ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้การแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถม

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้การแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม

ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ชื่อผู้วิจัย นางสาวธารินี ธีระพรกิตติกุล

โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ปีที่วิจัย 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้การแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนา โดยผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และ 4) เพื่อประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคลากรของโรงเรียนป้อมแผลงไฟฟ้า จำนวน 6 คน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน 5 คน วิชาการ 1 คนและปราชญ์ชาวบ้าน 7 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 20 คน ได้กลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล ป้อมแผลงไฟฟ้า แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบประเภทปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียน เป็นแบบวัดที่สร้างขึ้นตามวิธีการของลิเคิร์ท (Likert) จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสังเคราะห์ ผลการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าร้อยละ ค่าความแตกต่างระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และการทดสอบสมมุติฐานด้วยการหาค่า t-test dependent วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

สรุปผลการวิจัย

1. การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ป้อมแผลงไฟฟ้า พุทธศักราช 2560 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการสังเคราะห์การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ของผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พบว่า ปัญหาการเรียนของนักเรียนคือ เนื้อหาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ที่มีความเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง มีความยากและซับซ้อน ทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย และไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาของบทเรียน ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่รบกวนต่อการเรียน มีความเอาใจใส่ในการเรียนน้อยลง ไม่ทำงานตามที่ครูมอบหมาย และมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมน้อย วิธีการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนคือ การจัดกิจกรรมการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) อาศัยกระบวนการกลุ่มความร่วมมือในการเรียน และการทำงานร่วมกัน

2. การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า รูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และผลที่เกิดกับนักเรียน และผลการตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า โดยรวมรูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.60 และเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ทุกข้อมีผลการตรวจสอบความเหมาะสม อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.80 รองลงมาคือด้านหลักการ ด้านเนื้อหา ด้านการวัดและประเมินผลและด้านผลที่เกิดกับผู้เรียน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.60 และด้านวัตถุประสงค์ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.40 ตามลำดับ

3. การทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีดังนี้

3.1 นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้แบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.2 นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้แบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า โดยรวมนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.56 และพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยข้อที่นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก อยู่ในระดับมากที่สุด คือ มีความหลากหลายและน่าสนใจ ทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ความเข้าใจยิ่งขึ้น มีค่าเฉลี่ย 5.00 รองลงมาคือ การเรียนยึดกระบวนการกลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.85 และผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม กิจกรรมเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก มีค่าเฉลี่ย 4.80 ตามลำดับ

4. การประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้แบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีท้องถิ่นพระประแดง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า เทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากที่ได้มีการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติม หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้และผลที่เกิดกับนักเรียนแล้ว ผลการประเมินรูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) พบว่า โดยรวมรูปแบบการเรียนแบบการแข่งขันเป็นทีม (TGT) มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.65 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีความเหมาะสมสูงสุด คือ เนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.80 รองลงมา คือ ผลที่เกิดกับนักเรียน มีค่าเฉลี่ย 4.70 และ หลักการ มีค่าเฉลี่ย 4.60 ตามลำดับ

โพสต์โดย เบียร์ : [15 ส.ค. 2563 เวลา 19:52 น.]
อ่าน [291] ไอพี : 1.47.9.95
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ