ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เรื่อง มาตราพาเพลิน ป.1 โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย

เผยแพร่ผลงาน Best Practice กิจกรรมลดเวลาเรียน

1. ชื่อผลงาน : กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ “มาตราพาเพลิน”

2. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน : นางสาวนิภาพร เสาอินทร์ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย

นางสาวอรกัญญา เอมเสม ตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง

ที่อยู่ : โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย สพป.นนทบุรี เขต 2

3. หลักการเหตุผล/ความเป็นผล

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบาย “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองและครูมีความสุขในการเรียนการสอน โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย ได้เห็นถึงความสำคัญ ของนโยบาย จึงเข้าร่วมเป็นโรงเรียนนำร่อง และได้ดำเนินการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ 4 H โดยประกอบด้วย Head (กระบวนการคิด) Heat (จิตใจ) Hand (ปฏิบัติ) Health (สุขภาพ) ในทุกระดับชั้น ซึ่งในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้จัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ครบทั้ง 4H ผ่านการจัดกิจกรรมโดยใช้เกมบันไดงูและนำมาตราตัวสะกดมาประยุกต์ ซึ่งนักเรียนจะได้รับทั้งความรู้และมีความสุขควบคู่ไปพร้อมกัน

4. วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้นักเรียนรู้และเข้าใจมาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา

2. เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านเขียนสะกดคำได้ถูกต้อง

3. เพื่อให้นักเรียนรู้จักคำที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

4. เพื่อให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนและเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

5. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

การจัดกิจกรรมลดลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ “มาตราพาเพลิน” สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เกมเป็นวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเป็นเกมที่มีลักษณะการเล่นเพื่อการเรียนรู้ “Play to learning” มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในขณะการเล่นเกมหรือหลังการเล่นเกม และยังได้สนุกควบคู่ไปพร้อมกัน ทำให้เนื้อหาการเรียนที่ยาก เปลี่ยนเป็นง่ายต่อการเรียนรู้

6. การดำเนินงาน/ กระบวนการ/ วิธีปฏิบัติ

การจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ “มาตราพาเพลิน” เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมโดยการลงมือทำ นักเรียนเกิดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด จะทำให้นักเรียนเกิดการพัฒนา ดังนี้

1. ด้านความรุ้

นักเรียนรู้และเข้าใจมาตราตัวสะกด ตรงตามมาตราและสามารถอ่านเขียนสะกดคำได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้นักเรียนสามารถรู้จักคำที่หลายหลายมากยิ่งขึ้น

2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

2.1. ความสมารถด้านการคิด นักเรียนได้ใช้การคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการคิดผสมคำที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

2.2. ความสามารถในการสื่อสาร นักเรียนใช้ภาษาในการถ่ายทอดความคิดของตนเองออกมา โดยการที่คิดคำสะกดด้วยมาตราต่างๆ แล้วพูดออกมาในระหว่างการเล่นเกม

2.3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต นักเรียนสามารถเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและยอมรับคำตัดสินรู้แพ้รู้ชนะ

3. ด้านคุณลักษณะ

3.1. มุ่งมั่นในการทำงาน นักเรียนมีความรับผิดชอบในการทำสมุดเล่มเล็ก สามารถทำเสร็จตรงตามเวลาที่กำหนดและผลงานออกมาสวยงาม

3.2. ใฝ่เรียนรู้ นักเรียนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้มีการซักถามและตอบคำถามครูอยู่เสมอ

3.3. มีวินัย นักเรียนมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย และส่งงานตรงเวลาที่กำหนด

4.4. ความซื่อสัตย์ นักเรียนมีความซื่อสัตย์เมื่อเล่นเกมนักเรียนไม่คดโกงผู้ร่วมเล่นคนอื่น

5.5. รักความเป็นไทย นักเรียนอ่านและเขียนภาษาไทยได้ถูกต้อง และเหมาะสม

7. แผนการดำเนินงาน/ระยะเวลาในการดำเนินงาน

ระยะที่ 1 ประชุมวางแผน และรวบรวมข้อมูล การจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ร่วมกันของคณะครู

ระยะที่ 2 ชี้แจงนโยบายกับผู้ปกครองและนักเรียนให้ทราบ

ระยะที่ 3 ปฏิบัติตามแผนกิจกรรมที่ได้วางไว้

ระยะที่ 4 ประเมินความพึงพอใจ เพื่อปรับปรุงในกิจกรรมต่อไป

8. ผลการปฏิบัติงาน

การจัดกิจกรรมลกเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ “มาตราพาเพลิน” พบว่า นักเรียนได้รับความรู้และความสนุกสนาน นอกจากนี้นักเรียนเกิดทักษะทั้ง 4 H ซึ่งด้านที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะได้รับการพัฒนามากที่สุด คือ ด้านการพัฒนาสมองและการพัฒนาความคิด (Head) นักเรียนสามารถคิดคำที่สะกดด้วยมาตราต่างๆได้อย่างสร้างสรรค์ นำคำที่นักเรียนรู้จักมาจัดกลุ่มว่าอยู่ในมาตราตัวสะกดมาตราใด นอกจากนี้นักเรียนได้รับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ในกระบวนการจัดการเรียนรู้

ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน ต่อการจัดกิจกรรม “มาตราพาเพลิน”จากการประเมินความพึงพอใจ ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 22 คน คิดเป็น 100.00 ระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการจัดกิจกรรม “มาตราพาเพลิน” อยู่ในระดับมากที่สุด 10 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 อยู่ในระดับมาก 10 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 อยู่ในระดับน้อย 2 คน คิดเป็นร้อย 9.0 อยู่ในระดับน้อยที่สุด 0 คน คิดเป็นร้อย 0

9. ปัจจัยที่ทำให้วิธีการประสบผลสำเร็จ

- ด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารสถานศึกษาได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

- ด้านการจัดการเรียนการสอน ครูมุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ควบคู่กับการเรียนรู้โดยยึดหลักการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

- ด้านสื่อและเทคโนโลยี ครูได้จัดทำสื่อและหาสื่อที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนและสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนแต่ละช่วงวัย

- ด้านการประสานชุมชน ได้เผยแพร่ผลงาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ และการสัมภาษณ์ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

10. บทเรียนที่ได้รับ

นักเรียนได้รับการพัฒนาความรู้เรื่องมาตราตัวสะกด นอกจากนี้ได้รับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้วย

โพสต์โดย อุ้ย : [24 ก.พ. 2559 เวลา 19:10 น.]
อ่าน [108082] ไอพี : 1.47.232.62
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ -

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,007 ครั้ง
เคล็ดลับในการเลือกอาหารไขมันต่ำ
เคล็ดลับในการเลือกอาหารไขมันต่ำ

เปิดอ่าน 21,393 ครั้ง
ไขความลับ 95 ภาพสุดยอดจากรอยเตอร์ มาจากกล้องอะไร ตั้งค่าแบบไหน
ไขความลับ 95 ภาพสุดยอดจากรอยเตอร์ มาจากกล้องอะไร ตั้งค่าแบบไหน

เปิดอ่าน 12,680 ครั้ง
"พระโค"เสี่ยงทายกินหญ้าน้ำท่า-อาหารบริบูรณ์
"พระโค"เสี่ยงทายกินหญ้าน้ำท่า-อาหารบริบูรณ์

เปิดอ่าน 19,006 ครั้ง
เตือนมีภาพ-คลิปโป๊เด็กต่ำกว่า 18 ปี ในมือถือ ระวังเจอโทษหนัก
เตือนมีภาพ-คลิปโป๊เด็กต่ำกว่า 18 ปี ในมือถือ ระวังเจอโทษหนัก

เปิดอ่าน 17,383 ครั้ง
โหงวเฮ้งดี เปลี่ยนได้ไ่ม่ยาก!
โหงวเฮ้งดี เปลี่ยนได้ไ่ม่ยาก!

เปิดอ่าน 62,756 ครั้ง
ระเบียบ เบิกค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ 50
ระเบียบ เบิกค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ 50

เปิดอ่าน 9,741 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่

เปิดอ่าน 10,051 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไทย ไปทางไหน ?
ปฏิรูปการศึกษาไทย ไปทางไหน ?

เปิดอ่าน 15,366 ครั้ง
กังนัมอะยาย ศึกประชัน เต้นกังนัมสไตล์ ระหว่าง ยาย VS โคโยตี้
กังนัมอะยาย ศึกประชัน เต้นกังนัมสไตล์ ระหว่าง ยาย VS โคโยตี้

เปิดอ่าน 12,482 ครั้ง
5 อภิมหาม้าเหล็ก ทุบสถิติ วิ่งเร็วที่สุดในโลก
5 อภิมหาม้าเหล็ก ทุบสถิติ วิ่งเร็วที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 11,691 ครั้ง
คลายเครียด ด้วยการดื่มน้ำ
คลายเครียด ด้วยการดื่มน้ำ

เปิดอ่าน 12,794 ครั้ง
ทายนิสัยจากการเล่นเกมส์
ทายนิสัยจากการเล่นเกมส์

เปิดอ่าน 13,969 ครั้ง
สอนอย่างไรให้เด็กคิดเขียน
สอนอย่างไรให้เด็กคิดเขียน

เปิดอ่าน 5,149 ครั้ง
แนะนำอาหารสำหรับผู้ป่วยลองโควิด (Long COVID)
แนะนำอาหารสำหรับผู้ป่วยลองโควิด (Long COVID)

เปิดอ่าน 52,367 ครั้ง
โลกออนไลน์ชื่นชม ผอ.โรงเรียนเข้ารับตำแหน่ง ร่ายกลอนลำและอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศที่ดีในโรงเรียน
โลกออนไลน์ชื่นชม ผอ.โรงเรียนเข้ารับตำแหน่ง ร่ายกลอนลำและอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศที่ดีในโรงเรียน

เปิดอ่าน 17,194 ครั้ง
10 อาหารอุดมแคลเซียม ที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้
10 อาหารอุดมแคลเซียม ที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้
เปิดอ่าน 16,259 ครั้ง
กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง
กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง
เปิดอ่าน 11,526 ครั้ง
เด็กชายใช้เงินหมดทุกสัปดาห์ พ่อสงสัยแอบตามสืบ แต่กลับพบสิ่งไม่คาดคิด
เด็กชายใช้เงินหมดทุกสัปดาห์ พ่อสงสัยแอบตามสืบ แต่กลับพบสิ่งไม่คาดคิด
เปิดอ่าน 272,763 ครั้ง
มาตรฐานวิชาชีพครู
มาตรฐานวิชาชีพครู
เปิดอ่าน 32,569 ครั้ง
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ