพี : 115.87.94.111
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม