ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

สายฝน ศิริรัตน์. 2558. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนส

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง โจทย์ปัญหาร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ให้นักเรียนร้อยละ 80 ของนักเรียนทั้งหมดมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป

กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโนนตะโก อำเภอพล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 มีจำนวน 3 คน การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวงจรปฏิบัติ 3 วงจร เครื่องมือที่ใช้ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการทดลองปฏิบัติการ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง โจทย์ปัญหาร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 15 แผน เวลา 15 ชั่วโมง 2) เครื่องมือที่ใช้สะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู แบบสัมภาษณ์นักเรียน แบบทดสอบท้ายวงจร และ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่องโจทย์ปัญหาร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้เก็บรวมรวมข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน การสัมภาษณ์ และสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ผู้ช่วยวิจัยเก็บข้อมูล จากการสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน การสัมภาษณ์นักเรียน และสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ด้วยเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผลการปฏิบัติเมื่อสิ้นสุดในแต่ละวงจร นักเรียนจะทำแบบทดสอบท้ายวงจรเพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์และอภิปรายเพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละวงจรให้มีประสิทธิภาพ เมื่อสิ้นสุดการวิจัยนักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และตอบแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสรุปเป็นความเรียง

ผลการวิจัย พบว่า

1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่องโจทย์ปัญหาร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ดังนี้

1) ขั้นนำ เป็นขั้นทบทวนความรู้เดิมก่อนจะสอนมโนมติใหม่ ช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมเข้าด้วยกัน และเตรียมความพร้อมเพื่อให้นักเรียนทราบถึงเป้าหมายของการเรียนในแต่ละชั่วโมงโดยใช้เพลง และคำถามแบบต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นต้น

2) ขั้นสอน เป็นขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนได้คิดและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ประกอบด้วยขั้นตอนย่อยดังต่อไปนี้

(1) เผชิญปัญหาเป็นรายคน เป็นขั้นที่ครูเสนอสถานการณ์โจทย์ปัญหาที่เกิดในชีวิตประจำวัน แล้วใช้คำถามแบบต่อเนื่องกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด และตอบคำถาม เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ โจทย์ปัญหานั้น โดยครูใช้เทคนิคการถามแบบต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นให้คิด

(2) ขั้นไตร่ตรองระดับกลุ่มย่อย นักเรียนช่วยกันหาแนวทางแก้ปัญหาที่หลากหลาย นักเรียนทั้งชั้นจะได้อภิปรายร่วมกันและพิจารณาหาแนวทางในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย และลงมือปฏิบัติตามแนวทางที่เลือก นักเรียนจะได้แสดงออกถึงแนวความคิดของตนเองว่าเป็นไปได้และมีความเหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา

(3) ขั้นไตร่ตรองระดับชั้นเรียน นักเรียนและครูตรวจสอบความถูกต้อง โดยพิจารณาว่าคำตอบที่ได้สมเหตุสมผลหรือไม่

3) ขั้นสรุป ครูและนักเรียนสรุปได้จากการวิเคราะห์และอภิปรายหลักการต่าง ๆ แล้วนำความรู้ที่ได้รวบรวมเป็นสาระที่ครบถ้วน บันทึกลงในแบบบันทึกงาน Mind Mapping ครูตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา และแนะนำเพิ่มเติมในสิ่งที่พบในการทำกิจกรรมของนักเรียน

4) ขั้นฝึกทักษะ เป็นขั้นตอนที่นักเรียนจะได้ฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะการทำงาน โดยนักเรียนจะช่วยเพื่อนที่เรียนอ่อนในการสร้างความเข้าใจเนื้อหาบทเรียน และทำแบบฝึกทักษะในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผนเพื่อให้ผู้เรียนได้จัดระเบียบความรู้ของตนเองทำให้เกิดความคงทนในการเรียนรู้ หลังสิ้นสุดการปฏิบัติกิจกรรมแต่ละวงจรครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบท้ายวงจร

2. นักเรียนร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการวิจัยที่ตั้งไว้

3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ โดยรวมในระดับ มากที่สุด ( = 3.85)

โพสต์โดย atom : [8 ก.พ. 2559 เวลา 15:21 น.]
อ่าน [103480] ไอพี : 182.93.167.148
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ -

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 1,602 ครั้ง
สินเชื่อรวมหนี้ คำตอบสำหรับการจัดการหนี้หลายก้อนในที่เดียว
สินเชื่อรวมหนี้ คำตอบสำหรับการจัดการหนี้หลายก้อนในที่เดียว

เปิดอ่าน 28,741 ครั้ง
ผักแว่น...ผักพื้นบ้านแต่มีคุณค่า
ผักแว่น...ผักพื้นบ้านแต่มีคุณค่า

เปิดอ่าน 9,279 ครั้ง
จิตวิทยาระบุ มีความรู้ดีก็ยังหนีไม่พ้นโดนตุ๋นจนได้
จิตวิทยาระบุ มีความรู้ดีก็ยังหนีไม่พ้นโดนตุ๋นจนได้

เปิดอ่าน 24,093 ครั้ง
Backward Design
Backward Design

เปิดอ่าน 12,880 ครั้ง
"สับปะรด" ลดริ้วรอยบนใบหน้า
"สับปะรด" ลดริ้วรอยบนใบหน้า

เปิดอ่าน 12,478 ครั้ง
8 ข้อปฏิบัติอยู่อย่างเป็นสุข
8 ข้อปฏิบัติอยู่อย่างเป็นสุข

เปิดอ่าน 22,805 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (กัมพูชา)
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (กัมพูชา)

เปิดอ่าน 3,285 ครั้ง
"วิศวกรเสียง สจล." แนะ 5 เทคนิคเลือกหูฟังถนอมหู
"วิศวกรเสียง สจล." แนะ 5 เทคนิคเลือกหูฟังถนอมหู

เปิดอ่าน 42,233 ครั้ง
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทองคำ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทองคำ

เปิดอ่าน 34,590 ครั้ง
รู้ไหมว่า...ประเทศไทยโชคดีที่ตั้งอยู่บน "เส้นศูนย์สูตรสนามแม่เหล็กโลก"
รู้ไหมว่า...ประเทศไทยโชคดีที่ตั้งอยู่บน "เส้นศูนย์สูตรสนามแม่เหล็กโลก"

เปิดอ่าน 12,423 ครั้ง
แก้ปัญหา รักแร้ดำ
แก้ปัญหา รักแร้ดำ

เปิดอ่าน 28,302 ครั้ง
"ฟักทอง"ป้องเบาหวาน-บำรุงหัวใจ
"ฟักทอง"ป้องเบาหวาน-บำรุงหัวใจ

เปิดอ่าน 16,143 ครั้ง
องค์ประกอบ ของความสำเร็จ
องค์ประกอบ ของความสำเร็จ

เปิดอ่าน 111,271 ครั้ง
ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ
ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ

เปิดอ่าน 23,762 ครั้ง
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2549
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2549

เปิดอ่าน 27,496 ครั้ง
ปราบชิคุนกุนยาด้วยสมุนไพร
ปราบชิคุนกุนยาด้วยสมุนไพร
เปิดอ่าน 28,174 ครั้ง
4 วิธีบังคับให้ตัวเองออมเงินได้จริง
4 วิธีบังคับให้ตัวเองออมเงินได้จริง
เปิดอ่าน 19,504 ครั้ง
7 วิธี"เอื้อเฟื้อ"เพื่อนบ้านอย่างง่าย พลิกให้ชุมชนน่าอยู่
7 วิธี"เอื้อเฟื้อ"เพื่อนบ้านอย่างง่าย พลิกให้ชุมชนน่าอยู่
เปิดอ่าน 1,393 ครั้ง
5 ข้อควรรู้ก่อนต่อพ.ร.บ. รถยนต์ราคาถูกให้คุ้มค่าที่สุด
5 ข้อควรรู้ก่อนต่อพ.ร.บ. รถยนต์ราคาถูกให้คุ้มค่าที่สุด
เปิดอ่าน 18,342 ครั้ง
4 เกาะที่น่าไป หลังเกษียณอายุ
4 เกาะที่น่าไป หลังเกษียณอายุ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ