ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่

ชื่อเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education)

วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

ผู้วิจัย สถาพร ไชยศรี

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

สถานศึกษา โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ปีที่ศึกษาพิมพ์ 2558

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยในครั้งนี้มีจำนวน 44 คน ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/8 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน จำนวน 3 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ สถิติและข้อมูล การสำรวจความคิดเห็น และการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น โดยมีผู้วิจัยเป็นครูผู้สอน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองภาคปฏิบัติ คือ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 20 แผนการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งแผนการจัดการเรียนรู้ปฐมนิเทศและแผนการจัดการเรียนรู้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรม ตรวจสอบใบกิจกรรม ชิ้นงานและรายงานด้านความรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมด้านทักษะ/กระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และบันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 3) เครื่องมือที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ที่ผ่านการประเมินความสอดคล้องกับจุดประสงค์

การเรียนรู้อยู่ระหว่าง 0.60-1.00 วิเคราะห์ค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.37-0.67 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.42-0.75 โดยเป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 25 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ผู้วิจัยดำเนินการวิจัย 6 ขั้นตอนของกิจกรรมการเรียนรู้แบบแบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการวิจัยพบว่า

1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ระบุปัญหา ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ขั้นตอน

ที่ 1 ขั้นกำหนดปัญหาเพื่อกำหนดปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ข้อมูลทางสถิติช่วยในการตัดสินใจ

เช่น ปัญหาเดินทางมาโรงเรียนสาย ปัญหาสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ปัญหาการเลือกรับประทานอาหารในโรงอาหาร ปัญหาการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตั้งสมมติฐานเพื่อคาดการณ์คำตอบของปัญหา เช่น นักเรียนตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าวันนี้ฝนตก นักเรียนจึงได้เตรียมร่มมาโรงเรียน มีการประยุกต์ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์

มือถือ สืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับความหมายและขั้นตอนการสำรวจความคิดเห็น

เพื่อบูรณาการโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทโครงงานสำรวจในการแก้ปัญหาโดยกำหนดหัวข้อโครงงานสำรวจความคิดเห็นจากปัญหาในชีวิตประจำวัน มีการกำหนดขอบเขตของโครงงาน

เพื่อการศึกษา หาความรู้ หาข้อมูล ในการแก้ปัญหา ระบุปัญหาที่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง สถิติและข้อมูล และหน่วย

การเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การสำรวจความคิดเห็นและสร้างตารางแจกแจงความถี่ของข้อมูลเพื่อทำ

การวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้น ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ประยุกต์ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อวางแผนรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง

กับปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ข้อมูลทางสถิติช่วยในการตัดสินใจ ระดมความคิดในกลุ่มสร้าง

ผังความคิดเพื่อวางแผนรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา เช่น ปัญหาการเดินทาง

มาโรงเรียนสาย สาเหตุเกิดจากการเลือกเส้นทางการเดินทางไม่เหมาะสม การกำหนดเวลาใน

การเดินทางไม่ชัดเจนมีความคาดเคลื่อน ขาดการวิเคราะห์ความเร็ว เวลา และระยะทางในการเดินทาง เป็นต้น ใช้เทคโนโลยีออกแบบเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการออกแบบเครื่องมือ

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การออกแบบเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ผ่านแอฟพิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือ มีจิตวิทยาศาสตร์ในการศึกษา

หาความรู้โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน และสามารถวิเคราะห์และเลือกข้อมูลที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาของกลุ่มตนเอง บูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยในการแก้ปัญหา เช่น ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สารอาหาร การเคลื่อนที่แนวตรง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น วางแผนรวบรวมข้อมูล ออกแบบเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และเลือกข้อมูลที่เหมาะสมเกี่ยวข้องกับโครงงานสำรวจความคิดเห็น ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการศึกษา หาความรู้ หาข้อมูล เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาให้ได้องค์ความรู้ตามความสนใจ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหาของตนเอง มีการวางแผนใช้การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อแก้ปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ออกแบบเครื่องมือ รวบรวมข้อมูลและแนวคิดการวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อแก้ปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ พร้อมทั้ง

ทำการวิเคราะห์เลือกข้อมูลที่เหมาะสม ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ข้อมูลสถิติช่วยในการตัดสินใจ ออกแบบเครื่องมือใน

การสำรวจความคิดเห็นโดยเชื่อมโยงความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เลือกวิธีที่เหมาะสม อธิบายแนวคิดในการออกแบบวิธีการ

และดำเนินการแก้ปัญหาด้วยการคิดขั้นสูง เลือกวิธีที่เหมาะสมและอธิบายแนวคิดที่ใช้ใน

การออกแบบ ใช้เทคโนโลยีออกแบบวิธีการอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ออกแบบวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยเชื่อมโยงความรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์เลือกวิธีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ อธิบายแนวคิดที่ใช้ในออกแบบวิธีการแก้ปัญหา มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวัดการกระจายของข้อมูลด้วยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 4 วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ข้อมูลทางสถิติช่วยในการตัดสินใจ

อย่างเป็นขั้นตอน ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย มีการบันทึกขั้นตอนการแก้ปัญหา และผลการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตามความเป็นจริงและสอดคล้องกับปัญหา วางแผน

และดำเนินการสำรวจความคิดเห็นอย่างเป็นขั้นตอน ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย และบันทึกขั้นตอนการสำรวจความคิดเห็นและผลการสำรวจความคิดเห็นอย่างเป็นระบบตามความเป็นจริง ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการวางแผน

และดำเนินการทุกขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลเกิดเป็นสารสนเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจ วางแผนแก้ปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณอย่างเป็นขั้นตอน อย่างเป็นระบบ ตามความเป็นจริง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยการวัดตำแหน่งด้วยเปอร์เซ็นไทล์ ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหา ทำการตรวจสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ข้อมูลทางสถิติช่วยในการตัดสินใจและการสำรวจความคิดเห็นให้มีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้และแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาทุกขั้นตอน

มีการสรุปผลและการเขียนรายงานการแก้ปัญหา และรายงานโครงงานสำรวจความคิดเห็น

มีการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบ

การตัดสินใจ เลือกใช้ค่ากลางให้เหมาะสม ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน หรือฐานนิยม พร้อมตรวจสอบประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1

เรื่อง สถิติและข้อมูล และหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การสำรวจความคิดเห็นและจัดทำรายงาน

ผลการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

แล้วขั้นตอนที่ 6 นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา อธิบายประเด็นปัญหาที่เกิดจากการแก้ปัญหา ตลอดจนเสนอแนวทางปรับปรุง แก้ไข กระบวนการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ข้อมูลทางสถิติช่วยในการตัดสินใจ และการจัดทำโครงงานสำรวจความคิดเห็น เสนอแนวทางการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์เดิม

ใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอกระบวนการแก้ปัญหาที่หลากหลาย เช่น การออกแบบโปสเตอร์หรือป้ายไวนิลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การนำเสนอผ่านระบบออนไลน์ การนำเสนอด้วยวีดีทัศน์ เป็นต้น จัดนิทรรศการโครงงานสำรวจความคิดเห็นเพื่อนำเสนอวิธีการและผลการสำรวจความคิดเห็นให้ผู้อื่นเข้าใจโดยใช้ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เสนอแนวทางปรับปรุง แก้ไข ตลอดจนเสนอแนวทางในทำโครงงานสำรวจความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์เดิม ประยุกต์ใช้ความรู้ทุกแขนงอย่างรอบด้าน นำเสนอวิธีการและผลการแก้ปัญหากิจกรรมการเรียนรู้

ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง สถิติและข้อมูล หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การสำรวจความคิดเห็น และหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น อธิบาย เสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกับกิจกรรมการเรียนรู้เดิมในสถานการณ์อื่น ๆ มีการนำเสนอข้อมูลในรูปข้อความ นำเสนอข้อมูล

ในรูปตาราง การนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิ การนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภาพ หรือการนำเสนอข้อมูลในรูปกราฟ

2. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 85.80 มีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 84.09 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค32102 เรื่อง สถิติพื้นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด

นายสถาพร ไชยศรี

ครูชำนาญการ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

จบการศึกษา

ศษ.บ.คณิตศาสตรศึกษา

ค.ม.การบริหารศึกษา

โพสต์โดย อ.เก่ง : [17 ก.ย. 2559 เวลา 12:27 น.]
อ่าน [2946] ไอพี : 182.232.20.234
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 4,546 ครั้ง
กรมอนามัย ย้ำดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด ดื่มให้เหมาะสม พอเพียง ดีต่อร่างกาย
กรมอนามัย ย้ำดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด ดื่มให้เหมาะสม พอเพียง ดีต่อร่างกาย

เปิดอ่าน 13,241 ครั้ง
เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา
เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา

เปิดอ่าน 6,445 ครั้ง
คุณภาพผู้เรียนวัดจาก NT-ONET เส้นทางที่ลางเลือน!
คุณภาพผู้เรียนวัดจาก NT-ONET เส้นทางที่ลางเลือน!

เปิดอ่าน 14,228 ครั้ง
10 อันดับ ปริศนาของโลก
10 อันดับ ปริศนาของโลก

เปิดอ่าน 3,677 ครั้ง
อวัยวะภายนอกและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
อวัยวะภายนอกและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

เปิดอ่าน 29,266 ครั้ง
เปิดคู่มือ สามี-ภรรยา แยกยื่นภาษี หักค่าลดหย่อนได้เท่าไหร่บ้าง
เปิดคู่มือ สามี-ภรรยา แยกยื่นภาษี หักค่าลดหย่อนได้เท่าไหร่บ้าง

เปิดอ่าน 11,965 ครั้ง
ลายมือมีพลัง
ลายมือมีพลัง

เปิดอ่าน 18,257 ครั้ง
อริยสัจ 4
อริยสัจ 4

เปิดอ่าน 36,772 ครั้ง
TOEFL คืออะไร
TOEFL คืออะไร

เปิดอ่าน 12,783 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2553
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2553

เปิดอ่าน 8,438 ครั้ง
"พันธุกรรม"ทำให้ คนลดน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน
"พันธุกรรม"ทำให้ คนลดน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน

เปิดอ่าน 11,408 ครั้ง
โรคหอบจากอารมณ์...อันตรายที่คาดไม่ถึง
โรคหอบจากอารมณ์...อันตรายที่คาดไม่ถึง

เปิดอ่าน 9,775 ครั้ง
การนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
การนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน

เปิดอ่าน 14,411 ครั้ง
ไหว้ "ตรุษจีน" อย่างถูกต้อง รวม "เคล็ด-ของ" ทำพิธีไหว้เจ้า!!
ไหว้ "ตรุษจีน" อย่างถูกต้อง รวม "เคล็ด-ของ" ทำพิธีไหว้เจ้า!!

เปิดอ่าน 24,347 ครั้ง
ระบบสี Subtractive
ระบบสี Subtractive

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
ตู้แช่ไวน์
Neonics.co.th
Tools.in.th
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 979 ครั้ง
ประวัตินาฏศิลป์ไทย
ประวัตินาฏศิลป์ไทย

เปิดอ่าน 30,848 ครั้ง
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี

เปิดอ่าน 15,119 ครั้ง
สะสมใบสั่งจราจรไว้ จะต่อภาษีรถได้อย่างไร?  หลังระบบเชื่อมโยงใบสั่งจราจร เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2562 นี้
สะสมใบสั่งจราจรไว้ จะต่อภาษีรถได้อย่างไร? หลังระบบเชื่อมโยงใบสั่งจราจร เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2562 นี้

เปิดอ่าน 9,716 ครั้ง
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ

เปิดอ่าน 17,079 ครั้ง
การบริหารกล้ามเนื้อตา
การบริหารกล้ามเนื้อตา



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ